วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จีนจัดวางความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนืออย่างไร?


จีนจัดวางความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนืออย่างไร?
เมธา มาสขาว

(บทความนี้เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2560)

ในภาพอาจจะมี 5 คน, ผู้คนกำลังยืน

ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเกาหลีเหนือนั้น ใกล้ชิดกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกันกว่า 1,416 กิโลเมตร และยังใกล้ชิดกันทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาอย่างยาวนาน เนื่องจากเกาหลีเหนือเป็นประเทศค่ายสังคมนิยมอันดับที่ 5 ที่ประกาศรับรองรัฐบาลประเทศจีน เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2492 และในช่วงสงครามเกาหลี (2493-2496) ประเทศจีนได้ส่งทหารอาสาสมัครจำนวน 1,350,000 คน ไปช่วยเกาหลีเหนือ (เสียชีวิต 152,000 คน บาดเจ็บ 230,000 คน) และขับไล่กองทัพสหประชาชาติที่นำโดยสหรัฐอเมริกาให้ถอยร่นลงไปใต้เส้นขนานที่ 38 ได้สำเร็จ และยังช่วยฟื้นฟูเกาหลีเหนือหลังสงครามด้วย

ต่อมาทั้งสองประเทศในลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (The Treaty of Friendship, Co-operation and Mutual Assistance) เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2504 โดยสาระสำคัญระบุว่าจีนต้องปกป้องเกาหลีเหนือ หากเกาหลีเหนือถูกโจมตีทางทหารจากประเทศโลกที่สาม แต่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อจีนหันมาสถาปนาทางการทูตกับสหรัฐอเมริกาเพื่อต่อต้านอิทธิพลของโซเวียต และเริ่มเปิดประเทศในยุคประธานาธิบดีเติ้งเสี่ยวผิง (Deng Xiaoping) ซึ่งยอมรับกลไกตลาด ในขณะที่เกาหลีเหนือเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเอง ตามแนวทางที่เรียกว่าปรัชญาจูเช (Juche)

เมื่อสงครามเย็นสิ้นสุดลง จีนได้ปรับปรุงความสัมพันธ์กับสหภาพโซเวียตใหม่ในปี 2532 และสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้ในปี 2535 ภายหลังที่ทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือแย่ลงเป็นอย่างมาก ก่อนจะมากระชับความสัมพันธ์รอบใหม่ในปี 2542 อย่างไรก็ตามการเจรจาทำข้อตกลงสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลียังคงมีปัญหา ภายหลังที่คณะกรรมาธิการสงบศึกทางทหารที่เกิดขึ้นจากข้อตกลงสงบศึกหลังสงครามเกาหลีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้อีกต่อไป เนื่องจากการถอนตัวของเกาหลีเหนือและจีนในปี 2537 โดยเกาหลีเหนือเสนอขอเจรจาสันติภาพแบบทวิภาคีกับสหรัฐอเมริกาโดยตรง แต่จีนคัดค้านไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของเกาหลีเหนือ เพราะเท่ากับกีดกันจีนออกจากการตัดสินใจร่วมในคาบสมุทรเกาหลี

ภายหลังมีการจัดประชุมร่วมระหว่างสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ เกาหลีเหนือและจีน ในปี 2540 ที่กรุงเจนีวา เพื่อหาหนทางทำข้อตกลงสันติภาพ แต่เกาหลีเหนือมีเงื่อนไขให้สหรัฐอเมริกาถอนทหารออกจากเกาหลีใต้ก่อนเจรจา ซึ่งสหรัฐอเมริกาไม่อาจยอมรับได้ จึงไม่สามารถเกิดข้อตกลงขึ้น โดยสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นได้จัดทำแนวปฏิบัติด้านการป้องกันประเทศ (Defense Guidelines) ฉบับใหม่ในปีเดียวกัน ที่เปิดช่องให้สหรัฐอเมริกาจัดการปัญหา “สถานการณ์ในพื้นที่ที่อยู่รายล้อมญี่ปุ่น” (Situations in areas surrounding guilines) เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือโดยตรง อีก 1 ปีต่อมาในปี 2541 เกาหลีเหนือได้ท้าทายสหรัฐอเมริกาโดยการยิงขีปนาวุธแทโปดอง 1 (Taepodong I) ข้ามหมู่เกาะญี่ปุ่นไปตกในมหาสมุทธแปซิฟิค โดยที่จีนไม่ทราบล่วงหน้า โดยเกาหลีเหนืออ้างว่าเป็นสิทธิในการพัฒนาโครงการของตนเองโดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก

การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างจีนเกาหลีเหนือรอบใหม่ ผู้นำสูงสุดของทั้งสองประเทศได้เดินทางมาเยือนกันอีกครั้งในปี 2544 ภายหลังจากประธานาธิบดีคิมจองอิลแห่งเกาหลีเหนือได้เดินทางมาเยือนจีน ประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมินของจีนได้เดินทางไปเยือนกรุงเปียงยางอย่างเป็นทางการในปีเดียวกัน การเป็นพันธมิตรของจีนและเกาหลีเหนือส่วนหนึ่งเพราะความแน่นแฟ้นทางอุดมการณ์และส่วนหนึ่งต้องการต่อต้านลัทธิครองความเป็นใหญ่ (hegemonism) ของสหรัฐอเมริกาเหมือนกัน

