วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รู้จักตัวตนของผม มีวันนี้ เพราะมี Pantip.com


 

เด็กชายแฝดสาม ที่เหลือเพียงคนเดียวที่รอดมาได้ จากความรักและดูแลเอาใจใส่ของคุณพ่อซึ่งเป็นคนลพบุรีและคุณแม่ซึ่งเป็นคนลำปาง ลืมตามองโลกด้วยความฉิวเฉียดเพราะพี่และน้องแฝดเสียชีวิตตั้งแต่ไม่กี่เดือนที่ลืมตามองโลก ด้วยสาเหตุด้านสุขภาพ

หลายคน อาจรู้จักผม yokekung ผ่านทาง Pantip.com

ถามว่า หนุ่มไอทีคนนี้ มีที่มา ที่ไปอย่างไร ทำไมผมถึงได้มีวันนี้ เพราะ Pantip.com

ในช่วงมัธยม ผมอ่านหนังสือคอมพิวเตอร์ เล่มแรกคือ Computer Time นิตยสารของคอมพิวเตอร์ เอจ เทคโนโลยีในขณะนั้น ตามมาด้วย PC Magazine, QuickPC, Computer Today กับคำถามที่ว่า ทำไมจึงชอบคอมพิวเตอร์

ย้อนไปสมัยชั้นม.ต้น ชอบเขียนไดอารี่ให้เพื่อนๆอ่าน จึงได้รู้ว่า ตัวเองชอบการเขียน และประกอบกับตอนเรียนเอกภาษาอังกฤษที่ศูนย์กลางสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ชอบการแปลภาษาอังกฤษมาก คิดว่าตัวเองน่าจะไปด้านนี้

ช่วงม.ปลาย คุณพ่อซื้อคอมพิวเตอร์ให้ ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่องอะไร เคยเรียนแต่ Lotus 123 และ Word ราชวิถี (แก่แล้วเรา อิอิ) มีเพื่อนคนหนึ่งเก่งคอมพิวเตอร์ (ชื่อฌอม) สนิทกันมาก ก็ได้เรียนรู้และเริ่มต้นด้านคอมพิวเตอร์จากเพื่อนคนนี้ จนวันหนึ่งเพื่อนมาที่บ้าน แกะเคส (สมัยนั้นเราเรียกผิดว่า ซีพียู) ตอนหลังผมก็ลองแกะเครื่องเอง จำได้ว่าตอนนั้นซื้อการ์ด Antivirus ของ R&D Computer System มา เปลี่ยน CD เป็น 24x และเปลี่ยนแรม คุณพ่อก็กลัวเครื่องจะเสีย แต่สุดท้าย ผมก็บอกคุณพ่อว่า ไม่เห็นจะเสียเลย ในที่สุด ผมก็ประกอบคอมพิวเตอร์ ติดตั้งโปรแกรม แบ่งพาร์ติชั่นได้ จากการเรียนรู้จากเพื่อนคนนี้ จำได้ว่าเคยกอปปี้ Windows 95 มาใช้ ด้วยแผ่นดิสก์มากถึง 35 แผ่น!!!!!! ไม่ได้เป็นซีดีเหมือนกับสมัยนี้ จะบอกว่าตอนนั้นผมพิมพ์ดีดไม่เป็นด้วยซ้ำ ก็เป็นเพราะส่งรายงานนี่แหล่ะ และภาษาอังกฤษก็พิมพ์เป็นตอนทำรายงานคำศัพท์ชิ้นเดียว พิมพ์ภาษาอังกฤษเป็นเลย

นั่นคือจุดเริ่มต้น ต่อมาติดตั้งอินเตอร์เน็ตที่บ้าน เป็นโมเด็มแบบ 56K ตอนนั้นยังมี 2 มาตราฐานคือ X2 และ Flex เพื่อนอีกคนที่เก่งคอม (ปุ้ย) จึงแฟลชให้เป็น V.90 ช่วงนั้นถือเป็นช่วงของการเรียนรู้ด้านคอมพิวเตอร์ จนช่วง ม.5 - 6 ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนๆ แนะนำให้ทำงานอาสาสมัครเป็นผู้ดูแลคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียของห้องสมุด (สมัยนั้นห้องสมุดที่มีคอมพิวเตอร์วาง ลำโพงตัวเล็กๆ เพนเทียมร้อยกว่าๆ แรมแค่ 16 เม็ก มีซีดีรอม 8x ถือว่าหรูเอามากๆแล้ว) และได้เป็นเจ้าหน้าที่ชมรมคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนอีกด้วย

