วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อไอซิสเข้ายึดเมืองมาราวี : สัญญาณเตือนภัยขยับมาใกล้


เหตุการณ์ที่กลุ่มนักรบเชื่อมโยงกับ ISIS เข้ายึดเมืองมาราวี ในจังหวัดมินดาเนาทางใต้ของฟิลิปปินส์ เป็นสัญญาณเตือนภัยสำหรับทุกประเทศในอาเซียนอย่างชัดเจน ว่าภัยการก่อการร้ายกำลังขยับเข้าใกล้มาทุกขณะ

ยิ่งเจอว่ามีผู้ติดอาวุธจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย ไปร่วมรบกับกลุ่มขบถของฟิลิปปินส์ด้วย ก็ยิ่งทำให้เห็นถึง “ความเป็นสากล” ของภัยคุกคามมากขึ้น

เดิมปัญหาของมินดาเนาทางใต้ของฟิลิปปินส์ คือขบวนการแยกดินแดนซึ่งยืดเยื้อมาหลายสิบปี จนมีการลงนามในสัญญาสงบศึกภายใต้รัฐบาลก่อน แต่ความสงบที่แท้จริงก็ไม่เกิดขึ้น

ตรงกันข้ามเกิดการขยายผลไปสู่การก่อการร้ายที่โยงกับกลุ่ม ISIS ซึ่งมีเป้าหมายกว้างไกลและรุนแรงกว่า การขอสิทธิในการปกครองตนเองด้วยซ้ำไป

เพราะไอซิสต้องการจะเปลี่ยนระบบการปกครองให้เป็นแบบเคร่งครัดสุดขั้ว ต่อต้านคนที่มีความเชื่ออื่น ๆ โดยอ้างศาสนาบังหน้า

ความโหดเหี้ยมทารุณของวิธีการของกลุ่มก่อการร้ายยุคนี้ คือการฆ่าตัดหัวและจับเอาเด็กและผู้หญิงเป็นตัวประกัน บุกเข้ายึดโรงพยาบาล และปักธงสีดำของไอซิสบนหลังคา เพื่อประกาศยึดเป็นของตนเองโดยไม่สนใจว่า จะสร้างความตื่นตระหนก ให้กับผู้ไร้เดียงสาและไม่เกี่ยวกับความขัดแย้งแต่อย่างไร

มาเลเซียเพิ่งประกาศว่าจะเพิ่มมาตรการเคร่งครัดตรงชายแดนที่ติดกันเพื่อนบ้านอย่าง อินโดฯ, ฟิลิปปินส์ และไทยเพราะเหตุการณ์ก่อการร้ายทั่วโลก ขณะนี้ทำให้ภัยคุกคามต่อเสถียรภาพของเขาหนักหน่วงขึ้นตลอดเวลา

ประธานาธิบดีดูเตอร์เต้ของฟิลิปปินส์ประกาศว่า หากฝ่ายก่อการร้ายไม่ยอมเจรจาเพื่อหาทางยุติความรุนแรง ก็จะต้องสู้กันให้รู้ดำรู้แดงไปข้างหนึ่ง

เมืองมาราวีซึ่งมีประชากรประมาณ 2 แสนคนกลายเป็นเมืองร้าง หลังกลุ่มก่อการร้ายอาวุธครบมือชุดแรก 15 คนบุกเข้ายิงกราดใส่ผู้คนและทหารกับตำรวจ จนทางการสั่งให้ประชาชนปิดประตูบ้าน ห้ามออกมานอกบ้านเพราะเมืองทั้งเมืองตกอยู่ในภาวะเหมือนสมรภูมิสงคราม ต่อมากลุ่มก่อเหตุเรียกกองกำลังมาเสริมอีกหลายสิบคน กลายเป็นการปะทะกันกลางเมืองอย่างดุเดือดจนถึงวันนี้

การที่มีนักรบติดอาวุธจากหลายประเทศในแถบนี้ ไปร่วมศึกสงครามกลางเมืองมาราวีด้วย เป็นการตอกย้ำถึงการขยายอิทธิพลของกลุ่มก่อการร้าย ที่ได้คืบคลานเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระยะหนึ่งแล้ว และบัดนี้ก็ได้แสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการกล้าบุกเข้ายึดเมือง อย่างไม่เกรงกลัวการตอบโต้จากกองกำลังทหาร และตำรวจที่มีจำนวนเหนือกว่าอย่างแน่นอน

ประชากรฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่นับถือศาสนาแคทอลิค เป็นเป้าของการรุกคืบของไอซิสที่อ้างศาสนาอิสลามเปิดศึกไปทั่ว เริ่มจากฐานหลักในซีเรียและอิรัก

ความรุนแรงระเบิดครั้งนี้มาจากการที่ทหารบุกเข้าทลายรังของ Isnilon Hapilon ซึ่งเป็นผู้บัญชาการของกลุ่มหัวรุนแรงอาบู เซย์ยาฟซึ่งได้เคยประกาศความจงรักภักดีต่อไอซิสมาแล้ว

ยอดคนตายในการสู้รบกลางเมืองเกิน 20 คนไม่นับที่บาดเจ็บและชาวบ้านหลายพันคนที่ต้องอพยพหนีตายจากเมืองนี้

การประกาศใช้กฎอัยการศึกในภาวะฉุกเฉินคงจะแก้ปัญหาได้เฉพาะระยะสั้น เพราะการปะทะกันครั้งนี้เท่ากับเป็นการประกาศเปิดศึกของไอซิสในจุดสำคัญของอาเซียน

ก่อนหน้านี้รัฐบาลอินโดฯ, มาเลเซียและสิงคโปร์ยอมรับว่าไอซิส ได้เจาะทะลวงเข้ามาตั้งแนวร่วมได้สำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว

การบุกยึดเมืองมาราวีของฟิลิปปินส์โดยกลุ่มที่เกี่ยวโยงกับไอซิส จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยต้องถือเป็นสัญญาณเตือนภัย ที่ต้องนำไปสู่การสร้างระบบป้องกันภัยอย่างรอบด้านในทุก ๆ มิติอย่างฉับพลันทันที

โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net