วันที่ พุธ กรกฎาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

10 ประเด็น ข้อสงสัยในคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ


Image may contain: 4 people, people sitting and indoor

ตามที่คณะรัฐมนตรีประกาศแต่งตั้ง "คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ" หรือคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 260 ประกอบด้วยคณะกรรมการ 36 คน โดยมี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานนั้น เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง

1.รายชื่อจำนวนมากเป็นบุคคลที่ไม่สอดคล้องกับการปฏิรูปตำรวจ มีข้าราชการทหารและตำรวจรวมถึง 23 คนจาก 36 คน ซึ่งทำให้ข้าราชการทหารและตำรวจ เป็นเสียงข้างมากในคณะกรรมการ ทำให้เป็นอุปสรรคในการปฏิรูปตำรวจ

2.ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรมเป็นที่ประจักษ์ ตามข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญ มีเพียง 13 คน ซึ่งหลายคนก็ไม่ได้มีความรู้ความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรมเป็นที่ประจักษ์แก่สังคมเท่าใดนัก บางคนยังเคยแสดงความเห็นคัดค้านการปฏิรูประบบงานตำรวจ

3.ไม่มีตัวแทนภาคประชาสังคมแม้แต่คนเดียว

4. ไม่มีตัวแทนผู้หญิงแม้แต่คนเดียว คณะกรรมการทั้ง 36 คนเป็น "นาย" ทั้งสิ้น เป็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ให้ความสำคัญกับบทบาทหญิงชาย

5. ไม่มีตัวแทนนายตำรวจชั้นผู้น้อย และนายตำรวจชั้นประทวนเลยแม้แต่คนเดียว ส่วนใหญ่เป็นนาย พล.ต.อ.แทบทั้งสิ้น

6.รายชื่อคณะกรรมการทั้งหมด ดูเหมือนจะอยู่ภายใต้อาณัติของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แทบทั้งสิ้น รวมถึง พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานฯ ยังเป็นเพื่อนโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 6 และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 17 เพื่อนร่วมรุ่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อีกด้วย

7.การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อปฏิรูประบบงานตำรวจตามรัฐธรรมนูญ 2560 อาจไม่มีความหวังภายใต้คณะกรรมการชุดดังกล่าวที่ถูกตั้งขึ้น อาจจะถูกขัดขวางและไปไม่รอดเหมือนคณะกรรมการพัฒนาระบบงานตำรวจเมื่อปี 2550 แม้ประเด็นการพัฒนาระบบงานตำรวจ 10 ประเด็น เคยผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2550 แล้วก็ตาม

8.ในคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าว คณะรัฐมนตรีได้กำหนดเกณฑ์และโครงสร้างกรรมการที่อาจแต่งตั้งเพิ่มเติมในสัดส่วนที่เท่ากันได้ในอนาคต การขยายต่อเติมดังกล่าวสะท้อนการไม่มียุทธศาสตร์การปฏิรูปตำรวจของรัฐบาล และขัดหลักรัฐธรรมนูญที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ดังนั้น นายกรัฐมนตรีต้องออกมาสั่งการแต่งตั้งใหม่ในสัดส่วนที่เหมาะสมและมุ่งมั่นกับการปฏิรูประบบงานตำรวจครั้งใหญ่ให้สำเร็จตามเจตนารมณ์

9.การแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจชุดนี้ เป็นที่น่าสังเกตผ่านหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรี ผ่านรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โดยรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) ว่า เป็นเรื่องน่าตลกที่รองนายกรัฐมนตรีทำหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรีผ่านรองนายกรัฐมนตรีด้วยกัน และเรื่องนี้น่าจะเป็นการข้ามหน้าข้ามตานายกรัฐมนตรี ในการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ที่ผ่านการสรรหามาจากพรรคพวกของตนเองฝ่ายเดียว

10.หากนายกรัฐมนตรีมีความจริงใจในการปฏิรูปตำรวจให้เสร็จสิ้นในรัฐบาลเฉพาะกาลนี้ นายกรัฐมนตรีสามารถออกคำสั่งได้เลย ให้มีการแยกอำนาจสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระจายอำนาจระบบงานตำรวจเป็นตำรวจจังหวัด และขึ้นตรงตามหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

หมายเหตุ: พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และกรรมการและที่ปรึกษาในคณะกรรมการเพื่อเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เติบโตในสายเสนาธิการ เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการวิทยาลัยเสนาธิการทหาร และผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ก่อนจะมาเป็นเสนาธิการทหารบก

ในช่วงเหตุการณ์รัฐประหาร วันที่ 19 กันยายน 2549 นั้น พล.อ.บุญสร้าง ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และร่วมอยู่ในกองบัญชาการต่อต้านการปฏิวัติของ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ที่กองบัญชาการทหารสูงสุดด้วย และมีบทบาทในการเกลี้ยกล่อม พล.อ.เรืองโรจน์ ไม่ให้ตัดสินใจสู้รบกับฝ่าย คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ซึ่งนำอาจนำไปสู่ความเสียหาย เสียชีวิตเลือดเนื้อของทหารไทยด้วยกันเอง ภายหลังการรัฐประหารได้ไม่นาน พล.อ.บุญสร้าง ก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นคนต่อไป และได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ด้วย

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net