วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

jjy5023


jjy5023ตอนนี้ผมกำลังฟัง
บาช์ค

บางครั้งคอมช้า อืด ชนิดหืดขึ้นคอ
ไม่มีปัญหาเวลาไปซ่อมและแก้ไข
อันที่จริงสามารถแก้ได้ด้วยตนเองแบบใช้ไปพลางก่อน
แบบความรู้คอมที่เคยเรียนมาบ้าง
สมัยอยู่มหาลัย
แต่สรุปแล้วคือไม่มีเวลา
จึงปล่อยเลยตามเลย
จนกว่าจะพบเวลาที่ว่างขึ้นมา
จึงค่อย ๆ ทำ
เล่นคอมนี้ดีกว่า
ผมว่ายังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

 

ทุกอย่างค่อยๆ ค่อยๆแก้ไขมันจะต้องดีเอง
ยกเว้นไม่ทำอะไเลย
คงจะไมดีแน่
ทุกอย่างมันจะสูญเปล่าและเสียเปล่า และตายเปล่า
ถ้าไม่ทำอะไรเลย


บางอย่างผมปกปิดข้อมูลเพราะเห็นว่ายังไม่ค่อยจะได้อารมณ์สาระที่เต็มที่
เปิดเผยไปข้อมูลผิดบ้างถูกบ้าง
แล้วมันจะไม่ดี
เพราะความแน่ชัด
ประเด็น ความแจ่มใส
ของเรียนที่เขียนขึ้นมา
อาจะไม่ตรงชัดเจนเช่นเรื่องวันเาลาที่เกิดเหตุเป็นต้น


ความทรงจำอาจจะเลือนไปตามวัยและอาหารและสมาธิและที่อยู่และอารมณ์
และอารมณ์ที่ต้องใจเมื่อเขียนอะไรขึ้น
ต้องมีก่อนประการแรก
เพราะการเขียนหนังสือนี้มิใช่การติดคุก
หรือเข้าโรงเรียนกินนอน
หรือฝึกในรร.หารแบบแบบสปาร์ตานกรีก
ทุกอย่างที่กล่าวมาตรงนี้

กล่าวคืออะไทุกอย่างต้องตรงเวลา
เวลากินเวลานอนเวลาเรียนกำหนดไว้เปะ
แต่เมื่อมาสู่ชีวิตจริงมันมิได้เป็นเช่้นนั้นเสมอ

สำหรับบางส่วนเปิดออกมาในข้อมูลเป็นปฐมภูมิและทุติยภูมิ
ก็มีบ้างเพราะมิใช่การแอบอ้างหรืออาศัยความมีความเป็น
เพื่อล้อเล่นสู่การติดตามจนได้คะแนนการติดตามบล็อก
แต่อย่างได

ผมก็มิได้ปกปิด
และบริสุทธิ์ใจเพื่อการอ้างอิงเชิงความรู้ที่ผมก็ทำ
มันด้วยเจตนานี้

แต่นี้ทุกอย่างตรงกันข้าม
จากปรัชญาที่ว่าทำดีกว่าไม่ทำ
เมื่อทำไหว


พราะอันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน
ไปสู่การพัฒนาให้ทันกับโลกใหม่
ซึ่งไม่เหมือนกับโลกเก่าโดยสิ้นเชิง
เสียแล้ว
นี่มันโลกทัศน์ใหม่ของคน
บนโลกใบเดิม

ฉะนั้นการเขียนบล็อกนี้ขึ้นมาก็ถือว่าเป็นการฝึกปรือและ
ถ้ามีประโยชน์กับผู้ที่พบเจอมันก็จะดีขึ้นมา
แต่ถ้าไร้ประโยชน์ขึ้นมาเมื่อไหร่มันก็คงจะไม่ดีตามสูตร
อย่างไรก็ตามอาจจะมีคือพบบทเรียน หรือพบสูตรกันไว้ดีกว่าแก้เกิดึ้น
หรือองค์ความรู้ใหม่
เกิดขึ้นในการพบบลอ็กนี้้
นั่นเอง ผมว่าต้องมีสาระบ้างทั้งเชิงคดีโลกและคดีธรรมและคดีคติอื่นๆ
ที่สามารภนำไป
คิดวิเคราะห์โดยไม่จำเป็นต้องเป็นปัญหา
ก่อนที่จะทำอะไร
ก็ทำได้อย่างมีความเชื่อมั่น


ผมพบว่า
เพราะโลกสมัยใหม่คนสามารถเรียน ม.ปลาย
เรียนปริญญาได้ในตัวมันเองแล้ว
คือต้องทำให้มันเป็นจนเป็นชีวิตจตใจ
ลองผดลองถูกไปก่อน โดยไม่ต้องไปเรียนเป็นเอง


