วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เท้าก้าวเดิน มือเอื้อมเด็ดดวงดาว


ช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา แม่มดวุ่นวายกับการเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางไกลที่กำลังจะมาถึงในเวลาอีกไม่เนิ่นนาน 

ส่วนลูกชายเรียนหนัก เล่นหนักประสาคนในวัยที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น เต็มไปด้วยความใฝ่ฝันถึงชีวิตและอนาคตอันงดงาม

 

ในเดือนกุมภาพันธ์  ลูกชายนำทีมนักศึกษากฎหมายไปแข่งขันว่าความเป็นภาษาอังกฤษในศาลจำลองที่มหาวิทยาลัย Uppsala

แห่งกรุง Stockholm ประเทศสวีเดนและประสบความสำเร็จอย่างงดงามทั้งประเภททีมและบุคคลสมกับที่ได้ทุ่มเทเวลาให้โครงการนี้มานานหลายเดือน

ทั้งๆที่ตนเองก็กำลังศึกษากฎหมายทั้งหลักสูตรเยอรมันของ University of  Passau และหลักสูตรอังกฤษของ University College of London

แถมยังทำงานพิเศษเป็นผู้ช่วยของ Professor Dr. ท่านหนึ่งซึ่งเป็นอาจารย์ที่ลูกชายศรัทธา

 

เดือนมีนาคม ลูกชายบินมาเมืองไทย ๒ สัปดาห์ โดยเลือกช่วงเวลาให้ตรงกับวันเกิดแม่ 

ลูกขนตำรามาอ่านมากมายเพราะกำลังเตรียมตัวสอบไล่หลักสูตรกฎหมายอังกฤษ 

วันดีคืนดี  Professor ที่เยอรมนีก็ส่งงานมาให้ช่วยทำทั้งๆที่เป็นเวลาปิดเทอมของลูกซึ่งหนุ่มน้อยก็เต็มอกเต็มใจทำให้แม้จะมีสิทธิ์ปฏิเสธ 

เหตุผลคืออาจารย์กำลังมีปัญหาสุขภาพ อาจจะต้องเข้ารับการผ่าตัดดวงตา  ถ้าไม่ช่วยอาจารย์ค้นคว้าข้อมูลต่างๆให้  

ท่านอาจจะต้องยกเลิกการสอนในชั้นเรียนของนักศึกษารุ่นน้องซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

 

แม่มดรับรู้ถึงความมีน้ำใจของลูกด้วยความสุขใจ ยอมให้ตนเองเป็นฝ่ายที่ถูกปฏิเสธเสียเอง

นั่นคือ บางครั้งเมื่อแม่ชวนไปเที่ยวต่างจังหวัดสักสองสามวัน ลูกชายจะตอบขอบคุณแต่บอกว่า ไม่มีเวลาครับ แม่  

ผมอ่านตำราช้ากว่าที่กำหนดไว้ตั้ง ๑๕๐ หน้าแล้ว :D

เพราะเวลาที่ควรจะไปเที่ยวกับแม่และเวลาท่องตำราส่วนหนึ่ง ลูกชายเอาไปใช้ทำงานด่วนที่อาจารย์ขอร้องมาทางอีเมล์เสียแล้ว

แม่มดก็เลยยิ้ม บอกว่างั้นก็อยู่บ้าน กินอาหารฝีมือแม่ต่อไป

สำหรับลูกชาย การมาเมืองไทยคือการกลับมาเยี่ยมบ้าน กลับมาอยู่ใกล้ๆให้แม่ชื่นใจบ้าง ไม่ใช่กลับมาเพื่อการท่องเที่ยวแต่อย่างใด

 

ลูกชายเล่าว่า ช่วงเดือนมิถุนายนคือเวลาสอบไล่วิชากฎหมายอังกฤษซึ่งเป็นหลักสูตรปริญญาตรี

หลังจากนั้นอีกปีกว่าๆ จะเป็นการสอบกฎหมายเยอรมันซึ่งมีเนื้อหามากกว่า ใช้เวลาเรียนมากกว่า

มีการสอบทั้งข้อเขียนและการสอบปากเปล่าแบบการ defend วิทยานิพนธ์ หลักสูตรนี้เมื่อสอบผ่าน ถือเป็นการได้รับปริญญาโท 

ดังนั้นพอสอบกฎหมายอังกฤษเสร็จ ลูกก็แทบจะไม่มีเวลาพักเพราะต้องเตรียมตัวสอบกฎหมายเยอรมันต่อไปทันที

 

แต่แม่มดเป็นแม่ที่ชอบให้ลูกเรียนๆเล่นๆ ชอบที่ลูกมีวินัย มีความรับผิดชอบเต็มเปี่ยม แต่ก็อยากให้ลูกมีความสุขกับชีวิตด้วย  

