วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ระยะเริ่มต้น


-1-

สุดท้ายเราก็พบกัน...

ผมหยุดเรื่องสั้นเรื่องใหม่ที่ตรงนี้ สายตาเริ่มอ่อนล้า กาแฟเบอร์ดี้ทรีอินวันหลังอาหารเย็นช่วยได้เล็กน้อย วันนี้ผมจมอยู่กับการเขียนเรื่องสั้นที่จะส่งประกวดต้นเดือนหน้า เหลือบมองนาฬิกามุมขวาล่างของจอคอมพิวเตอร์ 1:10

คืนนี้อากาศเริ่มเย็น ผมได้ยินคำประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อช่วงค่ำว่าภายในหนึ่งถึงสองวันนี้อากาศจะเย็นลงอีกหนึ่งถึงสององศาแต่ไม่คิดว่าจะมาเร็วอย่างนี้

ผมเลื่อนเมาท์หยุดปุ่มสตาร์ท กดคลิกชัตดาวน์ เลื่อนเก้าอี้และลุกออกจากที่นั่ง ชูแขนเหนือศีรษะดัดกายจนกระดูกลั่นกรอบแล้วเอนตัวลงนอน หันสบตากับภาพ ‘เธอคนนั้น’ ที่พิมพ์ใส่กรอบรูปวางไว้ข้างจอโทรทัศน์ เป็นรูปที่เธอถ่ายเองด้วยกล้องหน้าของโทรศัพท์มือถือ ผมเซฟรูปนี้จากโปรแกรมเฟซบุ๊กของเธอ

ในรูป เธอส่งยิ้มให้กล้อง อยู่ในชุดเสื้อยืดคอกลมสีดำ ปล่อยผมยาวสลวย ใบหน้าตกแต่งด้วยเครื่องสำอางอ่อน ๆ อายแชโดว์ระบายไว้เรื่อจาง ขนตาดัดงอนยาว นั่งชันเข่าทั้งสองขึ้น

ผมลุกขึ้นหยิบรูปเธอเข้ามาใกล้ มองลึกเข้าไปในดวงตา เห็นรอยย่นเล็ก ๆ บริเวณหางตา ริมฝีปากเธอยิ้มกว้าง รอยยิ้มรำลึกเข้าไปในความทรงจำ และรอยยิ้มนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

สองปีก่อนผมลาออกจากงานประจำเพื่อทำงานเขียนเพราะเป็นงานที่ผมรัก ผมระบายเรื่องราวต่าง ๆ ลงโปรแกรมเฟซบุ๊ก เธอเป็นคนเชียงใหม่ ติดตามอ่านงานเขียนของผมบ้าง แสดงความคิดเห็นในบางครั้ง ตอนนั้นผมไม่รู้จักชื่อเธอ เธอใช้นามแฝงในการแทนตัวเอง ต่อมาถึงรู้ว่าเธอชื่อเมย์

หลายครั้งเราพูดคุยกันทางกล่องข้อความแต่ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้คืบหน้าไปไหน เรื่องราวส่วนใหญ่เป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป วันนี้ทำงานเป็นอย่างไรบ้าง กินข้าวหรือยัง ชอบดูหนังแนวไหน อ่านหนังสืออะไรอยู่ ที่นั่นอากาศหนาวไหม ฯลฯ

แน่ละ ผมรู้สึกดีที่ได้คุยกับเธอแต่ไม่คิดผูกพันอะไร

วันหนึ่งเธอลงมาทำธุระที่กรุงเทพฯ เราจึงนัดเจอกันในร้านอาหารย่านที่พักของเธอ

ครั้งแรกที่เจอ เธอดูน่ารัก เธอมีความพิเศษบางอย่างสะกดตรึงให้ผมอยากใกล้ชิด ผมชอบรอยยิ้มของเธอที่เผยอแย้มดังดอกไม้บานซึ่งหาไม่ได้จากรูปถ่าย

“อาจจะฟังแล้วไร้เหตุผลว่าสิ่งที่ทำให้คนรักกัน หรือเป็นเพียงรอยยิ้มรอยนั้นเมื่อวันแรกเจอ...” ผมยินเพลงนี้จากเครื่องเสียงภายในร้านระหว่างเปิดเมนูสั่งอาหาร เพลงนี้ชื่อ ‘เพราะอะไร’ ขับร้องโดย ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์ เนื้อร้องโดย ประภาส ชลศรานนท์ เป็นเพลงที่ผมชอบ

เรานั่งพิจารณาใบหน้ากันและกัน เธอเป็นคนยิ้มสวย คงจริงดังเนื้อเพลงว่า ผมประทับใจเธอตั้งแต่แรกเห็นจากรอยยิ้มนั้น! บทสนทนาของเราเป็นไปอย่างราบรื่น ผมหยิบหนังสือ ‘ดอกไม้บนพื้นทราย’ ยื่นให้เธอ ก่อนแยกจากเราถ่ายรูปร่วมกัน

