วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พระอาจารย์วัน อุตฺตโม อรหันต์แห่งภูผาเหล็ก


พุทธศักราช  ๒๕๑๓ ท่ามกลางกระแสสังคมหลายๆ ด้านที่ถาโถมเข้ามายังประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิทยาการสมัยใหม่ แนวความคิดทางการเมือง ฯลฯ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ได้ประกาศยุทธศาสตร์

 “ทำการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ โดยใช้กลยุทธ์ ใช้ชนบทล้อมเมืองและยึดเมือง”  

ผมเองถึงจะเกิดทันยุคแต่ก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่ร่วมสมัยสักเท่าไร ได้ยินแต่เรื่องเล่าของพวกพี่ๆ ว่า

ยุคนั้นตามบ้านนอก ตามชนบท โดยเฉพาะตามป่า ตามเขา ไกลปืนเที่ยง ฯลฯ ล้วนได้ชื่อว่า เป็นพื้นที่แห่งความหวาดระแวง ขาดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน  ไม่ว่าจะเป็น ชาวบ้าน ทหาร พรรคคอมมิวนิสต์

สมัยนั้น “พระอุดมสังวรวิสุทธเถร” หรือ “พระอาจารย์วัน อุตฺตโม” ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม ตำบลปทุมวาปี  อำเภอส่องดาว  จังหวัดสกลนคร  ซึ่งตั้งอยู่บน “ภูผาเหล็ก” อันเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน เขตรอยต่อของพื้นที่ ๓ จังหวัด ได้แก่ สกลนคร/อุดรธานีและกาฬสินธุ์ 

แน่นอนครับว่าการออกมาประกาศยุทธศาสตร์อย่างชัดเจนของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยย่อมหมายถึงการตกเป็นเป้าปราบปรามของทางการเช่นเดียวกัน  “วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม”  ซึ่งเป็นสถานที่บำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐานของพระภิกษุสามเณรที่แสวงธรรมมาจากที่ต่างๆ ก็ให้บังเอิญว่ามีทำเลที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ดังกล่าว 

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าเพราะเหตุใด “วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม” จึงตกอยู่ภายใต้การเฝ้ามองของทั้งพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาล

แต่เนื่องจากการที่พระอาจารย์วัน ท่านเป็นคนในพื้นที่และเป็นพระที่พุทธศาสนิกชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีความศรัทธาต่อ “พระป่า” ในสายอีสาน ต่างให้ความเคารพนับถือกันอย่างมาก ทำให้ทั้งพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาล ที่อยู่ในสภาพการแย่งชิงมวลชนต่างให้ความเกรงใจ

จนเมื่อ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๑๓ พระอาจารย์วันได้รับนิมนต์ให้ไปเจริญพระพุทธมนต์เนื่องในงานแต่งงานที่หมู่บ้านส่องดาว ตำบลส่องดาว กิ่งอำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ซึ่งกว่าจะได้กลับวัดก็มืดค่ำ

พระอาจารย์วัน/พระเณรที่ติดตาม ๗ รูปและญาติโยมบางส่วน ได้เดินเท้าไปตามถนน ร.พ.ช. ซึ่งตัดผ่านทุ่งนาจากหมู่บ้านส่องดาวผ่านไปข้างวัดโนนสะอาด เพื่อขึ้นสู่ภูผาเหล็ก

หลังจากที่ท่านและคณะเดินผ่านหมู่บ้านมาได้ประมาณ ๔-๕ เส้น ด้วยความมืดทำให้พระเณรต้องใช้ไฟฉายส่องนำทาง เจ้าหน้าที่ทหารเห็นเช่นนั้นจึงคิดว่าเป็นผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ จึงได้ระดมกันสาดกระสุนด้วยปืน M 16 เข้าสู่คณะของท่าน เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่อนิจจาที่กระสุนไม่สามารถทำอันตรายหมู่คณะของท่านได้

คุณลุงท่านหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นได้เล่าให้ผมฟังว่า ลูกกระสุนที่วิ่งแดงเป็นเส้นพุ่งตรงออกจากปากกระบอก แต่ก็ต้องมาหยุดนิ่งและร่วงลงพื้นราวกับถ่านไฟแดงๆ ตกอยู่บนดินรอบๆ หมู่คณะ โดยพระอาจารย์วันได้บอกให้ทุกคนเดินตามท่านต่อไปเรื่อยๆ อย่าหยุดจนกระทั่งถึงวัด

ตามปกติแล้วเรามักจะได้ยินหรือรับทราบกันแค่ว่า ยิงไม่ออก ออกแต่ไม่เข้า ฯลฯ แต่เหตุการณ์นี้คือการที่ลูกปืนยิงออกแต่ไปไม่ถึงตัวผู้ที่ถูกยิงและที่แปลกร้ายไปกว่านั้นคือการที่ลูกกระสุนวิ่งมาหยุดเหมือนมีม่านมาเรียมากั้น