เช่น ไฟฟ้าอย่าไปเล่นช็อตตาย
ตาสีตาสาก็รู้
ผมมีปริญญาสองใบผมก็รู้
อันนี้คืออย่าไปเล่นกับไฟช็อตตายเหมือนกัน


เพียงแต่ว่า
เราเรียนรู้ไมได้อยู่ในระบบการเรียนรู้
การเรียนเหมือนคนที่เรียนเป็นระบบเท่านั้น

แต่องค์ความรู้
เราใช้กันทุกคนทุกวันที่มีวิตอยู่


นี่อย่างงัยฮะ
ที่ผมบอกว่าโลกเจริญแล้ว โลกเจริญแล้ว

เจริญเพราะส่วนของตัวนี้ด้วย
เพราะฉะนั้นไม่น่าเสียใจ
ถ้าเราพลาดชีวิตเรียนรู้ในโรงเรียนมา

และด้วยเหตุนี้เอง
จะพบว่า ใบประกาศนียบัตร
ต่างมีการแจกให้เปล่าโดยผู้ทรงคณวุฒิ หรือปริญญากิติมศักดิ์มีมากขึ้นในปัจจบัน
โดยที่เขาได้มาโดยไม่ต้องไปเรียนเรียนสักวันเดียว
แต่เขาสามารถทำได้เก่งกว่าคนที่ไปเรียนมา
เขาจึงได้รับเกียรติดั่งที่กล่าวมาแล้ว


อันนี้ควาสามารถเป็นเหตุให้ได้เป็นอย่างงนี้
ผมคิดว่าอย่างนั้น


เมื่อเป็นเข่นนั้น เรื่องราวที่มีในบล็อกจึง
มิใช่เรื่องราวเฉพาะกรณี
ที่ผมจะสื่อเพื่อติดตามตามติดกระแสสังคมหรือแต่เท่านั้น


แต่ว่าต้องเน้นและแทรกอรรถประโยชน์เข้าไปให้มีประยชน์ขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย

ผมยังไม่ทราบว่า
ในบล็อกนี้จะมีประโยชน์หรือไม่ตอนนี้
เพราะมันขึ้นอยู่ที่มุมมองของคนอื่นมิใช่ผม
เนื่องจากว่าถ้ามองเองมันก็ต้องดีหมดตามสูตรของคน


แต่ที่สำคัญผมเน้นการสื่อภาษาได้ถูกต้อง
เพื่อมีความเข้าใจตรงกันเป็นบรรทัดฐาน
อันนี้ผมระวังอย่างยิ่ง


แต่ก็ไม่พ้นที่มีผิดไปบ้าง
อันเป็นเหตุสุดวิสัย

อย่างไรก็ตามจะไม่ให้มีเหตุเกินกว่าเหตุเกิดขึ้นแน่นอนในบล็อกนี้


สาเหตุการสืบค้นญาติและข้อยุติที่ตนจะกระทำ
ทำไมมันต้องยืดยาวอย่างนี้เป็นคำถาม
ก็เพราะถ้าผมขืนทำไปก่อนการนำเสนออย่างนี้
ก็จะพบจุดจบที่หาข้อยุติไม่ได้
และจะกลายเป็นเรื่องเพนดิ้งคือเรื่องติดรอ
และไม่มีจุดจบ

แต่ถ้าเรื่องราวถูกนำมาประเมินอย่างชัดเจนถึงที่มาและที่ไป
ตามประเด็นมันจะต้องได้ข้อยุติในที่สุดได้แน่นอน
และลงตัว


แม้เป็นมนุษย์อยู่ก็อยู่กันได้
ในสังคม
ไม่กินแหนงแคลงใจกัน
เคลียร์โดยประการทั้งปวง
ไม่มีในหัวข้อชีวิตต้องประสบ
แต่ปัญหา
ที่ต้อง ซ.ต.พ. คือสิ่งที่ ซึ่งต้องพิสูจน์อีกร่ำไปหรือต่อไป

ผมคิดได้ว่า
ในปฐมวัย
ตอนที่ผมอยู่ในโครงการหนีพ่อไปบวชเณร
และสำเร็จและต่อมาญาติทุกฝ่ายยอมรับว่า
ดีเหมือนกันที่บวชเณร


ตอนนั้นผมไม่ได้กล่าวในบทอื่นที่ควรจะกล่าวให้หมดเพราะผมลืมสนิท

ผมได้ไปอยู่ที่วัดมหาธาตุกรุงเทพฯเป็นสามเณรน้อยๆ
อยู่คณะหมายเลขที่หนึ่ง
และขณะเป็นสามเณที่นั้น
ผมเรียนภาษาบาลีนักธรรม
และต่อมาผมสอบได้นักธรรมเอก
และเปรียญธรรมสามประโยคคือเป็นมหา

