วันที่ ศุกร์ กันยายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จิตใจสว่าง เบิกบานในธรรม (2)


 

                   

พระผู้มีพระภาคตรัสแสดงธรรมแแก่ภิกษุทั้งหลายว่า

 ไม่ทรงเห็นรูปอย่างอื่นแม้รูปหนึ่ง ที่ครอบงำจิตของบุรุษได้เหมือนรูปของสตรีเลย

 แล้วทรงแสดงทีละข้อถึงเสียง รส กลิ่น โผฏฐัพพะของสตรีที่ครอบงำจิตของบุรุษได้

อย่างไม่มีเสียง รส กลิ่น โผฏฐัพพะอื่นเสมอเหมือน

 ในทำนองเดียวกัน ทรงแสดงถึงรูป เสียง รส กลิ่น โผฏฐัพพะของบุรุษที่ครอบงำจิตของสตรีได้

อย่างไม่มีเสียง รส กลิ่น โผฏฐัพพะอื่นเสมอเหมือน

 

 

อ่านรายละเอียดในพระไตรปิฎก เล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 12

อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต

 เอกนิบาต 1.เอกธัมมาทิปาลี

http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=20&A=0&Z=41

 

 

                           

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ตถาคตพูดอย่างใด ทำได้อย่างนั้น

 ทำได้อย่างใด ก็พูดได้อย่างนั้น เพราะเหตุที่พูดได้ตามที่ทำ

 ทำได้ตามที่พูด ฉะนั้นจึงเรียกว่า*ตถาคต"

 

 

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗

 ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต

 ๑๓. โลกสูตร

http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php…

 

 

                        

ทรงตรัสแสดงการได้ความเป็นมนุษย์เป็นของยาก

 เปรียบเหมือนการทำเต่าตาบอด ซึ่งล่วงร้อยปีๆ มันจะโผล่ขึ้นคราวหนึ่งๆ

 สอดคอเข้าไปทางช่องแอก ที่บุรุษยืนอยู่ที่ขอบปากจักรวาลด้านทิศตะวันออกโยนใส่เข้าไป....

 

 

อ่านรายละเอียดในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑

 สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค 

 ฉิคคฬสูตรที่ ๒

 ว่าด้วยการได้ความเป็นมนุษย์ยาก 

http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php

 

 

                          

ตรัสว่าทรงเจริญเมตตาจิต 7 ปี ไม่ต้องเสด็จมาโลกนี้ถึง 7 สังวัฏฏวิวัฏฏกัปป์(กัปป์เสื่อมกัปป์เจริญ 7 สมัย)

ในสังวัฏฏโลก(โลกเสื่อม) ทรงเกิดในอาภัสสรพรหม

 ในวิวัฏฏโลก(โลกเจริญ) ทรงเกิดในพรหมวิมานอันว่าง เป็นท้าวมหาพรหม

 ทรงเคยเกิดเป็นท้าวสักกะ 36 ครั้ง

 เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้ตั้งอยู่ในธรรมหลายร้อยครั้ง

 

 ดังกล่าวไว้ใน ปุญญวิปากสูตร ว่า

 "ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราเจริญเมตตาจิตมาแล้ว ๗ ปี ไม่ต้องกลับมาสู่โลกนี้ ตลอด ๗ สังวัฏฏวิวัฏฏกัปป์

 เมื่อโลกถึงความพินาศเราเข้าถึงพรหมโลกชั้นอาภัสสระ

 เมื่อโลกยังไม่ถึงความพินาศ เราเข้าถึงวิมานอันว่างเปล่า

 ในกาลนั้น เราเป็นท้าวมหาพรหมผู้มีอำนาจเต็ม ๗ ครั้ง

 เป็นท้าวสักกะจอมเทพเสวยสมบัติในเทวโลก ๓๖ ครั้ง

 เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้เป็นใหญ่ในหมู่ชนชาวชมพูทวีป

 เป็นกษัตริย์ได้รับมุรธาภิเศก แล้วเป็นใหญ่ในหมู่มนุษย์ปกครองปฐพีมณฑลนี้ โดยไม่ต้องใช้อาชญา

ไม่ต้องใช้ศาตรา สั่งสอนคนในปฐพีมณฑลนั้นโดยธรรมสม่ำเสมอ ไม่ผลุนผลัน

 ครั้นได้เสวยราชในปฐพีมณฑลนี้โดยธรรมแล้ว ได้เกิดในตระกูลมั่งคั่ง

 มีทรัพย์สมบัติมากมาย ทั้งบริบูรณ์พร้อมด้วยรัตนะ ๗ ประการ อันอำนวยความประสงค์ให้ทุกอย่าง

ฐานะดังที่กล่าวมานี้พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้สงเคราะห์ประชาชาวโลกทรงแสดงไว้ดีแล้ว

 เหตุที่ท่านเรียกว่าเป็นเจ้าแผ่นดิน เพราะความเป็นใหญ่

เราเป็นพระราชาผู้เรืองเดช มีอุปกรณ์เครื่องให้ปลื้มใจมากมาย

 มีฤทธิ์ มียศ เป็นใหญ่ ในหมู่ชนชาวชมพูทวีป

ใครบ้างได้ฟังแล้วจะไม่เลื่อมใสแม้จะเป็นคนมีชาติต่ำ

เพราะฉะนั้นแหละ  ผู้มุ่งประโยชน์ จำนงหวังความเป็นใหญ่

ระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พึงเคารพสัทธรรม ฯ"

 

 

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕

 อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต

 ปุญญวิปากสูตร

 http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php

 

************************************

 

โดย someone_in_somewhere

 

กลับไปที่ www.oknation.net