ในช่วงนั้นเอง เพื่อนได้ชวนไปเป็นนักเขียน เป็นผู้ดูแลวารสารโรงเรียน นั่นคือวารสารของฝ่ายกิจกรรม Act News นั่นเอง นี่คือการจุดประกายความฝันที่จะทำหนังสือ และเป็นนักเขียนของผม อ้อ หากใครจำได้ สมัยก่อนมีนิตยสารชื่อ ต๊กโต (จำไม่ได้ว่าเขียนยังไง) รับสมัครนักข่าวอาสา ก็เลยเขียนจดหมายไป นั่นคือการจุดประกายความฝันในการเป็นนักเขียน และนักข่าวนั่นเอง

สมัยก่อน ไม่มีเว็บไซต์ให้เล่นมากนัก เข้า Sanook, Hunsa, Lemomonline [เวปนี้ได้รางวัลาเพียบเลบ] ผมจำไม่ได้ว่ารู้จัก Pantip.com ตอนไหน รู้แต่ว่าตอนนั้นเข้าห้อง TechXchange เพราะต้องการหาความรู้ แต่จำไม่ได้ว่าลิงค์จากเวบไหน หรือใครแนะนำ เคยเล่นตั้งแต่สมัยคุณศุภชัย จำได้ว่าเก่งมากๆ ตอบคำถามได้หมด และอีกคน ลุงไม้ Noko ไม้หลักปักขี้เลน ที่เป็นล็อคอินที่คุ้นหน้าคุ้นตานานมากๆแล้ว ล่าสุดลุงไม้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง หลังจากคุณพ่อผมเสียได้แค่อาทิตย์เดียว

ผมจำได้ว่า เคยได้เป็นกระทู้แนะนำของ Pantip อยู่พักหนึ่ง จำได้ว่าเรื่องการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างคุ้มค่า มองที่การใช้งานมากกว่าสเปคสูง และอะไรอีกจำไม่ค่อยได้แล้ว จำได้แค่ว่า กระทู้แนะนำช่วงนั้น ยิ่งใหญ่กับผมมาก (ก็มีกระทู้เดียวที่ทีมงานยกขึ้นให้เป็นกระทู้แนะนำ ไม่ได้มี 4 กระทู้โหวตแบบตอนนี้)

ถือได้ว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับความรู้จาก Pantip.com ห้อง TechXchange มากมายจากผู้รู้หลายคน เวลานับ 8 ปีที่ได้ใช้ชีวิตยามว่างเข้า Pantip ทำให้ผมมีความสุขมาก ได้เรียนรู้ด้านคอมพิวเตอร์ ข้อเสียของผมคือชอบ "ลักจำ" คืออ่านกระทู้แล้วก็นำการแก้ปัญหาคนอื่นมาใช้ จนหลายๆคนมองว่าเก่งจัง เปล่าหรอกครับ ผมแค่จำเขามาเท่านั้นเอง 

ผมใช้ชีวิตใน Pantip.com ห้อง TechXchange นานพอสมควร และหลีกทางออกมาในช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย เนื่องจากต้องการซื้อโทรศัพท์มือถือ จึงเข้าห้อง Cafe รัชดา หมวดอุปกรณ์สื่อสาร ทั้งๆที่ผมเองไม่เคยเข้าห้อง Cafe เลยด้วยซ้ำ พิมพ์เป็นแค่ www.pantip.com/tech เท่านั้นเอง

ที่ห้องรัชดา หมวดอุปกรณ์สื่อสาร ผมได้รับความรู้มากมาย ตั้งแต่แรกที่ไม่เคยรู้อะไรเลย ทำให้รู้ว่ามีแบบจดทะเบียน และเติมเงิน ถามว่าช่วงนั้นใครใช้เติมเงินบ้าง นาทีละตั้ง 5 บาท 8 บาท และ 12 บาท ผมเลยได้ใช้จดทะเบียน โทร 2000 จ่าย 400 รายเดือน 500 โปรที่หลายๆคนคิดถึงในปัจจุบัน ผมได้รู้จักกับสมาชิกหลายๆท่าน แต่ละท่านให้ความรู้มาก และนำไปใช้ได้จริง แต่อย่างที่ผมบอกไป ผมไม่ได้เก่ง แค่จำเขามา อ่านเยอะ ศึกษามาก ก็เท่านั้นเอง