ตอนผมเป็นสามเณรอยู่ที่วีดนี้ก่อนไปอังกฤษ
ผมได้รับเลือกให้เป็นรองเลขา คสม.(คณะสามเณรวัดมหาธาตุ)
รุ่นสามเณรชาญชัยเป็นประธานรุ่น
รองประธานคนดังชื่อสามเณร ดร.ศานิต ปานเพชร์
ปริญญเอกรัฐศาสตร์จากประเทศอังกฤษสามเณรรูปนี้เรียนบาลีเก่งมาก
จำได้ว่ารุ่น2509และผมตอนนี้เป็นสมาชิกศิษย์มหาธาตุประเภทตลอดชีพ


คำว่าคสม.ย่อจากคณะสามเณรวัดมหาธาตุฯ
ก่อตั้งขึ้นเมื่อสมัยท่านคุณหลวงวิจิตรวาทการ อดีตปลัดบัญชาสำนักนายกไทยสมัยหนึ่ง
ตอนนั้นท่านผู้นี้เป็นสามเณกิมเหลียง เปรียญธรรมห้าประโยคบวชสามเณอยู่คณะสอง วัดมหาธาตุฯ กรุงเทพฯ
เป็นประธานรุ่นคสม.คนแรก
คสม.นี้เกิดขึ้นสมัยวัดมหาธาตุฯมีระบบการศึกษาภาษาบาลีที่รุ่งเรืองที่สุดของไทย
เอาละเท่านี้

เพราะเรื่องบล็อกนี้มิใช่เรื่องประวัติวัดมหาธาตุฯ
จึงขอเอาไว้แต่เพียงเท่านี้

ผมจำได้ว่าเมื่อผมแจ้งเกิดที่วัดมหาธาตุฯคณะหนึ่ง
ผมเรียนหนังสือบาลีตามทะเบียนและยามว่าง
หลวงพ่อเจ้าคุณเจ้าคณะท่านบอกว่าคอยดูหมาของท่านซึ่งมีมาก
ที่คอยช่วยรักษาความปลอดภัยคณะและเงินวัด


และสุนัขหมาของท่านมาอึในบริเวณ
ที่ผมพักและบริเวณตำหนักสมเด็จรอบข้าง
อันนี้หนึ่งรายการที่ผมรับผิดชอบ
เป็นเงื่อนไขที่เกิดขึ้น
ที่ผมต้องรับผิดชอบหลังจากที่ผม
ที่ผมได้รับอนุมติให้อยู่วัดนี้ได้ตามคำสั่งท่านอธิบดีสงฆ์ของวัดนี้


และงานจรคือคอยฟังท่านเรียกตัว
ให้นำสารฎีกานิมนต์จากราชสำนักที่มี
นำฎีกานิมยต์ไปส่งตามพระราชาคณะที่ติดคิวในคณะต่างๆ
ภายในวัด
เพื่อแจ้งรับทราบกิจนิมนต์ และลงชื่อรับทราบ
และนำมาส่งคืนท่านคือหลวงพ่อผู้ปกครองผม

และที่นี่พ่อผมเคยมาเยี่ยมและถวายเงินให้ใช้
และเชิญสึกแต่ผมตอบท่านไปว่าว่ายังไม่อยากสึก
ส่วนแม่นั้นทั้งเพื่อนและคนสนิทที่รู้จักแม่
มาเยี่ยมและถวายเงินตลอดเวลา

การอยู่ที่วัดนี้บิณฑบาตลำบาก
เพราะมีแต่กระทรวงวังและสนามหลวง
และวัดพระแก้ว

และบางครั้งมีนายพลชั้นนำ(ปกปิด)ท่านจะมาใส่บาตรใส่เงินซองดอกไม้สวย
กับพระเณรที่บิณฑบาตแถวนี้

เป็นประจำตามถนนหรือท้องสนามหลวงปัจจุบัน
และเมื่อผมมีคนและญาตินำเงินมาถวาย
ผมจึงอยู่ที่นี่ได้มั่นคง
เพราะที่นี้
ผมต้องจ่ายค่าไฟและค่าน้ำทุกเดือน
ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนภาษาบาลีที่มหาธาตุวิทยาลัย(ในพระบรมราชูปถัมภ์)แต่อย่างใด
ประวัติการเรียนของผมติดขยัน แต่ผลการสอบไม่ค่อยดีนัก


ต่อมาชีวิตผมเริ่มเปลี่ยนไป

จนกระทั่งผมเบื่อชีวิตการบวชขึ้นมาในวันหนึ่ง
ผมพบนิสิต มจร. คือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราขวิทยาลัยท่านหนึ่ง

ที่วัดมหาธาตุ
คุยกันถูกคอและชวนกันเดินทางไปต่างประเทศ
โดยวิธีปั่นจักรยานข้ามทวีป
ตามแนวทางที่คนไทยเคยทำมีชื่อท่านหนึ่งนี้ มีหนังสือเขียน(ปกปิด)


