วันที่ เสาร์ กันยายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิทานเรื่อง แก้วสารพัดนึก ตอน เมขลาอวตาร ๖


..นิทานเรื่อง "แก้วสารพัดนึก"..
    (เมขลาอวตาร ตอนที่ ๖)
            (คนตัดฟืน)

**ชาติที่ห้า ฟ้าใหม่ ที่ไปเกิด
ฟังกันเถิด เรื่องราว สาวใจหิน
เมขลา น้องน้อย พลอยยุพิน
ยังมิสิ้น บ่วงกรรม ที่ทำมา

**เป็นเทวา ทอดกาย เฝ้าสายน้ำ
เทพารักษ์ อุปถัมภ์ จำพรรษา
แก่กล้าญาณ สมาบัติ วิปัสสนา
คอยมองหา คนซื่อ ถือผลบุญ

**มอบโอกาส คนดี มีศีลสัตย์
อัตคัด ยากจน พ้นบาปหนุน
บันดาลทรัพย์ เงินทอง เป็นกองทุน
เพื่อเจือจุน ชีวิต ประสิทธิ์พร

**กำลังนั่ง จำเริญ เพลินตบะ
เสียงผัวะผะ โป๊กป๊าก จากสิงขร
ใครกันหนอ ดึกดื่น ไยตื่นนอน
สับหัวขวาน หรือค้อน สะท้อนพลัน

**กระพริบตา ปริบปริบ หยิบแว่นส่อง
เพ่งแลมอง ผลุบโผล่ พิโธ่..ถลัน
ชายตัดฟืน ยืนเหวี่ยง เอียงตัวฟัน
หวังให้ไม้ ขาดสะบั้น บั่นลำโคน

**มือขยับ จับแน่น ที่แก่นด้าม
กายกรรม เล่นท่า หน้าเป็นโขน
แกว่งสะเอว เร็วรับ กับขวานโยน
ยังไม่โค่น สักที หมดลีลา

**เต้นทำนอง แทงโก้ โชว์สะบัด
ชะชะช่า แสดงชัด ซัดถลา
ร่ายบรรเลง บีกิน ผินกายา
กัวละช่า สนุกจริง ยิ่งเร่งฟัน

**ทำไมชาย คนนี้ ขยันนัก
อยากรู้จัก บ้านช่อง ห้องเรือนฝัน
ยังมืดค่ำ ดำฟ้า มาโรมรัน
เข้าห้ำหั่น ไม้ใหญ่ กลางไพรพง

**ประเดี๋ยวเดียว เหลียวแว๊บ แฉลบร่าง
ขวานหลุดมือ ลอยคว้าง ครางเสียงหลง
ตกลงสู่ แม่น้ำ ทำหน้างง
แรงขว้างส่ง ไปไกล ในนที

**กระโดดวูบ ทันใด ใช้ท่ากบ
ว่ายผีเสื้อ จนครบ บรรจบหนี
ฟรีสไตล์ ร้อยเมตร เจ็ดวารี
แล้วดำรี่ ค้นหา เป็นบ้าบอ

**เฝ้าดำผุด ดำว่าย อยู่หลายท่า
ไม่พบขวาน เลยหนา หน้าหงิกหงอ
น้ำช่างเย็น ยิ่งนัก สำลักคอ
หนาวจนห่อ ตัวสั่น พลันตะกาย

**ปีนตลิ่ง ขึ้นฝั่ง นั่งครวญคร่ำ
แสนระกำ ด้วยขวาน พาลสูญหาย
สะอึกสะอื้น ตาค้าง ครางฟูมฟาย
เพราะเสียดาย ของหวง ที่ล่วงลับ

**เทวดา อดรน ทนมิได้
แปลงตนไป ทันที ที่สดับ
เป็นชายหนุ่ม ขาวพร่าง ร่างมันวับ
โดดน้ำควับ หาขวาน เพื่ออ่านใจ

**ผุดขึ้นมา ครั้งแรก แบกขวานทอง
ประกายส่อง พรายพริ้ม ยิ้มหน้าใส
ขวานของเจ้า หรือเปล่า มาเอาไป
ยินเสียงว่า ไม่ใช่ พึงได้การ