พอเรียนจบ ใครจะรู้บ้าง ว่าเด็กศิลป์ เอกภาษาอังกฤษคนนี้ จะมานั่งแท่น Web Content ของเว็บไซต์ร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชื่อดัง www.hwhinter.com ใครจะไปคิด ว่าไอ้แค่เล่นเวบไปวันๆ งานการที่บ้านไม่ช่วย เล่นเวบเอาสนุกๆ จะกลายเป็นอาชีพไปได้ ใครจะไปคิด ว่า Dreaweaver ที่ไม่ค่อยกระดิกของผมจะได้นำมาใช้ในการทำงาน ทั้งๆที่เคยทำแต่เวบของชมรมภาษาอังกฤษ และทำเวบรุ่นของเอกภาษาอังกฤษ รุ่น 2

และด้วยความไว้วางใจของที่นี่ จึงได้รับหน้าที่ทำนิตยสารของบริษัท ส่งให้ตัวแทนจำหน่าย ในตำแหน่งบรรณาธิการนิตยสาร ใครจะคิดเล่า ว่าความฝันที่เคยทำนิตยสารของโรงเรียน จะกลายเป็นจริง จะได้รับโอกาสที่ดีขนาดนี้ นอกจากนี้ หัวหน้าซึ่งคราวแรก ให้ผมอยู่แผนก MIS เพื่อรองรับการบริการซ่อม แก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์ จะย้ายให้เวบไซต์ มาสังกัดแผนกการตลาด

นี่คือจุดเปลี่ยนของผมอีกครั้ง!!!

เมื่อก่อนเคยคิด อะไร SWOT ไม่เคยคิดว่าจะทำด้านการตลาด ไม่เคยคิดจะเรียนบริหารธุรกิจเล้ยย เพราะไม่เคยที่จะคิดด้วยซ้ำ ว่าตัวเองจะต้องไปบริหารธุรกิจอะไร แต่ด้วยความรัก และความชอบ การทำงานในแผนกการตลาด ทำให้ผมรู้สึกชอบ และมีความสุข ในการคิดคำโฆษณาให้แผนกกราฟิค แปลภาษาอังกฤษเพื่อทำโบรชัวร์ ตอนนั้นหากใครเห็นแบรนด์ Creative ก็ต้องรู้จักบริษัทนี้แน่นอน

ผมไม่เคยคิด ว่าคนจบเอกภาษาอังกฤษอย่างผม จะได้รับโอกาสในการทำงานด้านการตลาด เป็น Marketing ได้ ผมไม่เคยคิด ว่าคนจบเอกภาษาอย่างผม จบไปแล้วจะทำอะไร คิดแค่ว่าอยากเป็นนักเขียน อยากเป็นนักแปลก็เท่านั้น

จำได้ว่าช่วงก่อนเรียนจบ คิดเหมือนกันว่าจะสมัครงานในตำแหน่งไหนดี คิดไปสารพัด หางานด้านการแปล ฝ่ายต่างประเทศ และสุดท้ายได้รับบทเป็นนักเขียนบทความในเว็บไซต์

จุดเปลี่ยนอีกรูปแบบ คอลัมนิสต์

อีกครั้งที่ผมได้รับโอกาส โดยได้รับการติดต่อจากบรรณาธิการหนังสือคอมพิวเตอร์หัวนอก PC World แปลบทความจากเมืองนอกลงในนิตยสาร ต่อมาได้รับความไว้วางใจ ให้แปลบทความลงในนิตยสาร PC Today เช่นกัน

แค่นี้ถามว่า ผมภูมิใจผม ผมประทับใจที่ผมทำให้พ่อและแม่ของผมภูมิใจต่างหาก จริงอยู่ ผมได้ทำในสิ่งที่ผมฝัน และความฝันนั้น ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ พ่อและแม่ เป็นอาจารย์ ด้วยความที่ห่วงลูก อยากให้ได้งานเป็นหลักแหล่ง มั่นคง ลูกคนนั้นจบมาทำงาน ได้งานหลังจากจบเพียง 1 เดือน ผมไม่ได้อยากเป็นอาจารย์ ผมสอนคนไม่เป็น ผมขี้อาย ผมประหม่าทุกครั้งที่ได้ยืนหน้าชั้น ผมคงไม่เป็นอาจารย์แน่ๆ ดังนั้น ผมจึงต้องพิสูจน์ตัวเองให้ท่านทั้งสองเห็นว่าผมทำได้