เราทั้งสองจะเอาอย่างท่าน
และไปเยี่ยมท่านถามไถ่
และตกลงจะสึกจากสามเณรปั่นจักรยานข้ามทวีปกันกับมหาองค์นี้ซึ่งอยู่กันคนละวัด

แต่ต่อมาพบว่าไม่สำเร็จเพราะคิดแล้วลำบากมาก
แต่ผมได้เดินทางไปทางเครื่องบินใน10ปีต่อมา
ไปอังกฤษแทน
หลังลาสิกขาจากวสามเณรแล้ว


ส่วนมหาท่านนั้นผมจำชื่อไม่ได้ขาดการติดต่อกันตั้งแต่นั้น
นับจากการเปลี่ยนใจไม่เดินทางไปต่างปรัะเทศด้วยวิธีปั่นจักรยานข้ามทวีป
แต่ข่าวว่าพระมหาท่านนี้ท่านไปเรียนต่อประเทศที่อินเดีย


เอาละเท่านี้พอตอนนี้


มาเอาเรืองประเด็นของผมและของบล็อกนี้ต่อคือ
เรืองลิดรอนสิทธิส่วนบุคคล


เรื่องนี้อยู่ในความแพ่ง 6 เล่ม

กฏหมายแม่บทแพ่งของไทย เช่น มีในลักษณะครอบครัว..เป็นต้นและในอื่นๆอีก
ผมถือว่าสำคัญมาก


กล่าวไว้ว่าการลิดดรอนสิทธิคืออะไร
อันที่จริงเรื่องการปล่อยวัวมากินหญ้าในสวนที่ผมไม่อนุญาตนี้
ผมถือว่าลิดรอนสิทธิของผมด้วย
เพราะผมไม่อนุญาต

เขาอาจจะมีเหตุผลดีกว่าทั้งด้านการเมือง
การวิสาสะเกินกว่าเหตุ หรือเกินไป
หรือนิสัยคุณธรรมและการเคารพกฏหมายลักษณะนี้
ด้อยไปก็ตาม


แต่เรื่องลิดรอนตัวนี้ทำลายสมาธิผมและละเมิดผมสุดๆ
หรือสุดแท้แต่จะอ่านตามสิทธิและหน้าที่ของคนในสังคมที่รู้กันทั่วไป
และผมเอากฏแห่งการกระทำมีโทษตามธรรมชาติเป็นสำคัญ
ตนเองไม่ติดใจอะไร
พอทนได้แต่เหนื่อยมากในเรื่องนี้
เคยมีอุบัติเหตุเลือกโชกที่ขาครั้งหนึ่ง ต้องไปหาหมอทำแผล เคยกล่าวมาแล้ว

อนึ่งผมอ่านและเคยเรียนนิติปรัชญามาอยู่
ผมจะไม่เข้าไปในมาตราตามตัวมากนัก
เอาเป็นว่า
รู้เพียงว่าอันนี้ถูกหรือผิดพอเป็นความเข้าใจ
กันในระดับนี้เท่านั้น


เพราะเรื่องนี้จะให้ละเอียดต้องไปที่ทนายความผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเฉพาะเรื่อง
จึงจะรู้เรื่อวงคาดโทษคาดคุณกระจ่างขึ้นมาบ้าง
ก่อนเรื่องจะไปสู่ขั้นกระบวนการยุติธรรม
และอันเป็นที่สุดต่อไป

หมายเหตุในบางบทผมใช้ริดรอนแต่ท่านว่าให้ใช้ลิดรอน คำตามกฏหมายกำหนด
ส่วนความนั้นเราใจตรงกันว่ามันคืออะไรอยู่แล้ว
อันนี้เน้นว่าภาษาอักษรต้องไม่ผิดด้วย
เพราะกฏหมายมิใช่ของเล่นมีบทลงโทษ
กฏหมายมันเหมือน ๆ กับพระคัมภีร์ทีเดียว
ผมว่าอย่างนั้น

แต่มีอีกประเด็นหนึ่งที่ร้อนพอๆกัน
คือเรื่องลิดรอนสิทธิของ
สามีน้าสาว หรือน้องคนเล็กของแม่ผม
ที่มีต่อผมแม่พ่อและครอบครัวบ้านอานองเต

ผมได้มาพบเข้าตอนที่ผมเพิ่งกลับจากประเทศอังกฤษ
แต่ผมไม่ทำอะไรทันทีตอนนั้น
เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและ
เพราะเห็นว่าน้าเขามีทารก


