วันที่ อังคาร มิถุนายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สวรรค์กับนรก อยู่ที่ตรงไหน?


เคยมีความรู้สึกเช่นนี้ไหม ยามที่ได้สิ่งที่สมปรารถนา  วันนี้มีความสุขจังเหมือนอยู่บนสวรรค์ 

บางครั้ง เจอสิ่งที่ไม่น่าปรารถนา ก็สบถออกมาว่า  นรกแท้ๆ

 ตกลง สวรรค์นรกอยู่ที่ไหนกันแน่

ถ้าเรารู้สึกว่า คนในสังคม มีแต่เรื่องวุ่นวาย ที่ทำงานมีแต่เรื่องที่เราไม่ชอบ

ยามที่กลับมาบ้านพบครอบครัวที่อบอุ่น

ครอบครัวก็คือสวรรค์

แต่ถ้าอยู่กับครอบครัวแล้วมีเรื่องราวหยุมหยิมกวนใจ คุยกับสามีภรรยา ลูกหลาน พ่อแม่ ไม่ถูกคอถูกใจ

เราอยากอยู่คนเดียว สบายใจกว่า

การอยู่คนเดียวคือสวรรค์

แต่ถ้าการอยู่คนเดียว จิตใจยังครุ่นคิดว้าวุ่น เต็มไปด้วยอาฆาตมาดร้าย อยากได้อยากครอบครอง ไม่สามารถสงบสุขแม้กระทั่งอยู่คนเดียว ไม่มีใครมากวนใจ

สวรรค์กับนรกมาอยู่ที่เดียวกัน

 

แท้จริงจิตใจเราวนเวียนอยู่กับสวรรค์นรกตลอดเวลา

ในขณะจิตหนึ่ง ที่จิตใจประกอบด้วยความเมตตากรุณา ให้อภัยคนอื่น ไม่ต้องเรียกร้องคนอื่นให้อภัยเรา

เข้าใจในการกระทำของคนอื่น มีสติกับปัจจุบันที่เป็นกุศลจิต เมื่อนั้นก็คือสวรรค์

ยามที่เราหงุดหงิดกลัดกลุ้ม หดหู่ โทษคนนั้นคนนี้ ว่าไม่ดีกับเรา ทำไมเราโชคร้าย ไม่เหมือนคนอื่น ทำไมเราต้องป่วย ทำไมคนอื่นไม่เป็น  สภาพเช่นนี้ คือ นรก

 คนคือ แดนกลางแดนต่อ ระหว่าง ภพภูมิสองด้าน

จิตใจที่ยกระดับขึ้น เข้าใจตนเอง แล้วเข้าใจผู้อื่น มองทุกอย่างที่เกิดขึ้นว่า เพราะมีเหตุปัจจัย จึงมีสิ่งนี้ ทุกอย่างไม่แน่ เพราะความไม่แน่ ทำให้เกิดอย่างนี้ แต่ความไม่แน่นี้ ก็เป็นความหวังเช่นกัน

มันอาจไม่เลวร้ายอย่างที่เราคิด

มองได้อย่างนี้ ก็เหมือนเราอยู่บนสวรรค์ มีจิตเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ไม่ลงสู่ที่ต่ำ

 แต่ถ้าเรายังวนเวียนคลอเคลีย กลัดกลุ้มทั้งที่มันผ่านไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ อนาคตที่ยังมาไม่ถึง กลับเอามาผูกปมเงื่อนให้มาทำร้ายจิตใจตนเอง  นี่เรากำลังไปสู่ภพภูมิที่ต่ำกว่าความเป็นคน คือกำลังลงนรกในปัจจุบัน

 

การได้เกิดเป็นคนนับว่าประเสริฐ เราสามารถท่องเที่ยวไปได้ทุกภพ

โลภโมโทสัน อยากได้ไม่หยุด ก็อยู่ในคราบของเปรต จิตใจที่โลภเป็นอย่างไร

ถ้ามีการตรวจสอบก็รู้ ทุกคนเคยผ่านภพภูมินี้มาแล้วทั้งสิ้น แต่ขาดสติตามระลึก

โมโหคนอื่น อยากด่า อยากทำร้าย ก็ภพภูมิอสุรกาย

เมตตากรุณา ให้อภัย เห็นใจผู้อื่น คอยช่วยเหลือเท่าที่กำลังความสามารถ มีความสุขมีความอิ่มใจ ที่ได้ทำคุณประโยชน์

ก็เป็นภพภูมิสวรรค์ที่สามารถรู้สึกได้

ในหนึ่งวันที่ผ่านไป เราสามารถท่องไปได้ ทุกเสี้ยววินาที  แต่เราไม่รู้ตัว เพราะสติไม่คมกล้า ตรวจสอบจิตตนเองไม่ทันการ  เราจึงวิ่งตามสิ่งที่เห็น สิ่งที่ได้ยิน แล้วเอามาปรุงตามกิเลสในใจหรือปรุงตามนิสัยที่เคยชิน

 พระพุทธองค์ จึงสอนให้การที่เกิดเป็นคนจึงควรที่จะขัดเกลาตนเอง การฝึกตนเป็นเรื่องที่ต้องทำเอง ผู้ใดก็ไม่สามารถช่วยได้

 ถ้าหมั่นฝึกตนให้ดี รู้ทันจิตใจที่วิ่งไปตามภพภูมิต่างๆ ประสบพบพานอะไร ก็รู้ทัน นี่คือ การปฏิบัติธรรม ที่เป็นเนื้อเป็นตัว

 คำสอนหนึ่ง ในนิกายเซน สูตรเว่ยหล่าง ท่านกล่าวว่า

 การบำเพ็ญควรทำในชีวิตประจำวัน เพราะการสำเร็จธรรมหาใช่การซื้อบุญ

โพธิ นั้นหาได้จากจิตใจ แล้วใยต้องค้นหาภายนอกให้ป่วยการ

โดย สมชัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net