วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันปิยมหาราชกับแสตมป์ทองแสนงาม และ ๑๐๐ ปีเสด็จประพาสยุโรป - ประวัติ


 

คลิก ที่ภาพ จะเห็นภาพสีที่ใหญ่ขึ้นค่ะ

 

๑๕๐ ปี พระพุทธเจ้าหลวง

 

 พระบรมสาทิสลักษณ์

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในฉลองพระองค์ทรงพระเครื่องต้นพระมหาพิชัยมงกุฎ

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พิมพ์ลิโธกราฟี่ ดุนนูนเคลือบวานิช

นอกกรอบพระบรมสาทิสลักษณ์

ลวดลายกุหลาบพิมพ์ทองคำแท้ดุนนูน

พื้นลายพิมพ์ฟอยล์สีชมพู

ออกแบบโดย

นายสวาสดิ์ พูลสวัสดิ์

พิมพ์ที่

บริษัทการ์ตอร์ ซีเคียวริตี้ พริ้นติ้ง ประเทศฝรั่งเศส

 วันแรกจำหน่าย

๒๐ กันยายน ๒๕๔๖

 

 

 ๑๐๐ ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เสด็จประพาสยุโรป ๒๔๔๐

 

 ออกแบบโดย

นายธเนศ พลไชยวงศ์

พิมพ์ที่

บริษัทไทยบริติช ซีเคียวริตี้ พริ้นติ้ง จำกัด

(มหาชน) ประเทศไทย

 

 

วันแรกจำหน่าย

๑ กรกฎาคม ๒๕๔๑

 

การเสด็จประพาสยุโรปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นการเสด็จพระราชดำเนินไปยังต่างประเทศในทวีปยุโรปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรสยาม

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสานสัมพันธไมตรีแก่ประเทศต่างๆในทวีปยุโรป เพื่อให้ประเทศที่พระองค์เสด็จประพาสเหล่านั้นมองเห็นว่าประเทศสยาม เป็นประเทศที่มีการพัฒนาตัวเองและไม่ได้ล้าหลังป่าเถื่อน

และเพื่อโอกาสในการร่วมกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงและส่งเสริมความเป็นเอกราชของประเทศสยาม แม้จะอยู่ในช่วงท่ามกลางยุคล่าอาณานิคมก็ตาม

ทั้งนี้ก็เพราะมีมูลเหตุมาจากกรณีสงครามระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในเหตุการณ์วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 หรือในปี พ.ศ. 2436 ที่ทำให้ไทยเสียดินแดนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่มีการเสียดินแดนให้แก่ต่างชาติเลยทีเดียว

ผลจากการเสด็จพระราชดำเนินดังกล่าวนั้น ทำให้พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรก ที่มาจากประเทศในทวีปเอเชีย ที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนทวีปยุโรปอย่างจริงจัง โดยทรงรู้จักแฝงแนวความคิดจิตวิทยาและการปฏิบัติตามธรรมเนียมยุโรปอีกด้วย

 สำหรับประเทศที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินจากทั้งสองครั้ง มีดังต่อไปนี้ 

 

การเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 1

การเสด็จประพาสแบบส่วนพระองค์ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นการแสดงให้บรรดาประเทศมหาอำนาจในยุโรปเห็นว่าสยามมิได้ล้าหลังและป่าเถื่อน

พระองค์พร้อมคณะได้เสด็จพระราชดำเนินประทับ เรือพระที่นั่งมหาจักรี ออกจาก ท่าราชวรดิษฐ์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2440 และในการนี้ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระอรรคราชเทวี เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์

โดยสมเด็จพระนางเจ้าได้ถูกเรียกขานพระนามในยุคนั้นว่า สมเด็จรีเจนท์ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งสำคัญในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งนี้คือการได้เข้าเฝ้า ฯ พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 พร้อมกับฉายพระรูป เพื่อส่งไปตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับในยุโรป

นอกจากนี้เพื่อเป็นการตอบแทนที่พระเจ้าซาร์ เมื่อครั้งยังดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมารได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสยามเมื่อ พ.ศ. 2433

โดยมีบรรดาพระราชโอรสที่เจริญพระชนมายุแล้วรวมถึง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ร่วมเดินทางไปด้วย

พระองค์พร้อมคณะได้เสด็จนิวัติพระนคร พร้อมกับพระราชทานพระราชดำรัสแก่ปวงชนชาวไทยเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2440 รวมเวลาที่เสด็จประพาสทั้งสิ้น 253 วัน

หลังจากนั้นพระองค์ได้สถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระอรรคราชเทวีขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ นับเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถพระองค์แรกของไทย

 

เสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 เป็นการเสด็จประพาสแบบส่วนพระองค์ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2450

เพื่อรักษาพระวรกายแบบสปาบำบัด ตามคำแนะนำของแพทย์ส่วนพระองค์ชาวต่างชาติที่เมือง บาเดน-บาเดน และ บาด-ฮอมบวร์กประเทศเยอรมนี

นอกจากนี้พระองค์ยังได้เสด็จประพาสยุโรปเพื่อทรงลงพระนามเป็นสัตยาบันในสนธิสัญญาฉบับ พ.ศ. 2450 กับ ฝรั่งเศส ที่ กรุงปารีส เมื่อ วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2450 เพื่อแลกเปลี่ยนดินแดน จันทบุรี และ ตราด กับ พระตะบอง,เสียมราฐ และ ศรีโสภณ

เพราะดินแดนที่ต้องเสียให้แก่ฝรั่งเศสไปนั้น เป็นดินแดนที่พระบาทสมเด็จพระศรีสวัสดิ์ กษัตริย์กัมพูชา ซึ่งทรงอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส ต้องการอยากจะได้มาขึ้นอยู่กับพระองค์

เนื่องจากเมืองดังกล่าวมีชาวเขมรอาศัยเป็นจำนวนมาก และเพื่อติดต่อโรงหล่อ ซุส แฟร์ เพื่อหล่อ พระบรมรูปทรงม้า

ต่อจากนั้นได้เสด็จประพาสอังกฤษ ในการเจรจาเรื่องการกู้เงินเพื่อก่อสร้างทางรถไฟจาก ประจวบคีรีขันธ์ ไปยังหัวเมืองมลายู

หลังจากนั้นได้เสด็จประพาสเพื่อเยี่ยมชมความเป็นอยู่ของชาวยุโรป และเพื่อทอดพระเนตรสถานที่สำคัญและศิลปวัฒนธรรม

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินออกจากพระนครพร้อมด้วยผู้ตามเสด็จ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2450 ที่ ท่าราชวรดิฐ

และเสด็จประพาสประเทศในยุโรปถึง 10 ประเทศใช้เวลานานถึง 7 เดือนรวมทั้งสิ้น 225 วัน ก่อนจะเสด็จนิวัติพระนครเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2450

ซึ่งตลอด 225 วันพระองค์ได้ทรงมี พระราชหัตถเลขา ถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี พระราชธิดา ซึ่งทรงทำหน้าที่เป็นราชเลขานุการิณีจำนวนทั้งสิ้น 43 ฉบับ

ซึ่งต่อมาได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำพระราชหัตถเลขาทั้งหมดไปตีพิมพ์โดยโปรดเกล้าให้ใช้ชื่อว่า ไกลบ้าน

 

ขอบคุณ วิกิพีเดีย

สิริสวัสดิ์จันทรวาร สิริมานรมณีย์นะคะ

โดย vinitvadee

 

กลับไปที่ www.oknation.net