วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Tiffy vs. Decolgen ยาแก้หวัด ต่างกันมั้ย?




Tiffy vs. Decolgen ยาแก้หวัด ต่างกันมั้ย?


#เภสัชกรตอบคำถาม 

คนไข้เดินมาที่ร้านยา เวลาเป็นหวัด จาม น้ำมูกไหล มีไข้ มักมาถามคำถามนี้ที่ร้านยาเรา ถามกันมา บ้อย บ่อย มาฟังคำตอบจากเภสัชกรกันครับ

#โรคหวัด คืออะไร? 

ที่เรียกว่าไข้หวัด เป็นคำเรียกรวมของกลุ่มอาการ แต่แท้จริงแล้ว หวัดมีสาเหตุจากเชื้อไวรัส ที่มีมากกว่า 200 ชนิด และทุกครั้งที่เราเป็นไข้หวัด เราจะติดเชื้อไวรัสครั้งละ 1 ชนิด และก็มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสชนิดนั้น ๆ เราจึงเป็นไข้หวัดได้บ่อย ๆ บางคนเป็นปีละครั้ง บางคนเป็นปีละ 2 ครั้ง แต่ในเด็กเล็กจะพบได้บ่อย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่เริ่มไปอยู่รวมกันในสถานรับเลี้ยงเด็ก ชั้นเด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล หรือโรงเรียนประถม เพราะเด็กเหล่านี้เพิ่งมาจากบ้านซึ่งเคยได้รับเชื้อไวรัสหวัดเพียงไม่กี่ชนิด ต้องมาพบกับเชื้อไวรัสชนิดอื่น ๆ ประกอบกับมีภูมิต้านทานไม่กี่ชนิด จึงเป็นไข้หวัดได้บ่อยกว่าผู้ใหญ่ที่มีภูมิคุ้มกันต่อไข้หวัดมากกว่าเด็ก

#อาการอะไรเรียกไข้หวัด
เวลาเป็นไข้หวัด มักจะมีอาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ พร้อม ๆ กับมีน้ำมูกไหล จึงเรียกโรคนี้ว่า ไข้หวัด ซึ่งมาจากคำไทย 2 คำ คือ "ไข้" และ "หวัด" เพราะโรคนี้ประกอบด้วย 2 กลุ่มอาการ คือ

"#ไข้" คืออาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ ในบางคนอาจมีอาการมึนหัว งง ๆ เวียนหัวร่วมด้วย

"#หวัด" ซึ่งจะมีอาการน้ำมูกไหล คัดจมูก เป็นต้น

#เป็นไข้หวัดใช้ยารักษาตามอาการ

เนื่องจากโรคนี้มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส และยังไม่มียาที่จะออกฤทธิ์ต่อเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคไข้หวัดได้โดยตรง กรณีที่ป่วยเป็นไข้หวัด เราจึงแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาตามอาการของแต่ละคน

#มีอาการไข้ ตัวร้อน ปวดหัว ครั่นเนื้อครั่นตัว ใช้ยาอะไร?
แนะนำให้ใช้ยาแก้ปวดลดไข้ ซึ่งจะมีฤทธิ์ครอบคลุมอาการตัวร้อน และครั่นเนื้อครั่นตัวได้อย่างดีอีกด้วย คือ ยาพาราเซตามอล (paracetamol) หรืออะซีตามิโนเฟน (acetaminophen)

#น้ำมูกไหล คัดจมูก ใช้ยาอะไร 

เวลาเป็นไข้หวัดมักมีน้ำมูกไหลด้วย ยาที่ช่วยได้ดีก็คือยาแก้แพ้ (antihistamines) ในท้องตลาดมีหลายยี่ห้อ แต่ที่จะขอแนะนำได้แก่ ยาคลอร์เฟนิรามีน (chlorpheniramine) ยาเม็ดเล็กๆ สีเหลือง เป็นยาแก้แพ้ ที่มีฤทธิ์ลดน้ำมูกไหลได้อย่างดี และราคาไม่แพง

ขนาดของยาคลอร์เฟนิรามีนที่ใช้สำหรับลดน้ำมูก คือครั้งละ 1 เม็ด (ขนาดเม็ดละ 4 มิลลิกรัม) วันละ 4 ครั้ง หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน

ยาคลอร์เฟนิรามีนเป็นยาที่ดีมีประโยชน์ และก็มีโทษแฝงอยู่เช่นกัน ที่พบได้บ่อย คือ ทำให้ง่วงนอน ซึม มึน ๆ ไม่สดชื่น ทั้งนี้เพราะยาชนิดนี้จะผ่านจากเลือดเข้าสู่สมอง และทำให้เกิดอาการดังกล่าว ดังนั้น ผู้ที่กินยาคลอร์เฟนิรามีนจึงควรหลีกเลี่ยงการทำงานกับเครื่องจักร หรือการขับขี่ยานพาหนะต่าง ๆ เพราะหลังการกินยาแล้ว อาจทำให้ง่วงนอน และเกิดอุบัติเหตุได้ หรือบางครั้งจะแนะนำให้ผู้ป่วยเลือกใช้ยาชนิดนี้เฉพาะตอนเข้านอนเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

ปัจจุบันมียาแก้แพ้ชนิดใหม่ที่ทำให้เกิดอาการข้างเคียงเรื่องง่วงนอนได้น้อยลง และสามารถใช้ตอนกลางวันหรือช่วงเวลาทำงานได้ เช่น ยาเซทีริซีน (cetirizine) ยาแอลเซทีริซีน (L-cetirizine) ยาเฟกโซฟีนาดรีน (fexofenadrine) ยาลอร่าทาดีน (loratadine) หรือยาเดสลอร่าทาดีน (desloratadine) ยาทั้ง 5 ชนิดนี้ เป็นกลุ่มยาแก้แพ้ที่ทำให้เกิดอาการง่วงนอนได้น้อยจนถึงไม่ง่วงนอนเลย สามารถใช้ตอนกลางวันหรือตอนทำงานได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าใช้ยาแล้วก็ควรสังเกตผลของยาด้วยว่า มีอาการง่วงนอนหรือไม่ เพราะยังมีอยู่บ้างเป็นบางคนที่จะง่วงนอน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ง่วงนอน และก็เช่นเดียวกันกับยาแก้ปวด ลดไข้ เมื่อใดที่อาการดีขึ้นหรือหายดีแล้วก็หยุดยาได้เลย

#เจ็บคอจากไข้หวัด ควรใช้ยาฆ่าเชื้อหรือไม่?

อีกอาการหนึ่งที่อาจเกิดได้ระหว่างเป็นไข้หวัด ได้แก่ อาการเจ็บคอ ซึ่งมักจะไม่ค่อยเจ็บคอมาก แต่จะมีอาการคล้าย ๆ คอแห้ง คอแห้งผาก โดยอาการนี้จะเป็นมากตอนเช้า ๆ และจะดีขึ้นตอนสาย ๆ

ถ้ามีอาการอย่างนี้ก็จัดเป็นอาการเจ็บคอจากโรคไข้หวัด ที่เกิดจากเชื้อไวรัส และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ยาปฏิชีวนะ หรือที่นิยมเรียกกันว่ายาแก้อักเสบ เพราะยาแก้อักเสบหรือยาปฏิชีวนะนั้นมีฤทธิ์ต่อเชื้อแบคทีเรียใช้รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรีย และไม่ได้ผลต่อโรคติดเชื้อไวรัสหวัด ในกรณีนี้จึงไม่มีประโยชน์ที่จะใช้ยาแก้อักเสบ

ถ้ามีอาการเจ็บคอมาก ๆ เหมือนเป็นแผลในคอ หรือมีอาการต่อมทอนซิลอักเสบ โต แดง มีหนอง หรือเสมหะมีสีเขียวข้น ก็อาจจะแสดงว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย และแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ เภสัชกร เพื่อช่วยวินิจฉัยอาการเจ็บคออย่างแท้จริงก่อนการใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ควรจัดหายาปฏิชีวนะมาใช้เอง เพราะอาจเกิดการสูญเปล่า

การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น และไม่ถูกต้อง และอาจส่งผลต่อการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียที่นับวันจะเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก จนคาดว่า ในอนาคตเราอาจเป็นผู้โชคร้ายที่เกิดการติดเชื้อแล้วไม่มียาปฏิชีวนะที่ดีไว้ต่อสู้กับเชื้อที่ดื้อยาเหล่านี้ได้

#จำไว้นะครับไข้หวัดรักษาตามอาการ
การรักษาโรคไข้หวัด เน้นการรักษาตามอาการของผู้ป่วย ถ้ามีไข้ ตัวร้อน ปวดหัว ก็ให้ใช้ยาพาราเซตามอล และถ้ามีน้ำมูกไหล คัดจมูก ก็แนะนำให้ใช้ยาคลอร์เฟนิรามีน ซึ่งต้องใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสม ไม่ใช้ยามากเกินจำเป็น ควรใช้เมื่อมีอาการเท่านั้น

