วันที่ พุธ สิงหาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หญิงสาวผู้มากับรอยยิ้ม


“สวัสดีค่ะ สนใจเกาลัดไหมคะ? เพิ่งคั่วสด ๆ ยังร้อน ๆ อยู่เลยค่ะ” หญิงสาวเอ่ยถามผม

เธอเป็นหญิงวัยยี่สิบปลาย ผิวขาวเหมือนคนจีน รูปร่างสมส่วน นัยน์ตาคมวาว ผมยาวประบ่า เวลายิ้มมองเห็นฟันขาวเรียงเป็นระเบียบ พูดจาฉะฉาน เธออยู่ในชุดยูนิฟอร์มของพนักงานธนาคารกรุงไทย ผมเจอเธอครั้งแรกเมื่อกลางปี 2558 ขณะนั่งกินอาหารอยู่กับโป้งในซอยโชคชัยสี่  ในมือเธอถือถุงพลาสติกประมาณสามสี่ถุง ข้างในบรรจุกล่องเกาลัดและวันนั้นเธอมาหยุดยืนข้างโต๊ะผม

“ลองชิมดูนะคะอร่อยจริง ๆ ค่ะ” เธอพูดพร้อมกับยื่นเกาลัดที่แกะเรียบร้อยแล้วส่งให้ผมกับโป้งคนละเม็ด ผมรับมาโยนเข้าปากเคี้ยวหมับ ๆ รสชาติอร่อยเหมือนร้าน ‘เกาลัดดีดี’ ที่ขายย่านเยาวราช

“โอ้! อร่อยดี” ผมพูดขึ้น

เธอยิ้มเอียงอาย ยืนสงบรอการตัดสินใจสักพัก เมื่อเห็นผมกับโป้งยังนิ่งเฉย เธอผลิรอยยิ้มแล้วพูดว่า  “ขายแถวนี้ประจำนะคะ คราวหน้าถ้าสนใจอุดหนุนได้นะคะ” พร้อมโค้งตัวลาอย่างสุภาพ จากนั้นเธอเดินไปหยุดโต๊ะข้าง ๆ พูดลักษณะเดียวกัน

ผมกับโป้งอาศัยอยู่ในซอยโชคชัยสี่ หลายครั้งถ้าว่างจากงานตรงกัน เราจะนัดเจอ พูดคุย แลกเปลี่ยนความเป็นไปของชีวิต ร้านไหนเปิดใหม่ก็จะแวะมาลองชิม

ตลาดโชคชัยสี่อยู่ติดถนนลาดพร้าวซอย 53/1 มีชื่อเสียงด้านอาหารการกินหลากหลายรสชาติอร่อยและราคาไม่แพง ขายทุกวัน ช่วงเวลาประมาณบ่ายสามโมงพ่อค้าแม่ค้าจะทยอยนำรถเข็นออกมาจอด ส่วนใหญ่เป็นเจ้าประจำ

นอกจากหน้าตลาดแล้วภายในซอยยังมีร้านอาหารชื่อดังไม่ต่ำกว่ายี่สิบร้านตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอยเช่น เจ้ายุทธจักรส้มตำ, นายเหลาราดหน้ายอดผัก (ตลาดนางลิ้นจี่), โจ๊กกองปราบ, ร้านขนมหวานเช็งซิ้มอี๊, ข้าวหมูแดงธานี, สเต็กลุงหนวด, เฝอ168หม้อไฟ, ชาบูกูบุฟเฟ่ต์, อ้วนเย็นตาโฟ, แหนมเนืองคุณอ้อ, รสเยี่ยมลูกชิ้นเนื้อวัว, หร่อยเหาะก๋วยเตี๋ยวปลา, ก๋วยจั๊บญวนแม่พลอย เป็นต้น

สามเดือนต่อมา ผมกับโป้งนัดคุยงานกันที่ร้าน ‘สเต๊กลุงหนวด’

เธอเดินมาหยุดข้างโต๊ะขณะผมกำลังส่งสเต๊กไก่ย่างเข้าปาก ยิ้มอวดฟันขาวเหมือนในโฆษณายาสีฟัน เปิดเผยให้เห็นว่าดีใจที่ได้พบเจอ

“เจอกันอีกแล้วนะคะ” เธอเอ่ยขึ้นก่อนรอยยิ้มยังคงเปื้อนใบหน้า

แปลก, เธอจำผมได้หรือพูดไปตามความเคยชิน ลักษณะท่าทาง การแต่งตัว การพูดจา เหมือนเดิมคล้ายหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ เธอยื่นเกาลัดให้ผมกับโป้งอีกครั้ง คราวนี้ผมปฏิเสธแต่เธอคะยั้นคะยอให้ โป้งรับมาโยนเข้าปาก และเป็นอีกครั้งที่เงินในกระเป๋ายังไม่อยากเปลี่ยนเจ้าของ

ผมรู้ว่าเธอขายกล่องละหนึ่งร้อยยี่สิบบาท เธอยืนรอการตัดสินใจสักพัก เมื่อเห็นว่าผมกับโป้งยังนิ่งเฉย เธอขอตัวอย่างสุภาพ แม้จะผิดหวังจากโต๊ะผม แต่วันนั้นเธอขายได้สามกล่องจากโต๊ะข้าง ๆ จากนั้นเธอเดินขึ้นรถโตโยต้าวีออสสีขาวที่จอดกะพริบไฟรอริมถนน

ผมมองเธอด้วยสายตาชื่นชม แน่ละผมทำอย่างเธอไม่ได้ เธอทำให้นึกถึงข้อเขียนของนักประพันธ์คนหนึ่งที่เคยอ่าน “อย่าอายที่จะทำมาหากินกับงานสุจริต เพราะงานทุกอย่างล้วนมีคุณค่า คนที่ดูถูกงานที่ตัวเองทำเป็นคนไม่มีคุณค่า ใครเลือกงานมักไม่ประสบความสำเร็จ”

ผ่านไปอีกหลายเดือน ผมกับโป้งนัดเจอกันอีกครั้ง...

อ่านต่อได้ภายในเล่ม วางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือทั่วไปหรือสั่งซื้อตรงได้ที่นี่ เล่มละ 140 บาท (รวมค่าจัดส่งแล้ว) #ปริญบุญภูพิพัฒน์ #หนังสือ #สยายปีกโบยบิน #เรื่องสั้น #ความเรียง #สำนักพิมพ์ #ความสัมพันธ์ #นวนิยาย

 

โดย ทีเคต้นกล้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net