วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ติช นัท ฮันห์ : มุนิกวีผู้สร้างสังฆะและศานติในเรือนใจ


-----------------------------------------------------------------

ติช นัท ฮันห์ : มุนิกวีผู้สร้างสังฆะและศานติในเรือนใจ

Thich Nhat Hanh (Thây)

เมื่อเธอมีความรักอย่างแท้จริง

เธอจะไม่แบ่งแยก ไม่กีดกัน

ฉันรักเธอ

ไม่ใช่เพราะเธอเป็นพุทธ

มุสลิม หรือเชื่อในพระเจ้า

แต่เพราะเธอไม่กีดกัน

และแบ่งแยกผู้อื่นออกไป

ถ้าเธอไม่มีวิธีการดูแลความรัก

ความรักจะเปลี่ยนเป็นความเกลียด

แต่ถ้าเรารู้จักวิธีเจริญสติ

ก็สามารถเปลี่ยนความเกลียด

ให้เป็นความรักได้เช่นกัน... 

แต่แท้จริงแล้ว

ไม่มีการรักและการถูกรัก

ติช นัท ฮันห์

จากหนังสือ เริ่มต้นใหม่

--------------------------

ชีวประวัติ

"ท่านติช นัท ฮันห์" กำเนิดในปี พ.ศ. 2469 ที่จังหวัดกวงสี ในตอนกลางของประเทศเวียดนาม ท่านมีชื่อเดิมว่า เหงียน ซวน เบ๋า ( Nguyen Xuan Bao) พ.ศ. 2485 อายุได้ 16 ปี ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรที่ วัดตื่อฮิ้ว

"ติช นัท ฮันห์" เป็นฉายา เมื่อท่านได้รับ การอุปสมบทแล้ว คำว่า "ติช" ในเวียดนามใช้เรียกพระ มีความหมายว่า เป็นผู้สืบทอด พุทธศาสนา ส่วน "นัท ฮันห์" เป็นนามทางธรรมของท่าน มีความหมายว่า "การกระทำเพียงหนึ่ง" (One Action) หมู่ศิษย์ในทางตะวันตก เรียกท่านว่า "Thay" (ไถ่) ซึ่งในภาษาเวียดนามมีความหมายว่า "ท่านอาจารย์"

              ในปี พ.ศ. 2485 เมื่ออายุได้ 16 ปี ท่านได้บรรพชา เป็นสามเณรที่วัดตื่อฮิ้ว (Tu Hieu) วิถีชีวิตในวัดเซนแห่งนี้ เป็นรากฐานอันสำคัญ ต่อชีวิตนักบวชของท่าน สามเณรต้องเรียนรู้ การมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันขณะ ในทุกการกระทำ อาจารย์ได้มอบหนังสือ เล่มเล็กๆ กำชับให้ศึกษาหนังสือนั้น จนกว่าจะเข้าใจ "การนำสารัตถะแห่งพระวินัย มาประยุกต์ ใช้ในชีวิตประจำวัน" เป็นตอนแรกของคู่มือเล่มเล็กนั้น กล่าวถึง อากัปกิริยาของ พระฝึกหัด จะต้องเกิดขึ้นพร้อมไปกับสัมมาสติ หรือการกำหนดรู้ในปัจจุบัน

              ในปี พ.ศ. 2492 ติช นัท ฮันห์ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่ออายุ 23 ท่านได้เดินทางไปไซ่ง่อน เพื่อช่วยฟื้นฟูพุทธศาสนา และเขียนบทความ ซึ่งถูกต่อต้าน อย่างมาก จากผู้นำองค์กรชาวพุทธและจากรัฐบาล ในปี พ.ศ. 2505 เมื่อท่านได้รับ การเสนอทุนจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เพื่อศึกษาศาสนาเปรียบเทียบ จึงเดินทางไปยัง ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้น 1 ปี ท่านได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย แต่ท่านตัดสินใจ เดินทางกลับเวียดนาม เพื่อกลับมาทำงานด้านความร่วมมือระหว่าง พุทธมหายาน และหินยานในประเทศ และตั้งรร.ยุวชนรับใช้สังคม เพื่อรักษาสังคม ที่เสียหายจากสงคราม สานต่อแนวคิด เรื่องพุทธศาสนาที่ผูกสัมพันธ์ กับสังคม และ พัฒนาวงการสงฆ์ด้วยการสอนและ เขียนในสถาบันพุทธศาสนาขั้นสูง เป็นการบ่งบอกถึง แนวคิด ของท่านว่า การกระทำและปัญญา ต้องก้าวไปด้วยกัน (action and wisdom must go together) และจัดตั้งคณะเทียบหินในปี 2509 