เลยบอกว่าพักบ้างนะ ลูก พอสอบกฎหมายอังกฤษเสร็จแล้ว แม่จะไปหา เราไปเที่ยว Sicily กันดีกว่า 

แม่มดรู้ว่าลูกสนใจเกาะใหญ่ที่สุดของประเทศอิตาลีมาช้านาน เพราะเรื่องเล่นสนุกอย่างหนึ่งของลูกคือ การศึกษาประวัติศาสตร์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวในประวัติศาสตร์ยุคโรมัน

ลูกชายตอบรับโดยกำชับมาด้วยว่า ทริปนี้ก็ต้องไม่เกิน ๑ สัปดาห์นะครับ แม่ เพราะถ้าหยุดอ่านหนังสือนานกว่านั้น

ผมอาจจะเตรียมสอบไม่ทัน.......แต่ลูกยังคงทำงานให้อาจารย์อยู่จนถึงทุกวันนี้   

แม่มดก็ว่าไม่เป็นไร ในเวลาที่เหลือ แม่ก็จะไปเดินเล่นที่บ้านเมืองใกล้ๆอย่างออสเตรียหรือสาธารณรัฐเช็คตามลำพังบ้าง

แล้วก็อยู่บ้าน ทำขนมอร่อยๆให้ลูกทานบ้าง แค่นี้ ก็มีความสุขดีไปด้วยกันแล้วทั้งแม่และลูก

 

ลูกชายเป็นชายหนุ่มที่สุภาพและอ่อนโยน มีอารมณ์ขันแต่ไม่ติดเรื่องเฮฮาปาร์ตี้

ไม่มีปัญหากับการทำงานหนักและการเรียนยาก ชอบอ่านหนังสือและอ่านได้เร็ว  สนุกกับการทำอาหาร

ที่จริง เด็กผู้ชายนักศึกษากฎหมายกลุ่มนี้ชอบเข้าครัวกันทุกคน แล้วใครเป็นคนกินล่ะ ก็เพื่อนๆนักศึกษาผู้หญิงไงคะ :D

 

ลูกรักการเดินป่า แม่มดจึงดีใจนักหนาที่ลูกบอกมาเมื่อต้นเดือนว่า จะไปเดินข้ามเทือกเขาแอลป์กับเพื่อนสัก ๑ สัปดาห์  

ไม่นานกว่านั้น เพราะทั้งเพื่อนและลูกต่างก็ต้องอ่านตำรากันหัวโตเพื่อเตรียมสอบกฎหมายเยอรมัน

ความจริง ลูกชายเคยบอกนานแล้วว่าต้องการเดินข้ามเทือกเขาแอลป์จากเมืองมิวนิคของเยอรมนีไปยังเมืองเวนิสของอิตาลี

แต่เส้นทางนั้นต้องใช้เวลาเดินถึง ๑ เดือนเต็มซึ่งลูกไม่รู้ว่าจะเอาเวลามาจากไหน  

การปิดเทอมของนักศึกษากฎหมายเยอรมันไม่เหมือนการปิดเทอมของนักศึกษาสาขาอื่นเพราะวิธีเรียน วิธีสอบต่างกัน  

จะคล้ายคลึงก็แต่กับสาขาแพทย์ศาสตร์ที่คนเรียนมีเวลาพักน้อยมากเช่นกัน  

แถมการเดินข้ามเทือกเขาแอลป์ซึ่งในเขตที่สูงตอนบน อาจมีหิมะตกลงมาเมื่อไรก็ได้จำเป็นต้องใช้เวลากลางฤดูร้อนที่อากาศอาจจะอบอุ่นพอประมาณ 

ด้วยเมื่อพ้นจากฤดูนี้ไปแล้ว เส้นทางจะถูกปิดโดยสิ้นเชิงเพราะเป็นเส้นทางที่ยากลำบากและมีอันตรายมาก

 

เมื่อมีเวลาน้อย ลูกชายกับเพื่อนจึงเลือกเส้นทางที่โหดกว่าแต่ใช้เวลาน้อยกว่า  

นั่นคือการเริ่มเดินจากหมู่บ้าน Oberstdorf ทางฝั่งเยอรมัน  ขึ้นเขาแอลป์ด้วยเส้นทางสูงชันเข้าไปในเขตของออสเตรีย

จนถึงความสูง ๓๐๐๐ เมตรเหนือระดับน้ำทะเล แล้วเดินลงเขาไปยัง Merano เมืองปลายทางซึ่งอยู่ในประเทศอิตาลี

 

ลูกชายส่งแผนที่เส้นทางเดินบนภูเขามาให้แม่ตั้งแต่แรก แม่มดไม่ห่วงอะไรเท่ากับห่วงความเป็นคนมุ่งมั่นมีมานะของลูก