เอาละเรื่องนี้ผมไม่ได้ติดใจอะไร แต่เป็นปัญหา
สังคมและสุขภาพจิตตามสูตร

มีผลเสียต่อสังคมรอบข้างต่อมา
ครอบครัวดูมีอะไรขัดๆกัน

และสิ่งสำคัญตอนนี้ผู้เกี่ยวข้องรับผิดได้ตายไปแล้ว
และจบลงโดยสิ้นเชิงกับสถานะของเขาที่บ้านอานองเต
ปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม
สาเหตุลิดรอนสิทธิในครัวเรือของแม่และบ้านอานองเตทั้งสามหลัง
เรื่องนี้เป็น
สาเหตุให้ผมเดินทางไปอยู่ประเทศฝรั่งเศสหนึ่งระยะด้วย

ผมสำเนามาให้ดูประกอบอ้างอิงที่มาอย่างละเอียด
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับบทกฎหมายที่สัมพันธ์กับลิดรอน


อ้างซ้จากหมายเหตุ: ข้อกฎหมายอ้างอิงที่มาจาก http://report.thaihotline.org/
อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/413816

สำเนาอ้างอิงซ้ำเมื่อ02/07/2560


การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550

มาตรา 4
ในพระราชบัญญัตินี้ “โฆษณา”หมายความรวมถึงกระทำการไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ให้ประชาชนเห็นหรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ในทางการค้า แต่ไม่หมายความรวมถึงเอกสารทางวิชาการหรือตำราที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน

• พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519

ส่วนที่ 3 สิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล

มาตรา 35
สิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง ตลอดจนความเป็นอยู่ส่วนตัวย่อมได้รับความคุ้มครองการกล่าวหรือไขข่าวแพร่ หลายซึ่งข้อความหรือภาพไม่ว่าด้วยวิธีใดไปยังสาธารณชน อันเป็นการละเมิดหรือกระทบถึงสิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือความเป็นอยู่ส่วนตัวจะกระทำมิได้ เว้นแต่กรณีที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากการแสวงประโยชน์โดยมิชอบจากข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา 36
บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบด้วยกฎหมาย การตรวจ การกัก หรือการเปิดเผยสิ่งสื่อสารที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน รวมทั้ง การกระทำด้วย ประการอื่นใดเพื่อให้ล่วงรู้ถึงข้อความในสิ่งสื่อสารทั้งหลายที่บุคคลมี ติดต่อถึงกัน จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน


2. ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 287
ผู้ใด
(1) เพื่อความประสงค์แห่ิพากษาศาลฎีกาเป็นต้นงการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการจ่ายแจก หรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไป หรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ หรือสิ่งอื่นใดอันลามก

(2) ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามก ดังกล่าวแล้ว จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชน หรือให้เช่าวัตถุหรือสิ่งของเช่นว่านั้น

(3) เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใด ๆ ว่ามีบุคคลกระทำการอันเป็นความผิดตามมาตรานี้ หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าวัตถุหรือสิ่งลามกดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใดหรือ โดยวิธีใด

มาตรา 322
ผู้ใดเปิดผนึกหรือเอาจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารใด ๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไป เพื่อล่วงรู้ข้อความก็ดี เพื่อนำข้อความในจดหมายโทรเลข หรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผยก็ดี ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (กรณีนี้รวมถึงการแฮกคุณเมล์ หรือรู้พาสเวิร์ดเมล์เค้าแล้วเอามาทำไม่ดีก็โดน...ซะ)

 

ผมมีเวลาคนเจอเท่านี้ ถ้าผมค้นเจออีกผมจะนำมาฝากอีก
แต่ไม่สมบูรณ์เท่าของจริงเป็นเรื่องเป็นราวที่เขาเชี่ยวชาญเฉพาะ
ที่ผมทำเพียงอ้างอิงเขามาแล้วมาซ้ำเพียง
ความรู้ที่ามารถเผยแพร่
ต่อสาธารณะชนได้เท่านั้น

มีประเด็นและข้อกฎหมายที่อื่นอีก
ที่ตรงจุด
ที่ผมหมายถึงอาทิ
เช่นตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นต้น
แต่ผมมิได้หมายถึงนิติปรัชญา
ที่เป็นเพียงการแสวงหาความรู้ความเข้าใจใน
องค์ความรู้ทางนิติศาาสตร์อย่างรวมๆ
ทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคต
และเสริมบทการตีความและดุลยพินิจ
ทางกฏหมายอย่างเป็นกระบวนการก็หาไม่
ที่ผมเข้าใจมา


แต่ผมหมายถึงการลิดรอนสิทธิผู้อื่น
โดยเจตนาและไม่ได้เจตนา
ซึ่งผมจะกล่าวไปตอนที่ผมยังจำความได้

