วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Chureito Pagoda Japan (ตอน ๕ )


ค่ำแล้ว  ฉันจะได้พักผ่อนซะที หลังจากที่เดินตะลอนๆตั้งแต่หกโมงเช้าจนกระทั่งหกโมงเย็น สิบสองชั่วโมงเต็มที่ฉันออกจากที่พักจนกระทั่งกลับเข้าที่พัก ใช้เวลาคุ้มค่าจริงๆ ขาเมื่อยล้าไปหมด ที่พักมีออนเซนด้วย ก่อนมาญี่ปุ่นฉันเคยนึกถึงออนเซน ฉันอยากลงไปแช่หลังจากที่ตะลอนๆมาทั้งวันเพื่อคลายกล้ามเนื้อ แต่เมื่อเอาเข้าจริงใจฉันไม่กล้าพอ รู้สึกอายจริงๆที่จะลงไปแช่น้ำโดยปราศจากสิ่งปกปิด เพียงแค่ฉันค่อยๆแง้มประตูห้องออนเซนและโผล่หน้าเข้าไปดูเท่านั้นฉันก็ต้องรีบปิดห้องหันหลังกลับทันที ฉันไม่กล้าจริงๆ หากมองอีกแง่หนึ่งการเปลือยกายอาบน้ำในที่สาธารณะมีมาตั้งแต่สมัยโรมันเรืองอำนาจเมื่อ ๒๐๐๐ กว่าปีมาแล้ว ในกรุงโรมมีโรงอาบน้ำสาธารณะกลางแจ้งมากมาย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ คนไทยเราตั้งแต่สมัยโบราณก็มิได้นุ่งห่มมิดชิดแต่อย่างใด ความอายมันเกิดขึ้นกับเผ่าพันธ์ไทยมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ช่างผิดกับหญิงสาวที่มีอาชีพนุ่งน้อยห่มน้อยถ่ายภาพเปลือย

ชูเรโต พาโกดา

ดิว พรุ่งนี้พยากรณ์อากาศเป็นยังไงบ้าง ฉันเอ่ยถามเพราะอยากรู้จะรู้ว่าพรุ่งนี้อากาศจะเป็นยังไง

ผู้กองดิว รีบเปิดดูพยากรณ์อากาศเมืองโตเกียวจากสมาร์ทโฟน

ตั้งแต่เที่ยงคืนจนกระทั่งถึงเย็นของวันพรุ่งนี้จะมีฝนแปดสิบเปอร์เซ็น ผู้กองดิวรายงานให้ทราบ

ใจฉันไม่อยากให้พยากรณ์ถูกต้องแม่นยำ เพราะฉันอยากจะชมฟูจิซังแอบหลังชูเรโต

พยากรณ์อากาศคงไม่ถูกต้องแม่นยำหรอก ฉันเอ่ยกับผู้กองดิวเพื่อปลอบใจพวกเรา

แต่พยากรณ์อากาศของญี่ปุ่นถูกต้องแม่นยำเกือบร้อยเปอร์เซ็นนะน้าโต้ง ผู้กองดิวบอกอย่างเชื่อมั่น