หลังจากนั้น ผมได้เข้าทำงานกับบริษัทคอมพิวเตอร์อีกแห่ง ด้วยภาพลักษณ์บริษัทที่สดใส เน้นกลุ่มวัยรุ่น ด้วย MP3 Xenn กับหน้าที่ PR หน้าที่คือเขียนข่าว ส่งข่าวประชาสัมพันธ์ แต่ก็ได้เรียนรู้ด้านการตลาด ในการติดต่อการลงโฆษณากับสื่อ นิตยสาร ได้คุยกับ บก คนที่ผมเคยไปสัมภาษณ์งานนั้นแหล่ะ พอเรียนจบ ผมก็ลุยสัมภาษณ์งานกับนิตยสารคอมพิวเตอร์หลายเล่ม แต่สุดท้าย ก็ได้มาเจอกันที่นี่แหล่ะ

หน้าที่ด้านการข่าว การประชาสัมพันธ์ เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยจับ นึกย้อนไปว่าเคยอยากทำหนังสือ เคยสอบเอ็นเข้าคณะวารสารศาสตร์ ของธรรมศาสตร์ (เอ็นไม่ติด) ผมสอบเทียบเพื่อให้ทันเอ็นแบบเก่ารอบหนึ่ง และได้เอ็นแบบใหม่อีกรอบหนึ่ง สุดท้ายได้เข้าราชมงคล

หัวหน้าที่นี่ ได้ให้ความไว้วางใจผม ในการประสานงานกับสื่อมวลชน จัดงานแถลงข่าว ผมได้มีโอกาสเขียนสคริปต์ คำกล่าวสุนทรพจน์ ใครว่าเรียนมาแล้วไม่ได้ใช้ ผมได้เอามาใช้หมดเลยแฮะ

ข้อดีของงานด้านพีอาร์ ไม่ใช่ว่าเป็นประชาสัมพันธ์สาวแบบบริษัทค่ายเพลงแบบนั้น ผลพวงที่ได้รับคือเราได้รู้จักคนเยอะ และอีกนั้นแหล่ะ หนังสือหลายๆเล่มที่ผมใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียน ผมก็ได้คุยกับ บก ทุกเล่ม ได้เจอบก ฮีโร่ในดวงใจหลายคน ด้วยความที่ MP3 บูมมากๆในช่วงนั้น ได้คุยกับสื่อทุกแขนงเลย ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ นิตยสาร รายการทีวี บริษัทค่ายเกม นิตยสารแนววัยรุ่นหลายปกที่ขยันเข้ามาหาเพราะ MP3 มันบูมในขณะนั้น

งานแปล ความฝันที่เป็นจริง

ในเวบบอร์ดคณะศิลปศาสตร์ ผมจะโพสบอกรุ่นน้องว่า ผมได้ทำตามความฝันแล้ว กับงานนักแปลฟรีแลนซ์ ได้มีโอกาสแปลงานด้านไอทีมากมาย เชื่อไหมครับว่า งานแปลโปรเจคเตอร์เจ้าหนึ่ง ทำเอาผมซื่อคอมพิวเตอร์ได้หนึ่งตัว (ราคาเฉพาะเคสไม่รวมจอ) ถือเป็นช่วงที่ชีวิตบูมมากๆ ต่อมา ปีที่แล้ว ได้รับความไว้วางใจในการเป็นนักแปลฟรีแลนซ์ กับการทำงานแบบ Full-Time นั่นคือการเป็นนักแปลเต็มตัวเป็นครั้งแรก นั่นคือความฝันของผม