เรื่องนี้ผมยุติลงแล้วไม่มีเหตุลิดรอนหมายถึง
ที่ผมคิดว่ามีอยู่อีก


เพราะผู้ถูกตั้งข้อหาได้เสียชีวิตไปแล้ว
ส่วนที่จะเกิดขึ้นใหม่ผมยังไม่ทราบ

เรื่องคนเลี้ยงวัวเข้ามาละเมิดสิทธิของผมนั้น
มันมีแบบไม่ใช่เข้าไปบุกรุกอยู่กินอาศัยในที่อยู่
ของบุคคลอื่น
ที่มีบุคคลมีนัยสำคัญไม่เห็นด้วย


และชี้ส่อให้เกิดปัญหาชีวิตครอบครัวและสมรสปัญหาสุขภาพจิต
ของคนที่ไม่เห็นด้วยตามมา
ผมรู้สึกอย่างนั้นเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นกับผม

จนเป็นเหตุให้ผมต้องระหกระเหืน

ออกสู่โลกภายนอกอีกวาระหนึ่ง
แม้แม่และพ่อจะกลับมาอยู่ด้วยกันแล้วขก็ตาม
ทำใกห้ผมประสบปัญหาชีวิตซ้ำสอง


เมื่อพูดถึงเผ่ากิยองตินในมโนคติของผม
แล้วเปรียบเหมือน หนูและตัวกระจ้อนที่
ควรกวนสมาธิขโมยของกิน
กวนใจ เทียบให้เห็นภาวะว่าเป็นเช่นไร


ส่วนเผ่าดิบองจิตามมโนคติของผมนั้นเทียบได้กับนกซึ่งนก
ให้ความสนุกสนานแก่มนุษย์มากกว่า
แม้กวนเหมือนกัน
นกดีกว่ากระจ้อนและหนูที่กวนใจและสมาธิที่ค้างค่ำคืนได้ของเรา

วันนี้ผมใช้ชีวิตอาหารค่ำ
กับผักปูปลาหามาได้ผักต้มนำร้อนลวกจิ้มน้ำพริกผมตำเองสูตรแม่
อร่อยบ้างไม่อร่อยบ้างก็กินไป
เพราะไม่ต้องไปเป็นหนี้คนอื่น
การตำน้ำพริกให้อร๋อยเหมือนแม่นั้นคงยาก
และแม่ผมก็ไม่เคยมีเวลาสอนผม
ส่วนปูปลานั้นผมไม่ได้ไปหาเองด้วยตะข้องแต่ไปซื้อเอามาที่ตายแล้ว


ยอดผักหลากชนิดกที่มันแย่งกันขึ้นในป่ารกของบ้านอานองเต
ที่ผมไม่ยอมให้วัวควายใครเข้าไปเล่น
พ่อและแม่ก็ไม่ชอบเช่นกัน


ผมเก็บผักพืชเหล่านี้ที่ว่านั้นเติมหญ้านางด้วยมาป็นอาหาร
เพราะท่านบอกว่าเป็นยาสมุนไพรอย่างดี
นอกจากอิ่มท้องด้วย

ดอกโสนน้อย(เรือนงาม) ต้มจุ้มนำพริกกินดีโดยเฉพาะกับกับข้าวร้อนข้าวร้อน
ส่วนผักขมยอดตำลึง
ใบเหลียงยอดมัน
หญ้าผักหวานใช้เป็นผักจุ้มนำพริกได้อย่างดี
และถ้าลวกกระทิด้วยจะอร่อยขึ้นอีก

แต่กระทิหายากทำเองก็ปอกมะพร้าวไม่เป็นกลัวมีดสับมือ
ไปซื้อที่ร้านได้ยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ราคานั้นแพง
บางที่ไม่มีบางทีหมด


แต่ผมก็อุตส่าห์ซื้อมาทำกระทิลวก
ผักเหมือดน้ำพริกจนได้
เมื่ออยากกินมันขึ้นมา


หัวปลีกล้วยนี้ชั้นเยี่ยมเลย
ทำต้มลวกกระทิ
ดีมาก
ยังมีอีกไม่หมดที่จะเล่า
อย่างไรก็ตาม
พืชผักทั้งหมดเดี่ยวนี้
เป็นผักพืชเศรษฐกิจหมดแล้ว
เมื่อวานนี้ให้ฟรียังไม่มีใครเอา

มิใช่ของฟรีหรือเรื่องขอกันกินได้แล้ว

สมัยนี้
ดอกแคแกงส้มมีแคขาวและแคแดง
พริกมีพริกหยวก
พริกชี้ฟ้า
พริกขึ้หนู

ต้นหอมผักชีจีน ผักชีลานี้ขาดไม่ได้เลย
สำหรับผม
เพราะแม่ชอบและทำเซ่นผีแม่และเซ่นตนเองไปในตัว

