วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

** หนี...เพราะรัก..!!


  

*********

**  หนี....เพื่อรัก..

              เหตุการณ์นี้เกิดมากว่า 10 ปีมาแล้ว....

          บ่ายวันหนึ่ง...เจ้าดิษฐ์..เพื่อนสนิทของผมคนหนึ่ง  แวะมาหาผมที่บ้าน

พร้อมกับ..รินทร์  แฟนสาวของเจ้าดิษฐ์  พร้อมกระเป๋าเดินทาง  มันกำลังจะพา-

รินทร์หนีไปอยู่กรุงเทพฯด้วยกัน....

               รินทร์..เป็นเด็กสาวที่ไม่มีทั้งพ่อและแม่แล้ว  อาศัยช่วยทำงานอยู่กับตา..ซึ่ง        

ค่อนข้างจะดุมากทีเดียว  ตาเป็นเจ้าของ  ร้านอาหารซึ่งต้องทำงานกันตั้งแต่เช้ายัน

ค่ำ  งานที่เด็กสาวไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเมื่อมีความรักกับเจ้าดิษฐ์  ที่สุด...จึงคิด

ที่จะหนีกันไปอยู่ที่อื่น..

               เวลาและจังหวะเป็นตัวกำหนดความคิด  เมื่อโอกาสมาถึง...  ทั้งสองต้องใช้

เวลาที่มีในขณะนั้น...ตัดสินใจ  โดยไม่ต้องเตรียมการณ์ล่วงหน้า..

               คนแรกที่เจ้าดิษฐ์มันคิดถึง..ก็คือ..ผม...

      “ เฮ้ย..!!  เอส..กูจะพารินทร์หนีคืนนี้  กูพามาพักที่บ้านมึงก่อนนะ”

                                                           

                ผมปฎิเสธมันทันที..ที่ได้รับรู้เรื่องราว  อีกทั้งกิตติศัพท์ของตาของรินทร์     

ด้วยแล้วทำให้ผมไม่อยากจะข้องเกี่ยวมากนัก....

         “ มึงกำลังสร้างเรื่องนะไอ้ดิษฐ์    เรื่องไม่น่าทำนะโว้ย”  ผมว่ามัน.

         “ กูจำเป็น...กูตัดสินใจแล้ว  กูพารินทร์ออกมาแล้ว  ตายเป็นตาย

         “ แต่..มึงจะทำกูตายด้วยนะ  มึงก็รู้..ตามันเป็นไง?”

         “ แล้ว..มึงจะให้กูทำยังไง?  กูขอมาพักที่บ้านมึง..คืนนี้กูก็จะไป”

         “ มึงจะไปไหน?  มึงจะไปทำอะไรกินกัน?”

         “ กูจะไปหางานทำกันที่กรุงเทพฯ”  เจ้าดิษฐ์มันบอกอนาคตของมัน

         “รินทร์...พี่เอสถามหน่อย...คิดดีแล้วหรือว่าจะไปผจญภัยกับไอ้ดิษฐ์?”

 รินทร์..พยักหน้า..ยอมรับแทนคำตอบ  สีหน้าวิตกมากมาก...

    

          “ รินทร์...รักไอ้ดิษฐ์..มันมากหรือ?”  ผมถามกับรินทร์...

  รินทร์..พยักหน้า...ยอมรับอีก....

           “รินทร์...พูดซิ...บอกว่า...รัก...คำเดียว..พี่เอสจะช่วย"

          “.........รัก....ค่ะ.....” รินทร์ตอบผมชัดเจนมาก

.....ผมเผลอรับปากออกไปแล้ว..เพราะคำว่า “รัก” นี่แหละ  มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่

เราจะปฎิเสธความรักของเขา..เขากำลังดิ้นรนต่อสู้เพื่อ..ความรัก...ที่สุดก็ต้อง

ยอมช่วยตามคำขอ.....

.........  เย็นวันนั้น  ขณะที่ผมพารินทร์เข้าไปหลบในห้องนอนของผม  โดยให้

ภรรยาผมช่วยดูแล.. ตาของรินทร์ก็มาที่บ้านผม...

 

            “ ไอ้เอส.!...ไอ้ดิษฐ์..มันพาหลานกูมาที่บ้านมึงรึเปล่า?”  ตาของรินทร์ถาม

                -ผมด้วยอารมณ์โกรธแค้น..

