วันที่ อังคาร กันยายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ส่งข่าวเรื่องของหมีน้อย


      หายไปนานก็ไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะ   เข้าออกโรงพยาบาลนี่ล่ะค่ะ   มีเรื่องที่ต้องเหนื่อยมีเรื่องที่ต้องกังวล  พอเหนื่อยมากๆเครียดมากๆก็เลยความดันสูง   ที่สุดก็ต้องนอนโรงพยาบาล   แถมยังต้องไปนอนส่องกล้องลำไส้อีก เพราะมีแนวโน้มว่าจะเป็นเรื่องไม่ดี  หลายโรคเหลือเกินที่รุมเร้า   นัดของหมอมีมากจริงๆเรียกว่าเดือนที่ผ่านมา  นอกจากไปนอนโรงพยาบาลแลัวก็ยังมีนัดหมอตามวาระอีกด้วย  นัดหมอนี่เยอะกว่านัดหนุ่มๆสมัยสาวๆอีกค่ะ

     คือว่าหมีน้อยเขาเรียนจบเรียบร้อยแล้วค่ะ   คะแนนก็อยู่ในเกณฑ์ดี   สำหรับเด็กออทิสติกไม่ใช่สิต้องเรียกว่า "บุคคลออทิสติก"  เราฝึกเขามาตลอด  เขาก็ต้องมีชีวิตตามขั้นตอน  ตามกิจวัตรประจำวัน  ตลอดชีวิตของหมีน้อยการเรียนเป็นเรื่องสำคัญที่เราปลูกฝังมาตลอด   พอเรียนจบแล้วจะมานั่งเฉยๆ  หมีน้อยเขาก็จะเครียด  เขาบอกแม่หมีว่า  เขาอยากทำงาน   ไม่อยากหายใจทิ้งไปวันๆ  แต่เขาก็มีห่วงก็คือ  สุขภาพของแม่หมี  เพราะเขารู้ว่า  ถ้าเขาไปทำงานแม่หมีก็จะอยู่บ้านคนเดียว   เวลาบทมันจะป่วยก็ป่วยขึ้นมาเฉยๆ  เหมือนร่างกายที่ผ่านการรักษาจากโรคร้าย  มันทำให้แม่หมีไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน   แต่แม่หมีสู้มาตลอดเพื่อให้เขามีวันนี้  เพราะตระหนักดีว่าการศึกษาจะทำให้เขามีงานทำ   หากวันใดที่แม่หมีไม่อยู่บนโลกใบนี้   หมีน้อยเขาจะได้ดูแลตัวเองมีอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้  โดยไม่ต้องแบมือขอเงินใคร   อีกเฮือกเดียวค่ะที่แม่หมีจะส่งหมีน้อยให้ถึงฝั่ง

      การเป็นบุคคลออทิสติก  ทำให้หมีน้อยมีข้อจำกัดในการทำงานมากมาย   ไหนจะเรื่องการเดินทางในเส้นทางที่ไม่เคยไปไม่คุ้นเคย    และเรื่องสำคัญคือหมีน้อยไม่สามารถข้ามถนนด้วยตนเองได้   ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แม่หมีกังวลใจมาก  ไม่ใช่ว่าไม่ได้ฝึกหัดนะคะ  เราฝึกเขามาตั้งแต่ชั้นประถม  ให้ข้ามถนนแค่สองเลนในซอยบ้าน  ซึ่งพอฝึกให้ข้ามเราก็จะรู้ว่า  เราคงเห็นภาพที่น่ากลัวในสักวัน   พอเราไปปรึกษาหมอ หมอบอกว่า   ถ้าสิ่งใดที่เขาทำไม่ได้เขาก็ทำไม่ได้   แต่เราก็ไม่ยอมแพ้พยายามฝึกมาตลอดแต่สุดท้าย  เราก็ต้องยอมรับความจริงว่า  หมีน้อยข้ามถนนไม่ได้  ที่ผ่านมาเวลาไปเรียนเขาก็จะข้ามถนนพร้อมเพื่อนๆ   หรือไม่เขาจะคอยสังเกตว่ามีคนข้ามถนนหรือไม่   ถ้ามีเขาก็จะรีบไปเดินข้างๆเพื่อข้ามถนนไปพร้อมๆกับคนอื่น   หรือถ้ามีสะพานลอยหมีน้อยก็จะใช้สะพานลอยข้าม