เช้านี้เรามีโปรแกรมไป เจดีย์ชูเรโต ที่มีฟูจิซังอยู่หลังฉาก ภาพโฆษณาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของญี่ปุ่นจะมีภาพนี้ลงทุกสื่อ ไม่ว่าจะเป็น ใบปลิว ลีฟเลท คู่มือการท่องเที่ยวญี่ปุ่นรอบๆโตเกียว ฯลฯ  ฉันอยากให้พยากรณ์อากาศผิดพลาดไปบ้าง เพราะฉันต้องการจะเห็นฟูจิซังที่อยู่หลังชูเรโต เช้าฝนโปรยปรายลงมาแต่ไม่หนัก หมอกลอยปกคลุมบดบังท้องฟ้า บรรยากาศดูขาวขุ่นไปหมด เห็นสถานีรถไฟคาวากุชิโก๊ะท่ามกลางแสงไฟสลัวๆ แต่พวกเราตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปชูเรโต ดังนั้นรถไฟจากสถานีคาวากุจิโกะ ที่จะไปยังสถานีชิโมโยชิดา จึงมีพวกเราขึ้นไปนั่งจับจอง ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงสถานีจุดหมาย เดินเท้าต่อไปอีก ๑๐ นาทีก็ถึงทางขึ้นเจดีย์ ท่ามกลางหมอกหนาและสายฝนโปรยปราย ร่มและเสื้อกันฝนจึงได้ใช้งาน เดินขึ้นบันไดทางขึ้นช่วงแรกก็หอบกันหลายแฮก ใบไม้สีแดงล่วงหล่นลงมาเกลื่อนพื้นเพราะโดนลมและฝนซักกระหน่ำเมื่อคืนที่ผ่านมา

ทางขึ้นช่วงแรกเจอบันไดไม่ถึงร้อยขั้น

สิ้นสุดบันไดช่วงแรก มาเจอช่วงที่สองอีก ๓๔๙ ขั้น

บรรยากาศครึ้มๆสลัวๆ

ท้องฟ้าขาวหม่นไม่มีแสงแต่ใบไม้เปลี่ยนสียังคงสดใส

ยังพอให้เห็นสีเหลืองๆแดงๆบ้าง

ใบสีเหลืองร่วงหล่นบนพื้นราบ  แลดูกลาดเกลื่อนเหมือนจิตกรแต่งแต้ม

ใบไม้ร่วงหล่นปลิดปลงลงจากต้น เพราะโดนลมฝนโชยพัดหล่นเกลื่อนกลาด

แม้ไม่สมบูรณ์แต่ก็สวยโดยไม่ต้องปรุงแต่ง

แดงจับใจ

ถึงแล้วเจดีย์ชูเรโต ด้านหลังขาวโพลนบดบังฟูจิซัง

บรรยากาศแบบนี้ คงหมดหวังกับฟูจิซัง

ขากลับเดินลงมาพอจะมีแสงให้ปลาบปลื้ม

ลาก่อนชูเรโต

เราย้อนเส้นทางกลับมายังสถานี ชิโมโยชิดา เพื่อรอรถไฟกลับไปยัง สถานี คาวากุชิโกะ ด้วยความผิดหวัง แต่ยังอดไม่ได้ที่จะเหลี่ยวมองไปยังเจดีย์ชูเรโต ฝนยังคงลงเม็ดปรอยๆ  เมื่อถึง Kawaguchiko station เราก็ต่อรถบัสไปขึ้นภูเขาไฟฟูจิชั้น 5 ใช้เวลาชั่วโมงเศษๆก็ถึง ไปแล้วก็ต้องผิดหวังเพราะสายฝนกระหน่ำต้องรีบวิ่งเข้าตัวอาคาร แล้วก็ไม่ได้ก้าวเท้าออกจากตัวอาคารเลย จนกระทั่งได้เวลาเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ

ฟูจิซัง ชั้น 5 ได้แต่เข้าไปยืนรอให้ฝนหยุด

หมู่บ้านโอชิโนะฮักไก(Oshino Hakkai) เป็นจุดท่องเที่ยวที่สร้างเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ประกอบด้วยบ่อน้ำ 8 บ่อในโอชิโนะ ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบคาวากูจิโกะ(Lake Kawaguchiko) กับทะเลสาบยามานาคาโกะ(Lake Yamanakako) ซึ่งเป็นพื้นที่เก่าของทะเลสาบแห่งที่ 6 ที่แห้งขอดไปเมื่อ 200-300 ปีที่ผ่านมา บ่อน้ำทั้ง 8 นี้เป็นน้ำจากหิมะที่ละลายในช่วงฤดูร้อน ที่ไหลมาจากทางลาดใกล้ๆภูเขาไฟฟูจิผ่านหินลาวาที่มีรูพรุนอายุกว่า 80 ปี ทำให้น้ำใสสะอาดเป็นพิเศษ