พ่อเป็นคนจีนแต่กินน้ำพริกเป็นชอบกินน้ำพริกจิ้มสะตอ
แม่ชอบน้ำพริกจิ้มผักเสี้นยดอง
หัวหอมปลูกง่ายเพียงเอาหัวแห้งลงดิน
ในกระถางรดน้ำบ้างตากแดดเล็กน้อย
มันก็ขึ้นแล้วที่หน้าต่างบ้านเรา
อาทิตย์เดียวกินไม่ทัน

และสามารถตัดมาผสมข้าวต้มกันคาวได้ทันทีเมื่อต้องการ


ผมลองเอาหัวกระเทียมทำแบบหัวหอมดูบ้างมันไม่ขึ้น
ผมก็งดปลูกกระเทียมไว้กินเอง
พยายามปลูกผักชีดู
แต่ว่าได้ผลช้าหรือตายหมด


ผมลองดูครั้งแรก
ไม่รู้คือ
ผมเอาคลุกกับดินแล้วรดนำพบว่า
ปรากฏว่าตายหมด
แม้มันขึ้นมาวันสองวันแรกบ้าง
สามวันครับ

ผมมาเจอข้อมูลที่หลัง
เขาบอกว่า
ให้แช่น้ำคือเม็ดมัน
แล้วเอาลงดินคลุกกับดินรดน้ำทุกวันปรากฏว่าตายหมด
เพราะผมรดน้ำบ้างไม่รดน้ำบ้าง


แต่เจอสูตรใหม่คือต้องรดน้ำตามเวลาทุกวันเช้าเย็น
ดินร่วนในกระถางทำตามสูตรที่แล้ว
แล้วนำฟางสับโรบบนกระถางที่เม็ดคลุกดินอยู่สูงแล้วสักหนึ่งนิ้ว
รดน้ำทุกวันห้ามโดยแสงแดดมาก
จนกว่าโตกินได้แล้วงดรดน้ำบ้าง

จบผมจะพยายามทำอีกครั้ง
เพราะผักชีแพงมากตอนนี้เดือนกรกฎาคม2560


ผมเสียดายไม่ได้ดูแม่ทำเพราะแม่ทำเก่งมาก
ได้กินในมื้ออาหารเย็นทุกครั้งเมื่อจะกืนอะไร
ของจำพวกนี้
ผมแยกต๊ะกินกัน แม่กินกับพ่อผมกินส่วนผม
น้อยมากที่เรา พ่อแม่ลูกจะกินร่วมโต๊ะกัน
ผมยังไม่ทราบวัฒนธรรมนี้

ผมพยายมจะเข้าไปถามแม่ว่า
เมื่อเห็นแม่ทำผักสวนครัว
แต่ว่าพ่อสั่งห้ามไม่ให้ไปกวนแม่
เมื่อแม่
ทำงานสวนครัวอยู่

ผลคือผมไม่เป็นอะไรเลย
ต่อมาเมื่อพ่อและแมตายแล้ว
ต้องซื้อกินอย่างเดียว
แต่เมื่อวัยนมาถึงผมคิดว่า


แต่เมื่อเงินหมด
งดซื้อกิน
เอาเวลาว่างมาเรียนรู้หัดทำทุกอย่างที่แม่เคยทำให้ได้
เพื่อจะได้กินให้อร่อยทุกมื้อ
แทนการต้องนั่งรถออกไปแย่งซื้อกันที่ตลาดบางครั้งก็ไม่มี
เสียเวลาอารมณ์เสีย


อาจจะเจออุบัติเหตุกลับมา

หัดปลูกหัดทำเองมีสมาธิและ
มีประโยชน์ด้วย
ถ้าทำได้กินเองได้
ที่เหลือยังขายเพื่อนบ้านอีก
ยังได้เลย


เพราะาสมัยนี้ไม่มีของฟรี
ทุกอย่างเป็นเงิน
โลกกำลังพัฒนาจริงๆ


มิใช่ของเล่น
เหมืนอย่างที่
เราเห็นอะไรต่อมิอะไรทางเน็ตเสียแล้ว
พอดีตอนหนึ่งของบาช์คจบลง
ผมขอจบลงก่อน

แถมท้ายอีกนิดพอดีไฟฟ้าไม่ดับคืนนี้

อันนี้ที่จริงเรื่องเผ่าดิบองจินั้น
เขาดีเพราะมีคุณธรรม
แตว่าเผ่าดิบองจิมิได้ทำให้ผมโชคดีขึ้นเหนือฟ้าเลย
เรื่องโชคจะดีไม่ดีขึ้นอยู่กับตนเอง
ผมว่า


เพราะฉะนั้นเผ่าในมโนคติทั้งสองเผ่าของผม
ที่มีอยู่ตามมโนธรรมจึงเป็นส่วนแห่งความคิดมากของผมมากกว่า

ถ้าเผ่าดิบองจิเขาช่วยผมด้วย
ตอนนี้ผมสามารถรวยแล้ว
แม้พ่อแม่ตายไปมิได้ทิ้งเงินสดอะไรไว้ให้
ท่านทิ้งแต่ที่ดินและความหลัง


