วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แม่หมีกับลูกหมีที่ Porcupine Cafe อีกครั้ง


    เช้าวันที่ 31 กรกฎาคม  แม่หมีตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดตุบๆในหัว  พร้อมทั้งมีน้ำมูกใสๆ  แม่หมีคิดในใจ " เราเป็นอะไรเนี่ย  ปวดตุบๆมาสามวันแล้ว"  ส่วนน้ำมูกน่ะช่างมันเถอะคงจะแพ้อากาศ   เดี๋ยวพอสายๆน้ำมูกก็ไม่มี  เลยบอกพ่อหมีวันนี้จะไปหาหมอเสียหน่อย  คืออายุปูนนี้แล้วค่ะ  เป็นอะไรนิดหน่อยก็ไปให้หมอเขาตรวจดีกว่า  ไม่อยากกินยาเอง  เพราะเป็นคนที่แพ้ยาง่ายมาก   เดินไปส่องหน้ากระจก  ปากไม่เบี้ยวแขนขาไม่อ่อนแรง  ลองดื่มน้ำดูน้ำก็กลืนได้ปกติ  ไม่ได้ไหลออกมาข้างปาก  นี่คืออาการข้างต้นที่เป็นสัญญาณไม่ดี   แต่เมื่อลองวิเคราะห์ดูแล้วไม่น่าใช่อาการทางสมอง  แต่ก็ไม่วางใจค่ะ   พ่อหมีบอก "ไปหาหมอเถอะเดี๋ยวเป็นอะไรเยอะ  ให้พี่ไปส่งที่โรงพยาบาลมั๊ย"   แม่หมีตอบทันที "ไม่เป็นไรค่ะ  เดี๋ยวไปเอง  เซนต์หลุยส์อยู่แค่นี้เอง" พ่อหมีก็เลยไปทำงาน  คือพ่อหมีรู้ว่าถ้าเป็นอะไรเยอะ  แม่หมีก็จะนอนโรงพยาบาล   คือความที่เราหาหมอบ่อย  แล้วเราก็รู้ตัวเราเองถ้าไหวก็คือไหว  ถ้าไม่ไหวก็ไม่ฝืน

           พี่หมีใหญ่กับหมีน้อยเดินลงมาจากข้างบน  แม่หมีถาม   "อ้าวลูก  ไม่ไปทำงานเหรอครับ "  

           พี่หมีใหญ่ตอบ  "ลาหยุดครับ  ใช้วันลา "  เขาเพิ่งกลับจากการไปรับน้องปริญญาโท   คงอยากพักผ่อน

           แม่หมีบอก  " เดี๋ยวแม่ไปหาหมอแป๊บนะครับ "

           พี่หมีใหญ่  " ไปเป็นเพื่อนมั๊ยครับ"

           แม่หมีเล่นมุขค่ะ   " อย่ามาทำตีเสมอ  เป็นแค่ลูก  จะมาทำเป็นเพื่อนเชียวเหรอ 555 ไม่ต้องครับ   แม่เก่งออก  เดี๋ยวซิ่งมอเตอร์ไซค์ไปเอง  ถ้าเป็นเยอะ  ก็นอนโรงพยาบาล  ถ้าไม่เป็นไร  เดี๋ยวก็กลับบ้าน "

           หมีน้อยหัวเราะ   "พี่หมีใหญ่ไม่ต้องห่วง   แม่เป็นแบบนี้ประจำ  ถ้านอนโรงพยาบาล  เดี๋ยวแม่โทรตามให้ไปนอนเฝ้า  จะได้ขนอุปกรณ์ไปทีเดียว"   ค่ะ  นี่ล่ะค่ะแม่หมีถ้าไม่เป็นไรมากก็ไปเอง   บ้านเราอยู่ใกล้โรงพยาบาลนี้ค่ะ  นั่งมอเตอร์ไซค์ไม่ถึง 10 นาที  รพ.เอกชนที่มีความพร้อม  ไปหาหมอแป๊บเดียวก็กลับบ้านแล้วค่ะ