      นอกจากเรื่องที่กล่าวมา   ก็คือการเปลี่ยนสภาพแวดล้อม  ต้องเจอคนใหม่ๆ  อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย  หมีน้อยก็จะเกิดความเครียดกังวล  ตอนที่หมีน้อยสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย   หมีน้อยเขามีผื่นขึ้นตามแขน ขา  แม่หมีเลยพาไปหาหมอผิวหนัง  ปรากฎว่า  หมอบอกว่า  เป็นผื่นที่เกิดจากความเครียดและถามต่อว่า  "น้องมีอะไรใหม่ๆที่เข้ามาในชีวิตต้องปรับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่หรือเปล่าครับ"   แม่หมีนึกเท่าไหร่ก็ไม่ออกแต่พอหมอถามย้ำจึงตอบไปว่า  "น้องเพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้  เพิ่งไปเข้าเรียนค่ะ   เกี่ยวกันมั๊ยคะกับอาการที่น้องเป็น"  ตอนนั้นหนังเรื่อง"ฟรีแลนซ์...  ห้ามป่วย ห้ามพักห้ามรักหมอ"   ยังไม่เข้าฉายเลยค่ะ   เล่นเอาแม่หมีงงมากไม่เคยรู้จักอาการนี้มาก่อน  แต่คุณหมอน่ารักมากนอกจากจะให้ยามาทาผื่นแพ้แล้ว  คุณหมอยังกรุณาอธิบายและพูดให้หมีน้อยสบายใจราวกับเป็นจิตแพทย์เลยค่ะ  ตอนนี้หมีน้อยก็กำลังปรับเปลี่ยนชีวิตใหม่ค่ะ   จากนักเรียน  นักศึกษามาเป็นคนทำงาน   ตอนนี้ก็เริ่มสังเกตอยู่ว่า  จะเป็นผื่นอีกหรือเปล่า  วันก่อนเห็นผื่นอยู่แต่เขาบอกน่าจะเป็นยุงกัด  คงต้องรอดูอาการไปก่อน

       พอเรียนจบก็ต้องทำงาน  หมีน้อยต้องเดินทางออกนอกเส้นทางเดิมๆคือไปมหาวิทยาลัยแต่เปลี่ยนมาเป็นไปสมัครงาน  ก็แม่หมีอีกนั่นแหล่ะค่ะที่ต้องพาหมีน้อยไปเขียนใบสมัครงาน   พาไปสัมภาษณ์  เพราะเป็นเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยเมื่อหมีน้อยมีข้อจำกัดแบบนี้   แม่หมีนี่ล่ะค่ะที่ต้องพาไป  มีอยู่สัปดาห์หนึ่งเริ่มไปเขียนใบสมัครตั้งแต่วันจันทร์  เรียกว่าเป็นเทศกาลโปรยใบสมัครค่ะ  บางที่ก็เรียกสัมภาษณ์  จันทร์ถึงศุกร์ออกมันทุกวัน  สุดท้ายเย็นวันศุกร์ต้องเข้าแอดมิทที่โรงพยาบาล  แบบไปห้องฉุกเฉินเลยค่ะ  คงเป็นเพราะทั้งเครียด  ทั้งเหนื่อยสะสม  เล่นเอาน๊อคต้องนอนโรงพยาบาลให้น้ำเกลือไปหลายวันเลยค่ะ 

       ตอนนี้หมีน้อยก็ได้ทำงานแล้วค่ะ  งานนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นภรรยาคุณ SW19 แนะนำให้ค่ะ  ต้องขอบคุณในความกรุณามา ณ ที่นี้ด้วย ( ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาพูด  นอกจากคำว่าขอบคุณมากๆ)  ส่วนงานอื่นๆที่เราไปสมัครไปสัมภาษณ์บางทีเขาก็เรียกเราไปคุยแบบอยากได้จังเลย   แต่สุดท้ายก็แห้ว   หมีน้อยบอกตอนสัมภาษณ์ดูเขาอยากได้เราจังหมีน้อยก็รู้สึกฟูสิคะ   แต่สุดท้ายหมีน้อยก็แฟ่บเหี่ยวเฉา   ความจริงเรามีบัตรคนพิการด้วยซ้ำ   สถานประกอบการที่มีพนักงานมากๆ  ต้องรับคนพิการเข้าทำงาน   บางบริษัทก็ไม่มีคนพิการก็ต้องหาคนพิการเข้าทำงาน  แล้วหมีน้อยไม่ใช่ทำงานไม่ได้  เขาทำงานได้ดีและคะแนนที่จบมาถ้าไม่พลาดตอนปีหนึ่ง    เขาได้ D ในวิชาคำนวน  ไม่เช่นนั้นหมีน้อยก็คงได้เกียรตินิยมไปแล้วค่ะ   เขาทำงานได้และมีความรับผิดชอบในงานมากๆ   เรื่องคนพิการนี่เราก็ไม่ได้อยากให้เรียกบุคคลออทิสติกว่าเป็นคนพิการนะคะ   แต่ระบบมันบังคับว่า  เด็กที่มารักษาถ้าเป็นออทิสติกจะต้องขึ้นทะเบียนคนพิการ  เราก็เลยต้องทำตามระบบ  บางบริษัทที่เขาเรียกเราไปคุย  เขาบอกเราเป็น "มนุษย์ทองคำ" ที่เขาตามหาค่ะ   คือมีบัตรคนพิการ  ทำงานได้  เขาไม่ต้องทำทางลาด  ไม่ต้องทำห้องน้ำคนพิการ  ไม่ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ  และหมีน้อยก็เรียนรู้และทำงานได้   แต่สรุปเขาไม่เอาเรา    เพราะหมีน้อยเก่งเกินกว่าความต้องการของเขา  แบบนี้ก็มีด้วย