**ครั้งที่สอง ขวานเงิน เชิญมารับ
ชายคนนั้น จ้องจับ กับคำขาน
มิใช่หรอก บอกมา พาชื่นบาน
ได้พบพาน คนซื่อ ถือว่าดี

**ครั้งสุดท้าย ได้แน่ แค่ขวานเหล็ก
ปลายก็เล็ก แถมบิ่น สิ้นศักดิ์ศรี
พอได้เห็น ยิ้มแป้น แสนยินดี
โถอันนี้ แหละท่าน ฉันขอบใจ

**ด้วยความซื่อ ถือสัตย์ บรรทัดฐาน
เทวดา ประทาน ขวานคืนให้
พร้อมขวานเงิน ขวานทอง เป็นยองใย
จงรับไป เถิดหนา อย่าช้าเลย

**ชายตัดฟืน สดใส ดีใจมาก
ก้มหัวกราบ ก่อนจาก ปากย้ำเผย
พ้นความจน เสียที ที่คุ้นเคย
คงได้เชย ชื่นสุข ทุกทิวา

**กลับมาเล่า เรื่องราว คราวได้ลาภ
ให้เพื่อนบ้าน รับทราบ กราบโหยหา
จนได้ยิน ไปถึง ซึ่งเทวา
อารักขา แม่น้ำ ลึกล้ำกาย

**จึงได้ขวาน เงินทอง ของค่ามาก
ประทานจาก เทวัน พลันเศร้าหาย
ทั้งชาตินี้ กินอยู่ ดูสบาย
จิตรผ่อนคลาย เสพย์สุข ทุกวันคืน

**ฝ่ายตามี โฉดเขลา เอาแต่โลภ
ใจละโมบ เหลือหลาย ไม่อาจฝืน
กระโดดผลุง มุ่งป่า มาตัดฟืน
แกล้งไปยืน เลียบฝั่ง ข้างคงคา

**ยงโย่ฟัน หันขวาน ขนานกาย
มุ่งมองหมาย เล็งแล ชะแง้หา
ซัมเมอร์ซอล สามชั้น มั่นอุรา
ตีลังกา ปล่อยขวาน ผ่านลงคลอง

**แล้วนั่งบีบ น้ำตา ทำหน้าเศร้า
ชำเลืองเงา เทวา มาสนอง
มิช้านาน อารมณ์ สมใจปอง
เห็นชายหนุ่ม ยืนมอง จ้องดูตน

**ไม่พูดพล่าม ทำเพลง บรรเลงท่า
ดำลงน้ำ แล้วคว้า พาเห็นผล
ชูขวานทอง เหลืองอร่าม เมื่อยามยล
ขึ้นมาพ้น ชายฝั่ง ย่างเข้ามา

**ถามว่าขวาน อันนี้ ที่ตกน้ำ
เจ้านั้นจำ ลวดลาย ได้ไหมหนา
ใช่หรือไม่ จงเผย เอ่ยสักครา
ตอบเทวา ทันใด ว่าใช่ครับ

**เทวดา ได้ฟัง ยังคำบอก
เจ้านี้ชั่ง กลิ้งกลอก เกินจะรับ
ขาดความซื่อ สัตย์ไซร้ ใจสดับ
จึงหายวับ พร้อมขวาน พาลหนีไป

**ตามียืน ตาค้าง อย่างเกรี้ยวโกรธ
เนื่องจากโทษ ละโมบ โลภไฉน
เสียขวานตน หม่นหมอง ต้องช้ำใจ
เทวดา อะไร ไร้ปรานี

**เรื่องมาครบ จบลง ตรงความซื่อ
หากยึดถือ เอาไว้ ไม่หน่ายหนี
ย่อมเป็นคุณ หนุนนำ ทำความดี
เสริมชีวี สุขสันต์ ทุกวันเทอญ

**ภพต่อไป เมขลา จะมาเล่า
โปรดคอยเฝ้า ให้ดี มิต้องเขิน
กลอนไม่หวาน อ่านสบาย ใจเพลิดเพลิน
ชวนครับเชิญ พักสมอง ต้องติดตาม.

..........*-*..........

เริงอักษร
๙ กันยายน ๒๕๖๐

อ่านย้อนหลังได้ที่
http://www.khonphutorn.com/index.php/topic,10835.0.html

โดย น้องจ๋า

 

กลับไปที่ www.oknation.net