           พี่หมีใหญ่   " งั้นถ้าแม่ไม่เป็นอะไร  กลับมาถึงบ้านแล้วบ่ายๆไปกินบิงซู (ขนมน้ำแข็งใสของเกาหลี) กันนะครับ   ลูกเลี้ยงเอง "

           หมีน้อย   " ไปกินกาแฟร้านเพื่อนแม่ดีกว่า  บิงซูก็อร่อย   แต่หมีน้อยอยากให้พี่ลองชิมย้อกคี่(Gnocchi)  กับราวีโอลี่ (Ravioli) "  555 แม่หมีขำในใจ  เสาร์ที่ผ่านมาจะพาหมีน้อยไปกิน  แต่บังเอิญมีเหตุที่ทำให้เราไม่ได้ไป  หมอนี่คงอยากกิน

           แม่หมีพยักหน้า  "โอเคครับ  เดี่ยวแม่มา  งั้นเดี๋ยวแม่ไลน์ถามน้าไก่ว่า  วันนี้ที่ร้านมีย้อกคี่(Gnocchi)  กับราวีโอลี่ (Ravioli)มั๊ย "  แม่หมีเป็นแม่ที่ถ้าลูกขออะไร  แล้วถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็จะทำให้   แต่ก็ไม่ได้ตามใจจนเสียคน  คือโอเควันนี้พี่หมีใหญ่อยู่พร้อมหน้า  ก็พาพี่หมีใหญ่ไปลองชิมกาแฟร้านน้าไก่   ความจริงเขาเคยไปแล้วครั้งนึงแต่ก็นานมาก  แล้วกินแต่เค๊กกับกาแฟ   แม่หมีก็ไลน์คุยกับเพื่อนถามว่ามีย้อกคี่(Gnocchi)หรือเปล่า   เพื่อนบอกว่ามีแล้วแม่หมีก็ซิ่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปโรงพยาบาล   เห็นมั๊ยคะ   แม่หมีไม่ใช่คนงี่เง่า  ขี้อ้อน  ถ้าไหวก็คือไหว  แต่ถ้าไม่ไหวนี่นอนครางหงิงๆ  ตกลงไปหาหมอ  หมอเช็คร่างกายแล้วบอกไม่เป็นไร   ที่ปวดหัวตุ้บๆนั่นน่าจะเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบ  หมอบอกน่าจะใช้คอมพ์มากไป  555 ไม่อยากบอกหมอว่าไม่ใช่คอมพ์อย่างเดียวค่ะ   สมาร์ทโฟนนี่ก็ด้วย   นี่ขนาดเล่นอยู่สองอย่างคือเขียนบล็อกกับเล่นไลน์นี่ถ้ามีเฟซบุ๊ค  มีอินสตราแกรมจะแค่ไหน

           หมอบอก "ผมไม่ห้ามนะครับ  แต่ต้องยืดกล้ามเนื้อด้วย  อ้อ อย่านอนเล่นโทรศัพท์นะครับ  พยายามนั่งให้ถูกท่า  ก็จะไม่เป็น  อย่าลืมบริหารร่างกายยืดกล้ามเนื้อ   อย่านั่งนานเกินไป   เปลี่ยนอิริยาบทบ่อยๆด้วยนะครับ"    555 แหม   หมอพูดอย่างกับตาเห็นเพราะเรานอนเล่นสมาร์ทโฟน(มันสมาร์ทตรงไหนฟระ)  แล้วหมอก็ให้ยามาสองอย่างโอเคค่ะ  สบายใจละกลับบ้านได้

           พอมาถึงบ้าน  พี่หมีใหญ่บอก   " แม่ไปกินตอนบ่ายๆนะครับ   ตอนนี้ขอทำรายงานปริญญาโทก่อน " 