ในอีก ๑๐ ปีต่อมาพระอาจารย์วัน อุตตฺโมพร้อมด้วยพระเถระผู้ใหญ่อีก ๔ รูป คือ พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ/พระอาจารย์บุญมา ฐิตเปโม/พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโรและพระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม ต่างมรณภาพลงพร้อมๆ กันด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

ว่ากันว่าจากอุบัติเหตุครั้งนั้นนอกจากจะก่อให้เกิดความสั่นสะเทือนแก่หมู่พระกรรมฐานแล้ว ผลพวงที่ตามมาติดๆ คือคะแนนนิยมในวัตถุมงคลที่พระเถระทั้ง ๕ รูปได้อธิษฐานจิตไว้ก็ค่อยๆ ร่วงหล่นไปตามภาวะของวงการพระที่ไม่นิยมพระสงฆ์ซึ่งมรณภาพจากอุบัติเหตุแบบนี้

การคิดไปเองโดยขาดความรู้/การคิดไปเองโดยขาดการวินิจฉัยอย่างถ่องแท้ ทำให้หลายๆ คนพากันมองข้ามเหตุการณ์ในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๑๓ เสียสิ้น ทั้งๆ ที่เหตุการณ์ในวันนั้นได้แสดงออกถึงอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจแห่งจิตที่พระอาจารย์วันมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

โดยส่วนตัวแล้วประเด็นการมรณภาพของพระอาจารย์วัน ผมไม่มีข้อสงสัยใดๆ เพราะเชื่อมั่นในคุณธรรมของท่านและเชื่อว่าไม่มีอำนาจใดในโลกนี้ที่อยู่เหนือกรรม

ผมตอกย้ำความมั่นใจให้ตัวเองอีกครั้งด้วยการเดินทางไปวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม

สภาพพื้นที่ซึ่งยังคงความดิบในแบบฉบับของอุทยานแห่งชาติ ทำให้ผมเข้าใจถึงเหตุการณ์ในวันที่พระอาจารย์วันและหมู่คณะถูกระดมยิงด้วยกระสุนปืน M16 ทันที

ถ้าผมเป็นทหารผมก็คงจะต้องยิง

ถ้าผมเป็นพระผมก็คงตกใจขาสั่นเหมือนคุณลุงเจ้าของเรื่องเล่า

ผมไม่แปลกใจเลยที่ชาวบ้านในพื้นที่จะยกย่องและเทิดทูนพระอาจารย์วัน ตลอดจนไม่สงสัยใดๆ เลยว่า เหตุใดในทุกวันนี้ราคาค่านิยมในวัตถุมงคลที่ท่านได้อธิษฐานจิตไว้ก่อนมรณภาพจะขยับขึ้นแทรกจับจองพื้นที่ของตลาดพระป่ากรรมฐาน

ลองเปิดใจให้กว้างและสัมผัสพื้นที่จริง ผมเชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะมีความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่และความมั่นใจในพระอาจารย์วัน

ในส่วนวัตถุมงคลที่พระอาจารย์วันได้อธิษฐานจิตไว้มีหลายรูปแบบครับ แต่ถ้าตัดทอนเอาแค่เฉพาะเหรียญทั้งที่มีบันทึกและไม่มีบันทึกก็น่าจะไม่ต่ำกว่า ๗๐ รุ่น ซึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมของหมู่นักสะสมมากที่สุดก็ต้องเป็นรุ่นแรกที่จัดสร้างขึ้นในปี ๒๕๑๔

แต่ที่อยากจะแนะนำในตอนนี้ผมเองก็ไม่ได้ลงลึกว่าจะเป็นรุ่นที่เท่าไร ทราบแต่เพียงว่าน่าสนใจและผู้ดำเนินการจัดสร้างก็บอกถึงความยากลำบากเพราะต้องขับรถขึ้นเทือกเขาภูพาน ผ่านดงผู้ก่อการร้าย จนถึงวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม กว่าจะสำเร็จผลออกมาเป็นเหรียญให้เห็นในทุกวันนี้

เหรียญรุ่นนี้จัดสร้างโดยหนังสือลานโพธิ์ เพื่อดำเนินการหาทุนสร้างพระวิหารพระมงคลมุจจลินทร์ ออกให้บูชาประมาณเดือนธันวาคม ๒๕๑๗ เป็นฝีมือการแกะพิมพ์ของ “ช่างยิ้ม ยอดเมือง” ซึ่งเป็นช่างที่มีชื่อเสียงในขณะนั้น โดยรายละเอียดต่างๆ ดังนี้ครับ