ย้ำเตือนไปหลายครั้งว่า ถ้ามีปัญหาหนักหนาหรือรู้สึกไม่สบายก็อย่าฝืน  

สบายใจอยู่นิดที่เส้นทางเดินอยู่ในเขตของเยอรมนีกับออสเตรียซึ่งเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูง

เมืองปลายทาง Merano ของอิตาลี่ก็เป็นเขตที่ผู้คนใช้ภาษาเยอรมันเพราะดินแดนส่วนนี้เคยเป็นของออสเตรียมาก่อน

 

ลูกชายบอกเล่าเรื่องการเดินทางและส่งภาพที่ถ่ายง่ายๆด้วย smartphone มาให้แม่ดูเป็นระยะๆแต่ไม่ทุกวัน 

เพราะบนเขาสูง บางทีก็ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ลูกเล่าว่ายิ่งสูง ธรรมชาติยิ่งสวย เหนื่อยมากครับแม่แต่สนุกจริงๆ

หนุ่มน้อย ๒ คนเดินไปถึงเมืองปลายทางเร็วกว่าที่คิดไว้ถึง ๗ ชั่วโมง ค้างที่นั่น ๑ คืนแล้วจับรถไฟกลับบ้านที่พัสเซา

ใช้เวลานั่งรถไฟนาน ๘ ชั่วโมงและต้องเปลี่ยนรถถึง ๓ ครั้ง แม่มดฟังแล้วเหนื่อยแทน

แต่ลูกมีความสุขมากมายที่ได้ทำสิ่งที่ฝันไว้  แถมยังได้พบปะผู้คนอัธยาศัยดีที่รักธรรมชาติเหมือนตัวเองอีกหลายคน

และลูกกลายเป็นคนที่สามารถตื่นเช้ามากๆได้....เพราะบนภูเขา ผมเริ่มออกเดินก่อน ๖ โมงเช้าทุกวันครับ

วันแรก เส้นทางยังง่าย เรี่ยวแรงก็ยังมีมากมาย

ยามเช้าอันงดงาม

สูงขึ้นไปเรื่อยๆ

อาหารตามบ้านชาวนา

จานนี้แม่มดรู้จัก เป็นอาหารพื้นเมืองของแคว้นบาวาเรียและออสเตรีย ตัวแป้งอร่อยค่ะ ใส่ไข่มากมาย กินแค่ ๒ จาน น้ำหนักก็พุ่งปรี๊ดแล้ว

 ที่นอนตามโรงนา

ทุกคนต้องมีถุงนอนของตัวเอง เตียงยาวนอนเรียงได้ชั้นละ ๘ คน ลูกบอกว่าที่นอนไม่หนาว

แต่ต้องอาบน้ำเย็นเพราะโรงนาไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น แม้เมื่ออยู่บนเทือกเขาซึ่งอากาศตอนค่ำถึงเช้าหนาวมาก

เมื่อเดินขึ้นไปสูงมากๆ ก็แทบจะหาต้นไม้ไม่ได้เพราะอากาศเย็นและพื้นมีแต่หิน

วันหนึ่งลูกเดินฝ่าฝนเช้าจรดเย็น อีกวันหิมะตก ลูกไม่เล่าเลย แม่มดมาเห็นภาพเหล่านี้เมื่อลูกกลับถึงที่พักที่พัสเซาแล้ว

ผมไม่มีปัญหา แต่ถ้าเล่าในคืนนั้น แม่จะกังวล.....ลูกบอกทีหลังอย่างนั้น

ที่ ๓๐๐๐ เมตรเหนือระดับน้ำทะเล  ที่พักบนนั้นใช้กระเช้าลอยฟ้าขนส่งวัตถุดิบขึ้นมาทำอาหารบริการคนเดินทางเฉพาะในฤดูร้อน

เดินลงแล้ว ทิวทัศน์เริ่มเขียวขจีอีกครั้ง

ในที่สุดก็ถึง Merano

 

เมื่อ ๒๒ ปีก่อน เด็กน้อยคนนี้หัดกินอาหารเองตั้งแต่ยังเดินเตาะแตะ

แม่ยอมเก็บกวาดบ้านที่เลอะเทอะไปทั่วและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ลูกที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยอาหารตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าวันละหลายครั้ง

ลูกรักได้รับความเชื่อมั่นและมีโอกาสได้ทำทุกอย่างตามความสนใจและความถนัดภายใต้ขอบเขตของวุฒิภาวะที่เหมาะสมตั้งแต่วัยเยาว์เป็นต้นมา

 

Counting The Stars - Ernesto Cortazar

โดย แม่มดเดือนMarch

 

กลับไปที่ www.oknation.net