           แม่หมีบอก "โอเคครับ   งั้นเดี๋ยวกลางวัน  กินอาหารที่บ้านนะครับ  เดี๋ยวแม่โทรสั่งอาหารตามสั่งให้"  คือไม่ได้ขี้เกียจทำอาหารนะคะ   แต่เขาไม่ไว้ใจถ้ายืนอยู่หน้าเตาแล้ววูบขึ้นมา ก็จะอันตรายทั้งคนและเตาแก๊สที่เปิดทิ้งไว้     พอกินอาหารกลางวันเสร็จพี่หมีใหญ่ก็ทำรายงานต่ออีกแป๊บ   สงสารลูกค่ะ  ทั้งทำงานทั้งเรียนปริญญาโท  เทอมนี้เรียนและทำงานเจ็ดวันเลย   สุขภาพเขาดูแย่มากๆ  แต่ลูกบ้านนี้ถูกสอนมาให้รู้จักความรับผิดชอบต่อหน้าที่และอดทนค่ะ  หมีน้อยก็เช่นกัน   ตอนนี้เครียดค่ะ  เขาอยากทำงาน  เขาบอกไม่อยากอยู่เฉยๆ  หายใจทิ้งไปวันๆ ชีวิตของหมีน้อยเขามีระเบียบมีขั้นตอน   เรียนหนังสือมาตลอด  เรียนจบแล้วก็ต้องทำงาน  เพื่อจะได้ดูแลตัวเองได้  ไม่เป็นภาระแบมือขอเงินใคร  พอมานั่งอยู่บ้านเฉยๆ   เขาบอกเขาเหมือนคนไร้ค่า   แม่หมีต้องปลอบเสมอว่า  "ลูกไม่ได้ไร้ค่า  ลูกมีค่าสำหรับแม่เสมอ"   นี่ล่ะค่ะ  ขณะรองานก็เลยพยายามชวนไปโน่นไปนี่  ไปดูหนัง  ไปนอกบ้านไปให้หายเครียด   พอกินข้าวเสร็จพี่หมีใหญ่ขอทบทวนรายงานอีกนิดว่า  เรียบร้อยสมบูรณ์ครบถ้วนหรือยัง   แล้วเราก็ไป  Porcupine Cafe กัน  วันนี้พี่หมีใหญ่เลี้ยง  แต่คนสั่งคือ หมีน้อยค่ะ

     มาดูรูปกัน


                                                       ธ สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์


                                                   แม่หมี หมีน้อยและพี่หมีใหญ่


    หมีน้อยเป็นคนไปจัดการสั่งเองค่ะ   เราฝึกเขามาตั้งแต่เป็นเด็ก  พูดเป็นประโยคได้หัวเลยเคาน์เตอร์มานิดเดียวเองค่ะ   แรกๆเราก็ให้ไปขอกระดาษทิชชู่บ้าง  ไปขอน้ำเปล่าบ้าง  เพื่อให้เขากล้าพูดกับคนแปลกหน้า  แรกๆเราไปยืนกำกับข้างๆเขา   พอเขาเก่งขึ้นเราก็ส่งเงินให้เขา  บอกเขาว่าจะให้ซื้ออะไร  ในที่สุดเขาก็ทำได้  ไม่เช่นนั้นเวลาไปโรงเรียนเขาจะซื้อขนมกับพ่อค้าแม่ค้าได้อย่างไร  กว่าจะถึงวันนี้ใช้เวลายาวนานมากนะคะ  แต่เราก็ไม่ละเลยสิ่งใดที่คนปกติทำได้  หมีน้อยก็ต้องทำได้


      เค๊กมากมาย  เขาต้องตัดสินใจเลือกเองค่ะ  เพราะเราหัดให้เขาตัดสินใจเอง  ถ้าเรื่องแค่นี้ตัดสินใจเองไม่ได้แล้วจะมีชีวิตอย่างไร  แต่บางทีไปร้านสะดวกซื้อนี่บางทีมีโทรมาถามถ้าเขาไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรให้แม่หมีดี  ร้านนี้เคยมาแล้ว  เขารู้ว่าเค๊กอันไหนหวานน้อยหวานมากเหมาะกับแม่ที่เป็นเบาหวานมั๊ย  ชิ้นไหนที่แม่และพี่น่าจะชอบ  เพราะเราฝึกให้เขาสังเกตว่า  คนในบ้านชอบกินอะไร  เขาจึงนึกถึงใจคนอื่นเสมอ