๑.ลักษณะของเหรียญ

เป็นเหรียญรูปไข่ครึ่งองค์ห่มคลุม ล้อมด้วยอักขระ “อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ” ที่หมายถึงพระพุทธคุณ ๙ ประการของพระพุทธเจ้า ด้านหลังเป็นตัวหนังสือชื่อพระอาจารย์วัน อุตตฺโม/ ชื่อวัด/วัตถุประสงค์ ล้อมรอบขอบเหรียญ ตรงกลางมีอักขระ “อัง นะ สะ นิ อัด ลัง มัง สุ เล โส อะ ปะ นา ปัง สุ สุ ปิ อะ ปิ อัต ตะ โน นพ อะ นะ ปิด อัง” และพ.ศ. ๒๕๑๗

๒.มวลสาร

-ประกอบด้วยแผ่นโลหะของพระคณาจารย์ ๙ องค์ คือ

๑.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ วัดราชบพิธ กทม.

๒.หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กทม.

๓.หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาณมิตร กทม.

๔.พระอาจารย์ผ่อง วัดจักรวรรดิราชาวาส กทม.

๕.หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั้ง เชียงใหม่

๖.พระอาจารย์ฝั้น วัดป่าอุดมสมพร สกลนคร

๗.หลวงพ่อเกษม สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง

๘.หลวงพ่ออบ วัดถ้ำแก้ว เพชรบุรี

๙.พระอาจารย์วัน วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม สกลนคร

๓.พิธีกรรม

๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ พระอาจารย์วัน อธิษฐานจิตแม่พิมพ์เป็นปฐมฤกษ์

๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ พระอาจารย์วันอธิษฐานจิตเหรียญทั้งหมด

๔.จำนวนการสร้าง

๑.เนื้อเงิน  ๕๕๕ เหรียญ

๒.เนื้อสัมฤทธิ์    ๓๓๓ เหรียญ

๓.เนื้อทองแดง   ๙,๙๙๙    เหรียญ

๕.รายละเอียดปลีกย่อย

๑.เนื้อเงินราคา   ๑๐๐ บาท

๒.เนื้อทองแดงราคา   ๒๐   บาท

๓.เนื้อสัมฤทธิ์-รวมทำบุญผ้าป่าตั้งแต่ ๑๐๐ บาทขึ้นไป ได้รับ ๑ เหรียญ

จากการศึกษารายละเอียดและขั้นตอนต่างๆ ในการจัดสร้าง ก็พอจะทราบได้ว่าคณะผู้จัดสร้างได้มีการวางโครงงานมาเป็นอย่างดี ลักษณะของงาน ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด/กรรมวิธี ฯลฯ ได้ถูกลำดับขึ้นและมีการบันทึกไว้เป็นเรื่องราว เพื่อประกอบการพิจารณา

ว่ากันว่า “คุณค่าของงานอยู่ที่เจตนาและการให้ความสำคัญในทุกขั้นตอน” ซึ่งประเด็นนี้ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของเหรียญรุ่นนี้ เพราะในยุคสมัยที่ภาคอีสานยังเป็นพื้นที่สีแดง แม้แต่นกพิราบขาวยังไม่อยากจะบินผ่าน ได้ปรากฏร่างของชายหนุ่ม ๒ คนกำลังตั้งหน้าตั้งตาขับรถขึ้นสู่เทือกเขาภูพาน

ชายหนุ่ม ๒ คนนี้ ต่างผลัดเปลี่ยนกันขับรถผ่านดงควันปืนทั้งของทางการและผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ เพียงเพื่อนำเหรียญที่จัดสร้างขึ้นทั้งหมดขึ้นไปให้เจ้าของรูปในเหรียญได้อธิษฐานจิต ซึ่งถ้าใจไม่รัก ทัศนคติไม่บวกจริงๆ คงไม่มีใครลงทุนเสี่ยงภัยขนาดนี้

ครับ-ท่ามกลางความทันสมัยและวิทยาการก้าวหน้า การเดินทางลงพื้นที่และมองย้อนอดีตจะทำให้เราได้มองเห็นความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความเชื่อ วิถีชีวิต เคราะห์กรรม ซึ่งทั้งหมดนี้ผมเชื่อว่ามันเป็นแค่เปลือกนอกเท่านั้น

แก่นแท้หรือแกนในที่เราควรให้ความสำคัญมากกว่าน่าจะเป็นคุณประโยชน์และคุณธรรมที่พระอาจารย์วันได้สร้างและแสดงให้เห็นในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ 

ความมีชื่อเสียงยังไม่ยั่งยืนเท่าความมีคุณธรรม

ความมีคุณค่าไม่ได้วัดกันที่ราคาแต่ดูที่เจตนา

เขี่ยผงในตาแล้วมองผ่านเลนซ์ คุณก็จะพบเจตนาและคุณธรรมอันเป็นคุณค่าใหม่ในใจคุณ

สวัสดีครับ

 

โดย ศิษย์กวง

 

กลับไปที่ www.oknation.net