วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความเห็น 6 ประการ ต่อยุทธศาสตร์ชาติ


Inline image 1

ภายหลังรัฐบาลประกาศยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน คือ 1) ความมั่นคง 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ, ผมมีความเห็นเบื้องต้น ต่อยุทธศาสตร์ชาติดังนี้

1) เยอรมนีหลังยุคสงครามโลก ก็ปฏิรูปประเทศจากซากปรักหักพัง จึงตั้งธงยุทธศาสตร์ชาติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ประเทศเดินแนวทาง Social Democracy และเป็นประเทศ "รัฐสวัสดิการ" (Welfare State) เพื่อแก้ประชานิยมแบบฮิตเลอร์ และแม้จะมีพรรคการเมืองเสรีหลายพรรคหลายอุดมการณ์ในระบบรัฐสภา ก็มีแนวทาง Social Democracy เป็นพื้นฐาน 

2) ดังนั้น ในยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ควรเน้นการแก้ปัญหาทางโครงสร้าง และการหารายได้เพื่อจัดรัฐสวัสดิการโดยการเก็บ "ภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้า" (กระทรวงการคลัง โดยคุณสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงมีความรู้เรื่องนี้ดี หรืออาจเรียนเชิญอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองในประเทศไทยทุกคนสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจนี้) ตามแนวทาง Social Democracy ในยุโรปทั้งหลาย ซึ่งเป็นภาษีทางตรงและลดความเหลื่อมล้ำได้ ไม่ใช่การขึ้นภาษีทางอ้อมอย่าง Tax ซึ่งคนจนได้รับผลกระทบกว่าคนรวย
 
3) นอกจากนี้ ความหวังในยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างความสามารถในการแข่งขัน  คือปัญหาการผูกขาดของกลุ่มทุนใหญ่ในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น CP และหรือเสี่ยเจริญฯ ทางออกที่สำคัญคือการบังคับใช้พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าฯ อย่างเต็มที่ และออกมาตรการที่จะป้องกันและไม่อนุญาตให้เอกชนกลุ่มใด ถือครองตลาดในด้านนั้นๆ เกิน 1 ใน 3 หรือ 33% เพื่อป้องกันการผูกขาดทางการค้า

4) ควรมีการเปิดเสรีสุราและเบียร์ในประเทศไทย เหมือนเช่นที่ญี่ปุ่น และเวียดนาม เกษตรกรไทยจะได้ไม่ตกเป็นทาสเหล้าขาวที่ทำจากกากน้ำตาล ส่งเสริมชุมชนการทำเหล้าสาโท เบียร์คราฟท์ และเหล้ากลั่นคุณภาพปลอดสารเคมี ส่งขายต่างประเทศได้สบาย เพราะเหล้าสาโทไทยไม่แพ้เหล้าเหมาไถของจีน หรือสาเกของญี่ปุ่น ในอดีตตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเคยมีการส่งเหล้าสาโทไปขายถึงญี่ปุ่นจำนวนมากเพราะว่ากันปากต่อปากว่ามีรสชาติดีกว่าสาเกเสียอีก ในเวียดนามหรือในญี่ปุ่นเอง มีเหล้ายา-สุราท้องถิ่นของชาวบ้านจำนวนมาก แต่ละเมืองมีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกสรรมากมาย ที่ชาวนาผลิตจากข้าวจากนาของตนเอง ซึ่งเป็นการลดรายจ่ายและเพิ่มมูลค่าให้ชาวนาโดยตรง
 
5) ในยุทธศาสตร์ที่ 3 การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ ควรพัฒนาการศึกษา โดยเน้น "Civic Education" เมื่อเราพัฒนา Civic Education พลเมืองไทยจะไม่ตกเป็นทาสความคิดใครอย่างแน่นอน และเป็นอิสระในการเลือกผู้แทนทางอุดมการณ์ของตัวเอง
 
6) ยุทธศาสตร์ที่ 6  การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ทางออกของประเทศไทยในเวลานี้คือ การกระจายอำนาจ ให้ประชาชนได้เรียนรู้การจัดการตัวเอง และผลประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับ การยุบราชการส่วนภูมิภาคเป็นเหตุจำเป็น และให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ขึ้นต่อกับนายกฯ หรือรัฐมนตรีมหาดไทย โดยตรง และโอนตำรวจไปเป็นตำรวจจังหวัด (เหมือนอเมริกา) สตช.อาจไปอยู่กับกระทรวงมหาดไทย แต่ต้องแยกอำนาจสอบสวน (พนักงานสอบสวน) เป็นหน่วยงานอิสระหรือไปขึ้นตรงกับกระทรวงยุติธรรม ตามบทบาทหน้าที่ 

6 ตุลาคม 2560
เมธา มาสขาว
สถาบันสังคมประชาธิปไตย (Social Democracy Think Tank)

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ 
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha/2016/07/31/entry-1

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net