การดูแลตนเองในโรคไข้หวัด ก็คือ การรักษาสุขอนามัยที่ดี อันได้แก่ อาการที่ถูกสุขลักษณะ มีผักและผลไม้ การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม การรักษาอารมณ์ให้สดชื่น แจ่มใส การดื่มน้ำบ่อย ๆ และการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ซึ่งช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคไข้หวัดได้เป็นอย่างดี ช่วยให้หายจากไข้หวัดได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น

#ดีคอลเจนคือยาอะไร?
#Decolgen เป็นชื่อการค้าของยาเม็ดที่ใช้บำบัดรักษาอาการของไข้หวัด/โรคหวัด ในประเทศไทยมีขึ้นทะเบียนอยู่ 2 สูตรตำรับ คือ

- ‘Decolgen tab’ จัดอยู่ในหมวดยาทั่วไปที่ไม่ใช่ยาอันตราย ประกอบด้วยตัวยาสำคัญ คือ Paracetamol 500 มิลลิกรัม + Chlorpheniramine maleate 2 มิลลิกรัมต่อเม็ด

- และ ‘Decolgen prin tab’ มีตัวยาลดน้ำมูกเพิ่มเข้ามาจากสูตรแรกและถูกขึ้นทะเบียนเป็นยาอันตราย มีส่วนประกอบของตัวยาสำคัญ คือ Paracetamol 500 มิลลิกรัม + Phenylephrine HCl 10 มิลลิกรัม + Chlorpheniramine maleate 2 มิลลิกรัมต่อเม็ด

#ทิฟฟี่ คือยาอะไร?
#Tiffy เป็นชื่อการค้าของยา ปัจจุบันมี 2 ตำรับ คือ

1.Tiffy-Fu ใน 1 เม็ด ประกอบด้วยตัวยา paracetamol 500mg.(แก้ปวด/ลดไข้)+chlorpheniramine maleate 2 mg.(แก้แพ้/ลดน้ำมูก)+pseudoephedrine HCl 30 mg.(แก้คัดจมูก)

2.Tiffy-Dey ตัวยา2ตัวแรกเหมือนกับตำรับแรก แต่ใช้ decongestant(แก้คัดจมูก)เป็น phenylephrene แทนครับ 

#ทิฟฟี่และดีคอลเจนต่างกันอย่างไร?
ก่อนใช้ยาแก้หวัด ลองสำรวจอาการตนเองเสียก่อนให้ดีผุดคือรักษาตามอาการและพักผ่อน #ไม่มียาอะไรรักษาโรคหวัดได้ผล100percent 

ยาทั้งคู่ในสูตรที่ขายในร้านยามีตัวยาเหมือนกันเป๊ะๆ แป๊ะเอี่ยเหมือนกันทุกอย่าง กินตัวไหน ก้อให้ผลการรักษาเหมือนกัน ได้ผลเหมือนกัน มีผลข้างเคียงเช่นเดียวกัน #ไม่แตกต่างกันครับ

#ดีคอลเจนและทิฟฟี่มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ตามที่กล่าวมาแล้ว ยาทั้งสองยี่ห้อเหมือนกันเป๊ะๆ มีกลไกการออกฤทธิ์คือ

ตัวยา #Paracetamol จะช่วยบรรเทาอาการไข้ (ยาลดไข้) และบรรเทาอาการปวด (ยาแก้ปวด)

ส่วน #Chlorpheniramine จะลดอาการแพ้ (ยาแก้แพ้) ต่างๆ เช่น ไอ จาม

และ #Phenylephrine จะช่วยลดปริมาณน้ำมูกที่เป็นเหตุให้คัดจมูกและหายใจไม่สะดวก

จากกลไกของยาดังกล่าวจึงทำให้เกิดฤทธิ์ของการบรรเทารักษากลุ่มอาการไข้หวัดแบบรวมๆ

#ข้อควรระวังของยาทั้งคู่ 
สามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้เช่น ง่วงนอน วิงเวียน ปากแห้ง บางคนอาจพบอาการผื่นคันตามมา

#เภสัชกรอุทัย #utaisuk #urx

แหล่งข้อมูล: 

รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ,http://www.doctor.or.th/article/detail/5925

ดีคอลเจน (Decolgen)
เภสัชกร อภัย ราษฎรวิจิตร, http://haamor.com/th/ดีคอลเจน/

ทิฟฟี่, 
http://topharmacists.com/webboard/topic-353158.html

ป่วยเป็นหวัด ใช้ยาอะไรดี,http://health.kapook.com/view32228.html

 — ที่PharmaTree Villa Market Sukhumvit Soi 49

โดย BATTY

 

กลับไปที่ www.oknation.net