ถัดไปอีกบ่อหนึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถดื่มน้ำเย็นจากแหล่งน้ำได้โดยตรง บ่อนี้ค่อนข้างลึกและมีชีวิตทั้วพืช และปลาน้ำจืดขนาดใหญ่อาศัยอยู่ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และซุ้มรอบๆบ่อ ที่ขายทั้งผัก ขนมหวาน ผักดอง งานฝีมือ และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอื่นๆ บางร้านยังขายมันเทศหวานย่าง และแครกเกอร์ข้าคั่ว(osenbei) บนเตาเล็กๆกลางแจ้งส่งกลิ่นหอมชวนให้ลิ้มรสอีกด้วย

อีกด้านหนึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ฮันโนกิบายาชิชิเรียวกัง(Hannoki Bayashi Shiryokan) เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดเล็ก ที่จัดแสดงเครื่องมือการเกษตร ของใช้ในครัวเรือน เกราะซามูไร และอาวุธในบ้านมังหลังคาแบบดั้งเดิม ที่สามารถชมได้ทั้งภายนอกและภายใน

*** ข้อมูลจาก talonjapan.com/oshino-hakkai

นักท่องเที่ยวต้องกางร่มชมบ่อน้ำ

ฟ้าสีขาวโพลนบดบังฟูจิซัง

ดื่มน้ำศักดิ์สิทธิเพื่อขอพร ขอให้สวยขอให้รวย

เดินชมรอบๆหมู่บ้าน

ยังคงมีใบไม้เปลี่ยนสีหลงเหลือให้ชื่นชม

หมู่บ้านรอบๆบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ

ออกจากหมู่บ้านน้ำศักดิ์สิทธิเราเดินทอดน่องไปตามเส้นทางชนบทที่เงียบๆ เพื่อตรงไปยังหมู่บ้านนินจา โอชิโนะ ชิโนบิโนะซาโตะ ระหว่างที่เราเดินไปตามถนนแคบๆสองเลนส์ ฝนเพิ่งหยุดตก แต่ตามท้องถนนยังคงมีน้ำขังบ้าง ขณะที่รถวิ่งอยู่เมื่อเห็นคนเดินถนน รถจะชลอและเบนไปอีกเลนหนึ่งเพื่อมิให้น้ำที่ขังอยู่บนถนนกระเด็นมาใส่ผู้เดินเท้า ฉันรู้สึกถึงความเอื้อเฟื้อ ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเหตุการณ์นี้ฉันประทับใจมาก แต่เมื่อย้อนกลับมามองบ้านเราฉันไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย รถแต่ละคันเหยียบคันเร่งตะบึงโดยไม่สนใจผู้อื่นท้งสิ้น

หมู่บ้านนินจาแห่งนี้เพิ่งจะเปิดเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และด้วยเหตุที่อยู่ใกล้หมู่บ้านน้ำศักดิ์สิทธิเราจึงเดินมาได้สะดวก เดินชมบ้านเมืองที่สะอาดสงบสวยงาม ผู้ใช้รถใช้ถนนมีแต่ความเอื้อเฟื้อ

บ้านเรือนตามเส้นทางที่เดินไปหมู่บ้านนินจา สะอาด สงบ

ท้องฟ้าเริ่มแจ่มใส

รอบๆหมู่บ้านนินจา

ภายในหมู่บ้านนินจา

 

พยากรณ์อากาศแจ้งว่าพรุ่งนี้ท้องฟ้าโปร่ง มีเมฆเป็นบางส่วน แล้วเราจะไปชูเรโต พาโกดา กันอีกไหม ?

 

ขอบคุณครับที่เข้ามาชม

_________________________________________

 

โดย สำรวจฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net