วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Thais dylexia metting to Japaness dyslexia .


เก็บตกภาพ  Thai dylexia metting to Japanese dyslexia .

23/5/60

 

 

 

 

 

 
 
 
 
Thais dylexia metting to Japanese dyslexia .

พี่เพชร ได้มีโอกาสร่วมประชุมพบปะ กับ japanese dyslexia ที่สหกรณ์ออมทรัพทย์ครูชลบุรี โดยการนำ ของคุณปิยะนาถ นายกสมาคมส่งเสริมศักยภาพบุคคลบกพร่องทางการเรียนรู้แห่งประเทศไทย

ผู้รวมประชุมตามภาพนะคะ อาจจะกล่าวชื่อไม่หมดนะคะ ศจ. ดร. ผดุง คุณปิยะนาถ คุณเออิโกะ คุณอามิ อาจารย์สุวิทย์ พี่ออฟ เพชร ท่านผอ.ธวัช และคุณล่ามภาษาญี่ปุ่น (ขอโทษจำชื่อไม่ได้ค่ะ แล้วจะตามให้นะคะ)

ผู้ปกครองดิสเล็กเซียชาวญี่ปุ่น ต้องการทราบว่า มีมาตรการการช่วยเหลือเด็กแอลดีในประเทศไทยอย่างไร


แนวคิดของเพชร แอลดีน่าจะ เป็นความต่างทางการเรียนรู้ มากกว่าเป็นความบกพร่อง ซึ่งเหมือนกับแนวคิดของคุณแม่ญี่ปุ่น เออิโกะ เพชรได้นำรายการ miracle mind หัวใจมหัศจรรย์ ไปฉายให้ดู ซึ่งทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมหลายท่านที่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับเด็กแอลดี ได้เข้าใจมากขึ้น ทั้งแนวคิดของเด็กแอลดี แนวคิดการเลี้ยงดูของพ่อแม่

 

ทางคุณเออิโกะ มีการสัมภาษณ์ พี่ออฟ และน้องเพชร เพื่ออยากทราบแนวทางการดำเนินชีวิตของเด็กแอลดีในประเทศไทย โดยเฉพาะพี่ออฟ ที่สามารถก้าวข้ามผ่านระบบการศึกษาออกมาทำงานประกอบอาชีพที่รักได้สำเร็จ

นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาด้านการหามาตรการการดูแลรักษาเด็กแอลดีในประเทศไทยจากผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศไทย (พอดีไม่ได้เข้าร่วมประชุมจึงกล่าวชื่อได้ไม่หมดนะคะ) อีกหลายเรื่องซึ่งพี่เพชรยังไม่ได้เล่าให้ฟังค่ะ

คุณอาอิโกะ เล่าว่าที่ประเทศญี่ปุ่นเดือนตุลาคมนี้ จะมีงานเฉลิมฉลองนำเด็กแอลดีจากที่ต่างๆ มาร่วมแสดงผลงานกัน ยังชวนพี่เพชร กับพี่ออฟ ไปร่วมแสดงผลงาน ซึ่งทางคุณอาอิโกะ เห็นว่าเพชรเรียนทางด้านดนตรีไทย ส่วนพี่ออฟ เก่งด้านกราฟฟิคดีไซด์ ก็นำผลงานมาแสดงให้ดู

เพชรบอกว่า จากการที่ฟังมาในระหว่างการประชุม เด็กแอลดีที่ประสบความสำเร็จมักจะมาจากครอบครัวที่มีพ่อแม่ ให้ความเข้าใจ ความเอาใจใส่ในการดูแล สอนเด็ก

พี่เพชรเล่าว่า การประชุมวันนี้สนุกมาก ได้ใช้หลายภาษา ทั้งอังกฤษ ญี่ปุ่น ภาษาท่าทาง ค่ะ และก็พกเอาหนังสือความรู้ไปอ้างอิงพูดคุยด้วย ทางด้านคุณอาอิโกะค่อนข้างดีใจที่ เพชรสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ พี่เพชรบอกว่าพูดได้นิดหน่อย หัดจากการดูการ์ตูน และก็นำภาพคอสเพลย์ของตัวเองมาโชว์ด้วย

มีพูดเรื่องงานวิจัยเด็กแอลดี ซึ่งพี่เพชรแนะนำว่าน่าจะเอาวัตถุดิบจากทั้งครอบครัวเด็กแอลดีที่ประสบความสำเร็จ และกลุ่มคนที่มีปัญหา ถ้าเราแต่กลุ่มคนที่มีปัญหาอย่างเดียวก็จะทำให้ผู้อ่านงานวิจัยเข้าใจผิดว่า เด็กแอลดีจะเป็นที่มีปัญหา ไร้ความสามารถ และถ้าเราเอาแต่กลุ้่มที่ประสบความสำเร็จมาทำงานวิจัยก็จะไม่เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้เราแก้ปัญหาได้ไม่ตรงจุดประสงค์หรือเป้าหมาย

พี่เพชรบอกว่า ทางคุณอาอิโกะ เล่าว่า  คนญี่ปุ่นในสมัยลูกของเขาเป็นระบบการเรียนหนักมาก เรียนแล้วไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมมากนัก ตัวคุณอาอิโกะเองก็ได้ส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบนเรียนจบ แต่งงานมีครอบครัวมีลูกแล้ว คุณอาอิโกะ ก็กำลังดูหลานอยู่ เพราะคุณย่า คุณพ่อก็เป็น แอลดีทั้งคู่

โดย แม่นำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net