วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถามแบบนี้เพื่ออะไร....


       คือความจริง อยากตั้งชื่อเอ็นทรี่นี้ว่า  "ถ้าถามแบบนี้เอามีดมาแทงเลยดีมั๊ย!!!!"  คือขอระบายความรู้สึกสักนิดเถอะค่ะ   ถ้าใครเคยอ่านเรื่องของแม่หมี  ก็จะรู้ว่า  แม่หมีเคยป่วยเป็นโรคร้าย   ซึ่งไม่อยากจะเอ่ยถึง  ไม่อยากจะได้ยินด้วยซ้ำไป   แต่ถ้าไม่เขียนเดี๋ยวจะมีคนสงสัยอีก  เอาเป็นว่า  เคยเป็นมะเร็งมาเมื่อตอนปี  54  แล้วก็อยู่ในระยะที่สามขึ้นสี่แต่อย่าถามว่าเป็นขนาดไหน   ทำไมไม่รู้ตัวว่าเป็น  ก็จะรู้ได้ไง  ชีวิตแม่หมีก็มัวแต่ก้มหน้าดูแลลูกดูแลครอบครัวนี่ล่ะค่ะ   กว่าจะรู้มันก็ไปเยอะแล้ว

       การเป็นโรคร้ายแบบนี้   การรักษามันจึงต้องผ่านกระบวนการที่เข้มข้น  ทั้งผ่าตัด  เคมีบำบัด  ฉายแสง  กว่าจะผ่านแต่ละวันแต่ละวินาทีมันยากเย็นและทรมานมาก   กว่าจะจบกระบวนการรักษาก็เป็นปีที่ต่อสู้กันมา   และคนในครอบครัวหมีก็ให้กำลังใจและดูแลกันมาตลอด  บ้านเราที่เคยสนุกสนาน  เคยมีเสียงหัวเราะ  ทุกคนเป็นทุกข์กันไปหมด   หมีน้อย  พี่หมีใหญ่ พ่อหมี  รวมทั้งเพื่อนๆพี่หมีใหญ่ล้วนมาให้กำลังใจ   มาเยี่ยมมาพูดคุย  มาปลอบขวัญทั้งแม่หมีและคนในครอบครัว  โดยเฉพาะพี่หมีใหญ่ซึ่งเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ  กำลังมีอนาคตที่รุ่งโรจน์   ต้องมาคิดหนักจะทำงานหรือดูแลแม่ดี  หมีน้อยเองก็เข้มแข็งจากเด็กที่คอยพึ่งพิงแม่หมี   กลับกลายเป็นคนที่มาดูแลแม่   พ่อหมีเองก็เหนื่อยจากการทำงานเพื่อหาเงินมารักษา   แม้จะใช้สิทธิ์ในการรักษาในรพ.ของรัฐ  แต่ทุกครั้งที่ให้คีโม  แม่หมีก็ต้องไปนอนโรงพยาบาลเอกชน   ไปนอนสองสามวัน    พอกลับบ้านมานอนบ้านไม่กี่วันก็ต้องกลับเข้าไปนอนรพ.เอกชนอีก   พ่อหมียอมให้เป็นเช่นนี้เพราะไม่อาจเห็นภรรยาของตัวเองต้องอยู่ในภาวะที่ทุกข์ทรมานได้   ต้องขอบคุณพ่อหมีและลูกๆอย่างมากที่ดูแลให้แม่หมีมีชีวิตรอดมาได้

       แต่ก็มีคนบางคนไม่เข้าใจ  เห็นเราเข้าไปนอนโรงพยาบาลเอกชนเป็นว่าเล่น  บางคนถึงกับพูดว่า   แม่หมีอ้อนลูกอ้อนผัว  คนอื่นเขาก็ให้คีโมเหมือนกันแต่เขาไม่เห็นอ่อนแออย่างนี้เลย   ซึ่งเราได้ยินแล้วเราก็ท้อใจมาก  จนเราแอบคิดในใจว่า  " ไว้แกเป็นบ้างสิ   แล้วแกจะรู้"  ซึ่งพ่อหมีเป็นคนจ่ายเงินก็ไม่เคยบ่น  แถมวันใดที่มีนัดไปโรงพยาบาลของรัฐ  พ่อหมีจะตื่นตีสาม  ออกไปวางบัตรคิว  เพื่อปล่อยให้แม่หมีได้นอนพักผ่อนให้นานๆ  พอ 7 โมงเช้าพี่หมีใหญ่ก็จะมาปลุกให้อาบน้ำแล้วพาไปโรงพยาบาลรัฐ   ส่วนหมีน้อยก็ดูแลตัวเอง  ไปโรงเรียนเองกลับบ้านเอง ทั้งๆที่เขาไม่เคยทำมาก่อน  แม้จะอยู่มัธยมปลายแล้ว  แต่สิ่งใดที่เขาทำไม่ได้ไม่กล้าแต่ด้วยมีเหตุการณ์แบบนี้  เด็กออทิสติกจะอยู่ในสภาวะที่กังวลและหวาดกลัวมากๆ   บางวันพอเขากลับถึงบ้าน   โดยมีแม่หมีนั่งรออยู่   พอวางกระเป๋านี่หมีน้อยร้องไห้ปล่อยโฮเลยค่ะ  ร้องไห้กอดกันสองคนแม่ลูก  แม่ที่ผมร่วงหมดศรีษะเพราะผ่านการให้เคมีและเด็กออทิสติกที่พยายามเข้มแข็งเพื่อไม่ให้แม่เป็นห่วง    มีใครเคยเห็นภาพแบบนี้บ้าง   ไม่มีใครเห็นเลยค่ะ  หมีน้อยกล้าและอดทนมากๆ  ไหนจะกลัวว่าแม่จะตายไหนจะกลัวด้วยเรื่องที่กดดันจิตใจของตัวเอง    เขาไม่เคยไปไหนคนเดียวแล้วเรายังไม่ทันฝึก  ก็มามีเรื่องที่ทำให้เขาต้องดูแลตัวเอง  ที่สุดหมีน้อยก็ก้าวข้ามปัญหานี้มาได้ เรียกว่า  วิกฤตคือโอกาส    ต้องขอบอกว่า  ใครไม่มีลูกเป็นออทิสติกไม่รู้หรอกค่ะว่า  แต่ละเรื่องของเขามันยากจริงๆ(ลองมีลูกแบบนี้บ้างมั๊ยคะ) 