     วันนี้ลูกค้าเยอะ  เลยไม่ได้นั่งมุมโปรด  แต่มุมนี้ก็เก๋น่านั่งมากค่ะ  ดีแล้วค่ะที่เปลี่ยนมุมบ้าง  เพราะเด็กออทิสติกถ้าเคยนั่งตรงไหนแล้วพอชินก็จะไม่อยากนั่งตรงที่อื่นนั่งมันตรงมุมเดิมแถมรู้สึกเครียดอีกด้วย เปลี่ยนไปเรื่อยๆก็เป็นการฝึกให้เขาเปลี่ยนที่บ้าง


         มาแล้วค่ะสตรอว์เบอรี่ชีสเค๊ก  เค๊กที่เขาเลือก  เขาบอกหวานไม่มาก  แต่คุณแม่ก็ไม่ควรกินหลายคำ เพราะยังไงมันก็หวานเกินไปสำหรับแม่อยู่ดี   หมีน้อยเขาจัดแจงราดซอสสตรอว์เบอรรี่


                                         อร่อยค่ะ  เค๊กเนื้อนุ่มละมุนลิ้น ฉ่ำซอส


                    Japanise Melon Cheese Cake     เนื้อนุ่ม หอมกลิ่นเมล่อน กินแล้วชื่นใจค่ะ



     White  cube  Latte  2 ชุด  เขาบอกพี่หมีใหญ่ว่า อันนี้เป็นเมนู Signature ของร้านเลยนะ  หมีน้อยบอกขอแนะนำให้พี่หมีใหญ่ต้องดื่มเพราะอร่อย


                                     ของแม่หมี Caramel Macchiato กาแฟของนางเอก


                             Ravioli  พอพนักงานเอามาเสริพร้อนๆ  เราก็สามัคคีชุมนุมค่ะ   แป๊บเดียวเกลี้ยงจาน


             Gnocchi (ย๊อคคี) มาร้อนๆชีสเยิ้มมาเชียว   สามแม่ลูกก็สามัคคีชุมนุมเหมือนเดิม  นี่ล่ะค่ะบ้านเรา  แบ่งกันกินแบ่งกันอร่อย


         ลูกค้าเยอะ  แล้วร้านนี้ก็เป็นร้านของน้าไก่  หมีน้อยเขาคุ้นเคย  เลยเสริพน้ำเอง   หุ่นให้นะคะเนี่ย....


         ได้เวลากลับบ้านเสียที   ร้านนี้คงต้องมาบ่อยแล้วล่ะค่ะ  พี่หมีใหญ่บอกวันหลังจะชวนเพื่อนมานั่งมาคุยงานกันดีกว่า  

      หมายเหตุ  พิกัดร้านค่ะ  ถ้าเรานั่งรถไฟฟ้าไปก็ลงสถานีอารี  แล้วลงฝั่งตรงข้ามวิลล่ามาร์เก็ต เดินเข้าซอยอารี 4(เหนือ)ไปเรื่อยๆ  ก็จะเห็นร้านสีขาวๆ  มีป้ายPorcupine  Cafeก็เข้าไปได้เลยค่ะ  ไปไม่ถูกโทรเบอร์  091 469 4646                

                    เรื่องนี้เขียนทิ้งไว้ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมแน่ะค่ะ  เพิ่งเอามาลงจะสิ้นเดือนสิงหาคมแล้ว  ว่างๆลองแวะไปชิมกาแฟและเค๊กนะคะ  จะได้ฟินเหมือนกัน  วันไหนว่างๆคงไปอีกล่ะค่ะ   หมีน้อยเขาชอบบรรยากาศ  ส่วนเพื่อนๆชาวทับแก้วของแม่หมีเอาร้านนี้เป็นที่นัดเจอกันค่ะ  เขียนเรื่องนี้ผู้อ่านได้อะไรจากการอ่านบ้างคะ  อาจได้วิธีฝึกลูกน้อยให้พูดกับคนแปลกหน้า  แล้วก็ เอิ่มมม....ความรู้สึกอยากดื่มอะไรหวานๆเย็นๆใช่มั๊ย  555



  

โดย แม่หมี

 

กลับไปที่ www.oknation.net