ผมวางรูปเธอบนหัวเตียง เอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ เปิดโปรแกรมไลน์ กดชื่อเธอ พิมพ์ข้อความว่าคิดถึงนะ ขณะกำลังกดส่ง ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้น ‘ถ้าเธอหลับไปแล้วละเสียงข้อความจะไปรบกวนเธอหรือเปล่า’ ผมเปลี่ยนใจวางโทรศัพท์ลง ดึงผ้าห่มขึ้นมากระชับที่หน้าอก

-2-

ผ้าห่มถูกดึงขึ้นมากระชับที่หน้าอก คืนนี้อากาศหนาวจัง ฉันสวมเสื้อคาร์ดิแกนสีเขียวที่เขาส่งมาให้ทางไปรษณีย์ ทุกครั้งที่ใส่เสื้อตัวนี้ทำให้ฉันคิดถึงเขา ฉันเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์เปิดดูรูปที่เขาส่งมาทางโปรแกรมไลน์เมื่อหลายวันก่อน

ในรูปเขาชูเอกสารขึ้นปึกหนึ่ง เสื้อยืดคอกลมสีดำ กางเกงสามส่วนลายทหาร รองเท้ากีฬาอาดิดาส และหมวกแก๊ปสีเหลืองด้านหน้าปักคำว่า COBRA คือชุดประจำตัวของเขา วันนั้นเขาเอาต้นฉบับหนังสือเล่มใหม่ให้สำนักพิมพ์หนึ่งพิจารณา เขาชอบเขียนหนังสือ เรารู้จักกันผ่านโปรแกรมเฟซบุ๊ก เขามาขอเพิ่มฉันเป็นเพื่อน ฉันอ่านงานเขียนของเขาอยู่บ้าง ส่วนใหญ่เราจะติดต่อกันทางกล่องข้อความ

วันหนึ่งฉันต้องลงไปประชุมที่กรุงเทพฯ เราจึงนัดเจอกันที่ร้านอาหารย่านอุดมสุข

เราเข้ามานั่งในร้านลานลมเป็นร้านอาหารกึ่งผับ ตัวจริงกับในรูปเขาดูไม่แตกต่างกันนัก เขาอายุน้อยกว่าฉันสามปี บทสนทนาวันนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวจิปาถะ ครอบครัว การงาน ความรัก สังคม ความคิด การใช้ชีวิต ฯลฯ

แน่นอน ฉันชอบเวลาที่ได้คุยกับเขาแต่ไม่คิดอะไรเกินกว่าคนรู้จักกัน

เขาถามฉันว่ามีแฟนหรือยัง ฉันตอบไปว่าเคยมี ฉันเพิ่งเลิกกับแฟนคนเก่าได้ไม่นาน มารู้ภายหลังว่าเขาก็เพิ่งเลิกกับแฟนเช่นกัน

ก่อนแยกจาก เขายื่นหนังสือที่เขาเขียนให้ฉันเป็นที่ระลึก เราถ่ายรูปร่วมกัน จากวันนั้นมา เราติดต่อกันผ่านโปรแกรมไลน์ทำให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

หนึ่งเดือนต่อมา ฉันชวนเขาไปเที่ยวอำเภอปัว จังหวัดน่าน ฉันมีเพื่อนอยู่ที่นั่น เขาตอบตกลงบอกว่าจะไปเก็บข้อมูลเพื่อเขียนงานส่งนิตยสารฉบับหนึ่ง ตลอดเวลาสามวันที่อยู่ด้วยกันทำให้ฉันเรียนรู้นิสัยใจคอเขามากขึ้น วันที่เขากลับฉันรู้สึกใจหายเพราะลึก ๆ แล้วอยากให้เขาอยู่ต่อ

ฉันวางโทรศัพท์ลง จ้องมองปฏิทินบนผนังมีวงกลมสีแดงวงที่เลข 31 เรานัดกันจะไปสวดมนต์ข้ามปี ฉันอยากให้เวลาเดินเร็ว ๆ ทุกครั้งที่มองปฏิทิน

-3-

ปฏิทินถูกขีดฆ่าในช่องวันที่เหลืออีกแปดวันที่ผมจะได้เจอเธอ ครั้งนี้ผมจะอยู่เชียงใหม่เป็นเวลาสามวัน ด้วยหน้าที่การงานไม่สามารถให้อยู่นานกว่านั้นได้ ผมจะไปหาเธอวันที่สามสิบเอ็ดธันวา เรานัดกันไปสวดมนต์ข้ามปีที่วัดสิงห์ในตัวเมือง วันรุ่งขึ้นเธอจะอาสาพาผมเที่ยว...

อ่านต่อได้ภายในเล่ม วางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือทั่วไปหรือสั่งซื้อตรงได้ที่นี่ เล่มละ 140 บาท (รวมค่าจัดส่งแล้ว) #ปริญบุญภูพิพัฒน์ #หนังสือ #สยายปีกโบยบิน #เรื่องสั้น #ความเรียง #สำนักพิมพ์ #ความสัมพันธ์ #นวนิยาย

โดย ทีเคต้นกล้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net