เกาหลีเหนือเริ่มทดลองอาวุธนิวเคลียร์ให้โลกตะลึงเป็นครั้งแรกในปี 2549 ซึ่งเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่าเกาหลีเหนือผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จแล้ว และการทดลองอาวุธนิวเคลียร์เป็นครั้งที่ 2 ในปี 2552 ซึ่งมีความรุนแรงกว่าครั้งแรกมากทำให้คาบสมุทรเกาหลีตรึงเครียดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อเกาหลีเหนือประกาศยกเลิกสัญญาสงบศึกระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ที่ได้ทำขึ้นมาตั้งแต่สงครามเกาหลียุติ โดยอ้างว่าไม่พอใจเกาหลีใต้ที่เข้าร่วมโครงการป้องกันการแพร่ขยายอาวุธร้ายแรงกับสหรัฐอเมริกา และกระบวนการเจรจา 6 ฝ่ายเพื่อให้เกาหลีเหนือยุติการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ล้มเหลว

ภายหลังการเสียชีวิตของประธานาธิบดี คิม จองอิล แห่งเกาหลีเหนือ เมื่อเดือนธันวาคม 2554 คิม จองอุน บุตรชาย ได้สืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีแทนและความสัมพันธ์กับจีนก็เริ่มห่างเหินลง เพราะเกาหลีเหนือภายใต้ผู้นำคนใหม่ชอบออกนอกกรอบที่ตกลงกับจีนไว้หลายครั้ง โดยเกาหลีเหนือได้ทำการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดิน 2 ครั้งในปี 2559 หลังจากนั้นจีนได้แสดงความไม่พอใจโดยประกาศจำกัดการทำธุรกรรมระหว่างสถาบันการเงินของจีนกับเกาหลีเหนือ ประกาศงดการส่งออกสินค้าบางชนิดไปยังเกาหลีเหนือ รวมถึงการห้ามนำเข้าถ่านหินจากเกาหลีเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยใช้กับเกาหลีเหนือ เพื่อพยายามควบคุมพฤติกรรมที่ก้าวร้าวของผู้นำคนใหม่ที่เสี่ยงให้เกิดสงคราม

กระทั่งประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนได้สร้างประวัติศาสตร์ในการเป็นผู้นำจีนคนแรกที่เดินทางไปเยือนเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการก่อนเดินทางไปเยือนเกาหลีเหนือ และได้ลงนามในข้อตกลงด้านความร่วมมือ 12 ฉบับ ในเดือนกรกฎาคม 2560 เนื่องจากเกาหลีใต้เป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 3 ของจีน รองจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ขณะที่จีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ ขณะที่ในอดีตประธานาธิบดีของจีนจะเดินทางไปเยือนเกาหลีเหนือก่อนเสมอ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2560 เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง 4 ลูก ในขณะที่ 3 ลูกตกลงในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของญี่ปุ่น ทำให้นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แถลงร่วมกันว่าภูมิภาคเอเชียเหนือกำลังเข้าสู่ “ขั้นตอนใหม่ของภัยคุกคาม” ในช่วงเวลานั้นสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้กำลังซ้อมรบทางทหาร สหรัฐอเมริกาจึงได้ส่งระบบต่อต้านขีปนาวุธที่เรียกว่า Terminal High-Altitude Area Defense (THAAD) เข้าไปติดตั้งที่เกาหลีใต้ทันที ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากจีน เนื่องจากจีนมองว่า ระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD มีสมรรถนะที่เกิดขอบเขตการปกป้องเกาหลีใต้ แต่สามารถเป็นภัยต่อความมั่นคงของจีนด้วย เพราะสามารถจับตาการเคลื่อนไหวต่างๆ เหนือน่านฟ้าจีน

จีนพยายามแสดงบทบาทรักษาเสถียรภาพในเอเชียเหนือ จีนต้องการให้เกาหลีเหนือเป็นรัฐกันชนและมีความมั่นคงเพราะหากเกาหลีเหนือล่มสลาย ก็จะมีผู้อพยพเข้าสู่จีนทางตอนเหนือมากมาย แต่หากเกาหลีรวมชาติกันได้ก็จะอาจจะกลายเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกาซึ่งมีพรมแดนติดกันจีน ขณะเดียวกันจีนก็ไม่ต้องการให้เกาหลีเหนือมีความก้าวหน้าในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เพราะจะส่งผลลบต่อความมั่นคงของจีนเช่นกัน สหรัฐอเมริกาและจีน มีผลประโยชน์ร่วมกันในการที่จะไม่ให้เกาหลีเหนือมีศักยภาพทางอาวุธนิวเคลียร์มากเกินไปจนข้ามจุดทางยุทธศาสตร์ จนเป็นภัยความมั่นคงของทั้งสองประเทศ นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า จีนได้ขู่ที่จะตัดการส่งน้ำมันดิบให้เกาหลีเหนือ หากเกาหลีเหนือยังจะทดลองอาวุธนิวเคลียร์อีก

ในปัจจุบันดูเหมือนว่า เกาหลีเหนือภายใต้การนำของประธานาธิบดี คิม จองอุน ไม่มีท่าทีที่จะเข้าร่วมในการเจรจาด้านนิวเคลียร์ง่ายๆ แต่อย่างใด แม้ว่าจะมีการบอยคอตทางการค้าจากจีนและสหประชาชาติ และไม่ว่าจะมีจีนเป็นตัวกลางหรือไม่ก็ตาม!

 

Facebook Live สดกับคุณสุทธิชัย หยุ่น เรื่องสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี!
และจีนจะวางบทบาทกับเกาหลีเหนืออย่างไร?
2 สิงหาคม 2560

 

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net