      ใครเป็นแฟนคลับตามอ่านกันมาตลอดต้องผ่านตา  กับประโยคเด็ดที่หมีน้อยเขาถามหมอที่รักษาเขา  เมื่อหมอถามหมีน้อยว่า  " มีคำถามอะไรจะถามหมอก่อนจะออกจากห้องตรวจมั๊ยครับ"  หมีน้อยไม่ถามแต่พูดว่า  "ผมยังไม่รู้เลยว่า  ถ้าผมเรียนจบผมจะเป็นสิ่งที่ผมควรจะเป็นดี หรือจะเป็นในสิ่งที่ผมอยากจะเป็นดี"  และเมื่อหมอถามกลับว่าสิ่งที่ควรเป็นคืออะไรและสิ่งที่อยากจะเป็นคืออะไร 

           หมีน้อยเขาตอบว่า  "สิ่งที่ควรจะเป็นคือทำงานเกี่ยวกับสาขา Information System ตามที่ผมเรียนมา  หรือสิ่งอยากจะเป็นคือทำงานเป็น  Graphic  Designer ดี " 

     ตอนนี้เขาเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว  และตอนนี้เขาก็หาเวลาว่างไปลงเรียนGraphic  Design เพื่อหาความรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่เขาอยากจะเป็นแล้วค่ะ   ไหนๆเอาใจช่วยหมีน้อยมาตลอดก็ส่งใจมาช่วยหนุ่มน้อยคนนี้อีกครั้งให้ได้ทำในสิ่งที่เขาอยากทำ

     หมีน้อยจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร  ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560  นี้ล่ะค่ะ  แต่ต้องไปรับที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญญบุรี  คลอง 6  ปทุมธานีแน่ะค่ะ  ไกลมาก   แต่วันที่ 12 พฤศจิกายน  จะมีซ้อมใหญ่ทีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (ชื่อเดิมวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ)  อยู่ตรงถ.นางลิ้นจี่  ถ้ามาทางด้าน ถนนนราธิวาศราชนครินทร์ก็ได้ค่ะ   สะดวกมากๆอยู่ใกล้ถนนสีลม  ถนนสาทร  นั่งรถไฟฟ้าBTS แล้วลงสถานีช่องนนทรี  ต่อรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ หรือบีอาร์ที (BRT) แล้วลงสถานีเทคนิคกรุงเทพ   เดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยได้เลยค่ะ   ขอบคุณเพื่อนๆชาวบล็อกและผู้ที่ติดตามอ่านเรื่องราวของหมีน้อยมาตั้งแต่ยังเรียนมัธยมต้น  หลายคนส่งกำลังใจและให้ความรักครอบครัวเรามาตลอด   จนตอนนี้หมีน้อยเรียนจบมหาวิทยาลัย   ขอบคุณมากๆที่เป็นแรงใจในวันที่แม่หมีและหมีน้อยต้องการกำลังใจ  ทุกคอมเม้นท์ ทุกจำนวนผู้อ่านล้วนแสดงให้ครอบครัวหมีปลาบปลื้ม   ขอบคุณจากหัวใจค่ะ

       ส่งข่าวโดย
                แม่หมี (แม่ของเจ้าหมีน้อยเค้า)

 

โดย แม่หมี

 

กลับไปที่ www.oknation.net