วันที่ อังคาร สิงหาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องของเพื่อนกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นไป


หลังกรอกเบียร์ลีโอไปเต็มแก้ว เรื่องราวต่าง ๆ ก็ไหลออกจากปากเพื่อน

“คบกันมาปีกว่า คุยกันทุกวัน บอกรักกันทุกวัน เธอเป็นคนอุบลฯ รับราชการครู เราไปหาเธอทุกเดือน ส่งเสียน้องเธอให้มีที่เรียนในกรุงเทพฯ เธอเคยถามว่าเมื่อไหร่จะขอแต่งงาน เราบ่ายเบี่ยงเพราะช่วงนั้นธุรกิจที่เราทำไม่ค่อยดีนักแต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ต้นเดือนเราเพิ่งเจอกันความสัมพันธ์ทุกอย่างราบรื่น เรารักเธอ เธอรักเรา แต่แล้วเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นในวันที่ยี่สิบสองกรกฎา

“ตอนเช้าเธอส่งไลน์มาบอกว่าวันนี้ค่อนข้างยุ่ง เราจึงโทร.หาเธอช่วงเย็นแต่เธอไม่รับสาย ผ่านไปหลายชั่วโมงเราโทร.อีก เธอปิดเครื่อง เราโทร.หาแม่เธอได้คำตอบว่าวันนี้เธอเหนื่อยหลับไปแล้ว คืนนั้นเรานอนไม่หลับลางสังหรณ์บางอย่างบอกว่าไม่ปกติ 

“เช้าวันต่อมา เรารีบโทร.หา เธอยังปิดเครื่อง สิบเอ็ดโมงเราโทร.อีกติดต่อได้แต่เธอไม่รับสาย ตอนบ่ายเธอส่งข้อความมาบอกว่า ‘เดี๋ยวโทร.กลับช่วงเย็น’ แต่ไม่ได้โทร.มา สามทุ่มเราโทร.ไป เธอไม่รับแล้วปิดเครื่อง วันต่อมาเธอส่งไลน์มาบอกว่า ‘ขอบคุณนะคะที่ดูแลครอบครัวเรามาตลอด ขอโทษนะคะ เรากำลังจะแต่งงาน!’

“เหี้ย! ช็อกดิ ทำไรไม่ถูก ตัวสั่น ใจสั่น แต่งงาน แต่งกับใคร เกิดอะไรขึ้น หลายคำถามในหัวประดังเข้ามา เราโทร.หาเธอทันทีแต่เธอตัดสายทิ้ง ส่งเพียงข้อความมาว่า ‘ยังไม่พร้อมคุยค่ะ ตอนเย็นจะโทร.หา’ เรารอ รอ และรอ เย็นนั้นเธอก็ไม่โทร.มา กลางคืนเราโทร.ไป เธอปิดเครื่อง 

“วันต่อมา เราโทร.หาแม่เธอ เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง แม่เอาแต่ร้องไห้บอกไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก ว้าวุ่นขาดสติ เราปรึกษาผู้ใหญ่ที่เคารพบอกว่าช่วยไปขอเมียให้เราหน่อย คิดในแง่ดีว่าเธออาจจะลองใจ เราซื้อแหวนเพชรหนึ่งวงเตรียมเดินทางไปอุบลฯอีกสองวันถัดมา” 

“ทำไมถึงทิ้งเวลาตั้งสองวัน ทำไมไม่ไปวันนั้นเลย” ผมสงสัย เพื่อนส่ายหน้าแล้วพูดว่า 

“ผู้ใหญ่ที่เราเคารพติดงาน เราก็มีงานด่วนที่ต้องจัดการ มานั่งคิดดูก็รู้ว่าพลาดตรงนี้” เพื่อนหยิบแอลเอ็มแดงในกระเป๋าจุดสูบ ระบายควันเป็นทางยาวแล้วเล่าต่อ 

“เราเดินทางตอนกลางคืนไปถึงอุบลฯช่วงเช้า จอดรถในโรงเรียนที่เธอสอนแต่ไม่เจอตัว ได้คำตอบว่าเธอลากิจ เราไปหาเธอที่บ้านเจอแม่เธอ เราบอกว่าวันนี้พาผู้ใหญ่มาขอ แม่เอาแต่ร้องไห้กอดเราแน่นแล้วพูดว่า ‘ช้าไปแล้วลูก เขาตกลงกันแล้วตอนเช้า!’ 

"เราอึ้ง เราถามแม่ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร แม่บอกเป็นตำรวจ คนจังหวัดเดียวกันอายุสี่สิบห้า ‘ทำไมแม่ไม่บอกผม ทำไมถึงทำอย่างนี้’ เราโวยวายเหมือนคนบ้า กดโทรศัพท์หาเธอ เธอไม่รับ เราขอให้แม่ช่วยโทร. เมื่อรับสายแม่จึงส่งให้เราคุย 

"เธอเอาแต่ร้องไห้ เราถามว่าเธออยู่ไหน เธอไม่ตอบ เราพยายามทำใจให้นิ่งรู้ว่าเธออยู่กับผู้ชายคนนั้น เราบอกขอคุย ผู้ชายรับสาย เราถามเขาว่า ‘คุณรักแฟน (เก่า) ผมจริงหรือเปล่า’ เขาบอกว่ารักจริง เราขอให้เขาดูแลเธอให้ดี ตอนนั้นไม่รู้จะพูดอะไรที่ดีกว่านี้...” 

เพื่อนหยุดที่ตรงนี้ บุหรี่ตัวที่สองถูกจุดในเวลาไล่เลี่ยกัน น้ำเสียงจริงจังเกือบเป็นตะโกน วันนั้นเราลงในรายละเอียดกันอีกเยอะแต่ใจความหลักประมาณนี้

ผมไม่รู้ว่าหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับผมจะตัดสินใจอย่างไร ผมจะสามารถรวบรวมสติได้แค่ไหน เกือบสี่ชั่วโมงของการปรับทุกข์ดูเหมือนเพื่อนจะรู้สึกดีขึ้น ผมบอกเพื่อนไปว่า 

“มึงหยุดเข้าข้างตัวเองเสียทีว่าเธอยังรัก ใช่, สิ่งดี ๆ มันเคยเกิดขึ้นแต่มันจบลงแล้ว ลองคิดง่าย ๆ คนรักกันเขาทำกันอย่างนี้หรือ เสียใจให้เต็มที่แล้วเปลี่ยนเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิมทำให้เธอเสียดายที่ไม่เลือกมึง” 

ก่อนแยกจาก ผมตบบ่าเพื่อนให้กำลังใจ รู้ดีว่าต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าแผลในใจจะหาย แต่การได้ระบายออกมาย่อมดีกว่าเก็บไว้คนเดียว เรื่องความรักไม่เคยมีความสัมพันธ์ใดไม่มีปัญหา บางทีการพูดกันตรง ๆ อาจเจ็บน้อยกว่า ฝ่ายลาจากหรือเงียบหายไปเฉย ๆ ไม่มีวันรู้หรอกว่าอีกฝ่ายทรมานใจแค่ไหน ผมปลอบเพื่อนขณะเดียวกันก็ปลอบตัวเองด้วยเช่นกัน.

ป.ล. วันนั้นคุยกันสามคนแต่เพื่อความรวบรัดจึงไม่ได้เอ่ยถึงเพื่อนอีกคน

บันทึกเมื่อ 08-08-60

โดย ทีเคต้นกล้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net