              “ ไม่เห็นนี่..ไอ้ดิษฐ์มันไปทำอะไรล่ะตา?”  ผมแกล้งถามกลับ.

              “ มันพาไอ้รินทร์หนี...กูจะยิงแม่ง..!!” ตาเอามือตบปืนที่เอวให้ผมเห็น

              “ ผมว่า..ตาใจเย็นๆนะ  ผมเจอมันจะพามันกลับ...”

               “ กูว่า..มันต้องพามาหามึงแน่...มึงต้องช่วยกูนะ...กูให้ไอ้จ่าไปดักที่สถานี      

                               - รถไฟกับท่ารถแล้ว...” ตายังไม่หายเดือด...

........  ผมรับปากตาของรินทร์ไป  โดยที่ปัญหาทั้งหมดกำลังเป็นปมที่ผมยังคิดไม่

ตก...ว่าจะเอาอย่างไรดี?...

          คืนนั้น..สามทุ่มเศษๆ...เจ้าดิษฐ์หลบกลับเข้ามาที่บ้านผม..

 “ ไอ้ดิษฐ์..มึงจะเอายังไง?” 

  “ กูจะหนี   คืนนี้แหละ  เที่ยงคืนกูจะพารินทร์เดินเลาะออกเส้นทางลัดไป

      เรื่อยๆ  ราว 8 กิโลฯ...ไปออกเส้นทางถนนใหญ่แล้วโบกรถเข้ากรุงเทพฯ”

     เจ้า ดิษฐ์..มันบอกแผนการณ์ของมันที่จะพารินทร์หนี....

.........ซึ่งเส้นทางดังกล่าวทั้งเปลี่ยวและน่ากลัว...หากมันใช้เส้นทางนั้น  ผมว่ากว่ามัน

จะเดินถึงถนนใหญ่ก็คงเช้า..มีคนพบมันแน่...

          ผมจึงตัดสินใจไปเอารถยนต์ของญาติอีกคนหนึ่งเพื่อขับพามันหนีออกมาให้

ได้  เพราะถ้าเป็นรถของผม  พวกของตาคงจะจำได้แน่...

           คืนนั้นประมาณตี 2 ผมพาทั้งสองคนนอนท้ายรถที่ยืมมา  ขับออกมาถึงอีก

อำเภอหนึ่งราว 50 กม.  เพื่อส่งเจ้าดิษฐ์ไปกับรถสิบล้อเดินทางเข้ากรุงเทพฯจน

สำเร็จ.. ผมควักเงินใส่กระเป๋าเจ้าดิษฐ์ไปอีก 3000บาทไปเริ่มต้นชีวิตใหม่...

.....อีกราว 2 เดือนเศษๆจากวันนั้น  ทั้งคู่ก็กลับไปขอขมาคู่ ตา-ยายของรินทร์..

แล้วกลับมาทำงานอยู่กรุงเทพฯด้วยกัน...จนถึงทุกวันนี้......

...ตา..เดินมาตบไหล่ผมในวันนั้น..

        

         “ กูรู้...ว่า..มึงต้องช่วยมัน  เป็นกู..กูก็ช่วยเพื่อนหว่ะ  กูรู้ว่าไอ้ดิษฐ์มัน-

           ไว้ใจมึง  มึงคอยตักเตือนมันด้วยนะ..รินทร์..มันหลานกู”

........ ทั้งสองคน..ทุกวันนี้..มีร้านขายของเล็กๆอยู่แถวท่าพระ  น่ารักมาก..รินทร์

เป็นคนเงียบๆ เรียบร้อย  เป็นแม่บ้านที่ดี  ขยัน  ช่วยกันทำงานทุกอย่าง  ช่วยกัน

ทำมาหากิน  รู้จักเก็บออม  ไม่ทะเลาะกัน..แต่ทั้งคู่ไม่มีลูก...มีความเป็นอยู่ดี

พอสมควร...หากเขาทราบว่าผมจะมากรุงเทพฯ  จะกระตือรือร้นพาไปทุกหน         

แห่ง...กระทั่ง..ผมไม่กล้าที่จะบอกเมื่อมากรุงเทพฯ  แต่ก็ยังติดต่อกันอยู่เสมอมา...

                           

****** นี่แหละ....ความรัก....

การต่อสู้เพื่อ.ความรัก..เมื่อเข้าใจกันนั่นแหละ...ความสุข...**

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย psl_cp127

 

กลับไปที่ www.oknation.net