ถามว่างานแปลยากไหม เรื่องยากง่ายมันไม่เท่าไหรหรอกครับ แต่มันจะเครียดเรื่องการจำกัดเวลาต่างหาก เราทำงานที่บ้าน รับส่งงานทางเน็ต จะไปไหนก็ได้ รับงานทางอีเมล์ กลางคืน ดึกๆ มาทำงานก็ยังได้ กลางวันก็ไปโน่นไปนี่ พักผ่อนได้ตามสบาย เรียกว่างานแปลนี้ ไม่ได้มีใครเป็นหัวหน้า เป็นเจ้านาย แต่เราต้องเป็นเจ้านายเราเอง ทำตามกำหนดให้เสร็จทันเวลา บ่อยครั้งที่งานแปลผิดพลาด เนื่องจากไม่มีการตรวจสอบตัวสะกด การแปลผิด ทำให้งานด้อยคุณภาพลง เพราะความไม่ละเอียดรอบคอบของเรานั่นเอง

มือถือ จุดเปลี่ยนชีวิตผม

ทำไมคนนี้เปลี่ยนชีวิตบ่อยจัง ผมชอบมือถือ รักเทคโนโลยีมือถือ เป็นนักเขียนคอลัมนนิสต์อาสาของ Pantip.com และนิตยสารมือถือเล่มหนึ่ง เว็บไซต์ด้านมือถืออีกแห่ง ต้องขอบคุณ Pantip จริงๆ ที่ทำให้ผมมีวันนี้

แน่นอนว่า Pantip สามารถใช้ล็อคอินในการสร้างแบรนด์ของล็อคอิน yokekung ได้ เหตุผลก็มาจากความรู้ของทุกท่านที่ผมเก็บข้อมูลมาทั้งหมด บอกแล้วว่าผมน่ะ ชอบลักจำ อ่านอะไร เห็นอะไร จำได้หมด (แบบว่าไม่ค่อยคิดเอง)
จะบอกว่าเป็นหนี้บุญุคุณ Pantip ก็ใช่ เป็นหนี้บุญคุณสมาชิกห้องก็ใช่

ต้องเปลี่ยนคำใหม่ บอกว่า ทุกท่านใน Pantip เปลี่ยนชีวิตผมมากกว่า

งานปัจจุบันของผม ทำงานด้านคอมพิวเตอร์ ทำการตลาด ทำพีอาร์ วางแผนการตลาด (ตลกดี ลองมองย้อนไป จบเอกภาษามาทำคอม ประกอบคอม ลงโปรแกรม ทั้งๆที่ไม่เคยเรียนคอมพิวเตอร์ด้วยซ้ำ จึงไม่เคยคิดว่าเรียนจบอะไรมา ต้องทำงานอย่างที่เรียน) แรกเริ่มที่สมัครงาน คิดว่าเราเรียนไม่ตรงสาย ก็คงไม่มีโอกาสได้ทำคอมแล้ว แต่ผิดคาด ทำให้ผมต้องมองในมุมใหม่ ว่าเราทำงานจากประสบการณ์ ไม่ใช่แค่เรียนจบมาทำ เพื่อนผมจบกายวิภาคศาสตร์ แต่เป็นกราฟฟิคดีไซน์มือดี เพื่อนอีกคนจบคอม แต่ทำด้านการจัด Display ด้านการตลาดจนเป็นที่ยอมรับ

ส่วนผสมในชีวิตผม มาจาก Pantip + เพื่อนๆ + โอกาส + ความไว้วางใจ + ดวง + ความมั่นใจที่เขาเห็นว่าเราน่าจะทำได้

ต้องขอบคุณทุกชีวิตใน Pantip ต้องขอบคุณทุกคนที่ผมรู้จัก ต้องขอบคุณทุกๆอย่างที่หัวหน้าทุกคนไว้ใจผม

ต้องขอบคุณ และกล่าวคำว่า yokekung ขอบคุณทุกๆคน ที่ทำให้มีวันนี้ได้

ต้องขอบคุณเพื่อนที่อ่านไดอารี่ตอนมอสอง ทำให้เรารู้ว่าเราชอบอะไร ต้องขอบคุณที่มีเพื่อนดีๆ ทำให้เรามีวันนี้

ปล. yokekung เป็นนามปากกา

yoke - หยก

kung - คุง

ตอนเรียนภาษาญี่ปุ่น เพื่อนๆแปลกใจว่าทำไมผมไม่เรียนภาษาจีน ทั้งๆที่หน้าก็ออกจีนขนาดนั้น ดังนั้นตอนเรียน เพื่อนๆจึงเรียกว่า yoke+kung คือ หยกคุง นั่นเอง

โดย yokekung

 

กลับไปที่ www.oknation.net