ที่ดินที่ผมมีอยู่
สิทธิที่ผมมีอยู่
ผมสามารถเป็นเศรษฐีไส้ไม่แห้งได้ทันที
ทำอย่างไร
เช่น ถ้าเผ่าดิบองจิ
เขาวิเศษ

เผ่าดิบองจิเขาจะสร้างรีสอร์ตให้ผม
เอาพื้นที่ที่ว่างของบ้านอานองเตไปพัฒนาปรับ
เป็นที่ดินจัดสรร


เอาหน้าทำเลทองที่บ้านอานองเตที่มี
ไปทำการค้าสมัยใหม่
อย่างใดอย่างหหนึ่ง


ผมจะเป็นเถ้าแก่น้อยทันที
เพื่อได้ใช้เงินและได้พบคนรักที่รออยู่ได้แน่นอน


แต่นี้ไม่เลย
ผมนับวันแต่จะขายที่ดินบ้านอานองไปเรื่อยๆ เพื่อยังชีพ
รายได้มีน้อยมากจากรายการมะพร้าวสองสามต้นที่เก็บบ้างโดนลักพาบ้าง
ผิดพลาดเพราะสุดวิสียคนกังทำผิดบ้างหายไปบ้าง
เหลือนิดเดียว

ได้เงินไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย
เกือบจะไม่พอกิน
ถ้าไม่โดนแกล้งจากเผ่ากิยองตินต้องพอแน่นอน
ผมคาดว่าอย่างนั้น


เผ่าดิบองจิได้มารายงาน
ผมในฐานะมนุษย์ที่ทั้งฉลาดทั้งโง่ว่า

ตอนนี้มีมือมืดเข้ามาผลักให้ผมตายไว
ด้วยวิธีการอื่นใด
เพื่อเงินของผมทีเหลือจะได้ทำมูลนิธิหลังผมตายไป
จะได้แอบกันใช้ หรือได้ไหสักใบ
จากบ้านอานองเตไปครอบครอง
ช่วงพลาดสายตาคนเฝ้าบ้านอานองเตไป
เผ่ากิยองตินกำลังมีแผนนี้


ซึ่งผมได้ลงกลอนเป็นกลางเอาไว้
ตามคำแนะนำของเผ่าดิบองจิ
โชคดีเป็นของมนุษยชาติแน่นอน
ผมภาวนา
ในภายภาคหน้า


แต่โชคดีมิได้เกิดจากความตายของผมแน่นอน
เผ่าดิบองจิว่าอย่างนั้น

สรุปเผ่ากิยองตินมีแต่แอบแกล้งผม
เพื่อปากท้องของเขา
ส่วนเผ่าดิบองจินั้นไม่แกล้งผม
แต่เป็นพยานในการถูกกลั่นแกล้งไม่เสริมดีเสริมจนให้ผม
เพียงพยานดินฟ้าให้เทพสังหรณ์ผม
ผมเชื่อว่าอย่างนั้น

เผ่าดิบองจิทำให้ผมถูกลอตเตอรี่รางวัลที่นึ่งทีเดียง10ใบอะไรทำนองนั้น
แต่อันนี้ไม่
แต่นี่ไม่


ผมเห็นตนเองแก่ลงทุกวัน
ช้าลงทุกวัน
ไม่เห็นมีใครช่วยให้ผมรวยแต่มีแต่จะช่วยให้จนลง
ทุกวัน

พบว่าตนเองนั้นแหละคือเทพเจ้ากำหนดชะตาชีวิตตนเองเอง
เพราะฉะนั้นผมดิบองจิคงเป็นอุ้งมือของผมซึ่งตอนนี้บวม
ส่วนเผ่ากิยองตินคือความเลวร้ายที่ผมบังเอิญประสบ
เอาละผมได้ข้อคิดแล้ว

คือแต่อย่างไรก็ตาม
ผมยังเชื่อในเผ่าดิบองจิและความดีของเขาในมโนทัศน์

ขึ่งผมผมรักในคุณธรรม

แต่แต่ผมเกลียดเผ่ากิยองติเข้ากระดูกดำที่เขาคอยแกล้งผม
ขอจบจริงๆตอนนี้ไม่มีอะไรต่อไปอีกแล้ว
ไม่มีอะไรในกอไผ่

ต่อไปพบกหันที่บทใหม่ที่เผ่าดิบองจิจะสังหรณ์ให้ผมเขียนทำต่อไป
เมื่อความคิดและความทระนงของบุรุษ
จะกลับมาบรรเจิดอีก
ผมชักเหนื่อย
ขอลาพัก
Good night and sleep wel.
บ้านอานองเตl

โดย marttrinii

 

กลับไปที่ www.oknation.net