        เมื่อกระบวนการรักษาจบลง  แม่หมีก็ต้องกินยาต้านฮอร์โมนส์ต่ออีก 5 ปี  และยาก็มีผลข้างเคียงทำให้แม่หมีไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน  รวมทั้งพอความต้านทานเราต่ำเราก็ป่วยบ่อย   ก็ยังมีคนที่ไม่ใช่ครอบครัวเราไม่เข้าใจ  แถมเราก็กลายเป็นคนโรคเยอะ   อยากบอกว่า  "กรูไม่ได้แกล้งนะเฟ้ย !!  ใครฟระที่มันอยากป่วย "  แบบต้องขอโทษที่หยาบคายและอีกเรื่องคือ   พอใครที่มีเพื่อนหรือคนรู้จักเป็นโรคนี้  ก็มักจะโทรมาถาม   ไลน์มาบอกให้ช่วยอธิบายหน่อย  คืออยากบอกว่า  "พวกแกรู้มั๊ย  ว่าแค่ชื่อโรคชั้นยังไม่อยากได้ยิน  แล้วนี่จะให้ชั้นมาพูดเรื่องนี้อ่ะนะ  นึกถึงใจชั้นบ้างมั๊ย  ชั้นไม่ใช่หมอนะเฟ้ย"   เปิดทีวีเห็นโฆษณาประกันชีวิต  ที่เอาคนเป็นโรคนี้มาโฆษณา  ถ้าเปิดมาเจอ  แม่หมีเปลี่ยนช่องทันที  หรือจะเชิญใครต่อใครมาให้ความรู้ก็ไม่อยากได้ยิน   คือถ้าพวกมรึงอยากรู้ว่าจะทำตัวอย่างไร  มรึงไปถามหมอโน่นไป    ไม่มีคนป่วยโรคแบบนี้เขาอยากพูดถึงโรคที่มันต้องผ่านความทุกข์ทรมานแบบนี้หรอกนะ

        เอาเป็นว่า   สบู่และยาสระผมเด็กยี่ห้อที่เคยใช้ในตอนให้คีโม   พอได้กลิ่นนี่ความรู้สึกเดิมๆยังย้อนกลับมาต้องทิ้งถังขยะไปเลย   รายการทีวีที่เคยดูตอนนั้นเอามารีรันในตอนนี้  ก็ยังดูไม่ได้เลย  สำมะหาอะไรกับการที่จะให้แม่หมีมาบอกว่า  จะต้องทำตัวอย่างไรบ้าง   คือไม่ได้เป็นคนใจไม้ใส้ระกำ   เรื่องของออทิสติกยังเอามาแบ่งปัน  แต่เรื่องเป็นโรคร้าย  นี่ขอร้องทีเถอะ  อย่ามาถาม  ไม่อยากย้อนอดีตอีก  เข้าใจกันหน่อยนะ   ทุกวันนี้ก็ยังกลัวยังขยาดกลัวมันจะย้อนกลับมาอีก   กลัวจนหมอพูดว่า  ถ้าคุณป้าเจอคนมาพูดแบบนี้อีก  ไม่ต้องเกรงใจเขาให้ปฏิเสธไปเลย ว่าไม่อยากพูดถึง

                             แม่หมี

         หมายเหตุ  วันนี้  ล่าสุดประมาณเที่ยงๆ มีคนไลน์มาถามว่า  มีคนรู้จักเป็นเลยมาถามเพื่อจะได้ไปบอกเขา  เออ....นึกถึงคนนั้น  แต่มรึงนึกถึงใจตรูบ้างมั๊ย   เรื่องแบบนี้ไปถามหมอสิโว๊ย!!!
                        ขอบใจนะที่นึกถึงกันในวันที่อยากช่วยคนอื่น  แต่ไม่นึกถึงใจตรูเลย   ขอบใจนะที่ทำให้มีเรื่องมาเขียน   กำลังเขียนเรื่องอื่นอยู่ค่ะ  แต่พอมีเรื่องนี้มา  เลยขอเรื่องนี้ก่อนเลย  นึกถึงใจเขาแล้วใจตรูนี่มรึงไม่นึกถึงเลยนะ!!!!!!!

โดย แม่หมี

 

กลับไปที่ www.oknation.net