              ท่านตระหนักว่า ต้องมี การเปลี่ยนแปลง วิธีการการต่อสู้เพื่อสันติภาพ เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือ หยุดการสนับสนุนสงคราม และมุ่งเน้น สันติภาพ โดยปลุกจิตสำนึกต่อคนทั่วโลก จน มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ( Martin Luther King, Jr.) เสนอนาม ติช นัท ฮันห์ เพื่อรางวัลโนเบล เพื่อสันติภาพ   การทำงานเช่นนี้ ทำให้รัฐบาลเวียดนามใต้ ปฏิเสธการกลับประเทศของท่าน จนแม้ รวมประเทศแล้วก็ตาม ท่านจึงลี้ภัย อย่างเป็น ทางการ ในประเทศฝรั่งเศส โดยสอน ประวัติศาสตร์พุทธศาสนาเวียดนาม ที่มหาวิทยาลัย และสร้างอาศรมแห่งหนึ่ง นอกเมือง ปารีส เพื่อเขียนหนังสือ และปลูกพืชผักสมุนไพร ซึ่งท่านติดต่อลับๆ กับพระภิกษุที่ถูกจำคุก ในเวียดนาม เพราะไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ระหว่างนั้นท่านยังคงทำงาน เพื่อสันติภาพและผู้ลี้ภัย จากประสบการณ์ของท่านที่ได้พบเห็นชะตากรรม ของผู้ลี้ภัย ด้วยตนเอง จนสามารถ ช่วยเหลือผู้คนได้อีกมาก

              ในปี พ.ศ. 2525 เมื่อผู้มาปฏิบัติธรรมที่อาศรมของท่านทวีจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่านจึงเริ่มก่อตั้งชุมชนแห่งใหม่ ทางตะวันตกเฉียงใต้ ของฝรั่งเศส ให้ชื่อว่า หมู่บ้านพลัม        ( Plum Village ) ซึ่งถือเป็นบ้านของท่านจนทุกวันนี้ ในช่วงแรก หมู่บ้านพลัมเป็นแหล่งพักพิงของผู้ลี้ภัย ในช่วงการปรับตัว ก่อนเข้าสู่สังคมใหม่ในประเทศใหม่ ปัจจุบันหมู่บ้านพลัมได้ต้อนรับผู้คนมากมายในการปฏิบัติสมาธิภาวนา และได้เริ่มมีสมาชิก เป็นนักบวชตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 ในปี พ.ศ. 2549 มีสมาชิกนักบวชกว่าห้าร้อยคน มาจากยี่สิบกว่าประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่อยู่ที่หมู่บ้านพลัม ในฝรั่งเศส ที่ Green Mountain Dharma Center รัฐเวอร์มอนต์ และ Deer Park Monastery รัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา และที่วัด บัทหงา เมืองบ๋าวหลอบ และ วัดตื่อฮิ้ว เมืองเว้ ประเทศเวียดนาม

              ในปี พ.ศ. 2548 เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองของเวียดนามเข้าสู่ภาวะปกติ ติช นัท ฮันห์ ได้เดินทางกลับไปเยือนประเทศเวียดนาม บ้านเกิดของท่านอย่างเป็นทางการ หลังการจากมาเป็นเวลา 39 ปี และได้รับการต้อนรับจากประชาชนชาวเวียดนามอย่างอบอุ่น ปัจจุบันท่าน ติช นัท ฮันห์ ยังคงพำนักอยู่ที่ หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส และยังเดินทางไปนำการภาวนาในประเทศต่างๆ ท่านเป็นชาวเวียดนาม ที่เป็นพระมหาเถระ ในพุทธศาสนา และมีอุดมการณ์แห่งพระโพธิสัตว์อันเป็นพระที่เลื่อมใส แห่งสากลโลก เป็นอย่างยิ่ง

ท่านติช นัท ฮันห์ ได้จัดตั้ง "หมู่บ้านพลัม" (Plum Village) ขึ้น ณ ประเทศฝรั่งเศส อันเป็นชุมชนแบบอย่าง การปฏิบัติธรรมแห่งพุทธบริษัท 4 ที่เน้นการเจริญสติในชีวิต ประจำวันอย่างตระหนักรู้ในแต่ละลมหายใจเข้าออก และกลับ มาอยู่กับปัจจุบันขณะ ในชุมชนปฏิบัติธรรมแห่งหมู่บ้านพลัม มีทั้งสิ้น 12 แห่ง อยู่ใน ประเทศฝรั่งเศส อเมริกา เยอรมัน และเวียดนาม นอกจากนี้มีกลุ่ม ปฏิบัติธรรม ตามแนวทางของท่านติช นัท ฮันห์ (สังฆะ) กระจายอยู่หลายประเทศ ทั่วโลก เกือบหนึ่งพันกลุ่ม

ภายในสังฆะหมู่บ้านพลัมประกอบด้วยวัด 8 วัด ได้แก่

- Upper Hamlet, Lower Hamlet, New Hamlet, Lower Mountain Hamlet กระจายตัวอยู่ในหมู่บ้านชนบทใกล้เมือง Bordeaux ทางใต้ของ ประเทศฝรั่งเศส

- Clarity Hamlet, Solidity Hamlet ที่ Deer Park Monastery รัฐแคลิฟอร์เนีย

- Green Mountain Dharma Center, Maple Forest Monastery ที่รัฐเวอร์มอนต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ยังมีสังฆะอื่นๆ อยู่ในหลายประเทศทั่วโลก

  

ผลงานเขียน

ท่านติช นัท ฮันห์ เป็นผู้ประพันธ์หนังสือธรรมะชื่อดังระดับโลกหลายเล่ม ดังนี้

1.      ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ

2.      สันติภาพทุกย่างก้าว

3.      ปัจจุบันเป็นเวลาประเสริฐสุด

4.      ศานติในเรือนใจ

5.      เดิน วิถีแห่งสติ [Walking Meditation]

6.      ดวงตะวัน ดวงใจฉัน

7.      ทางกลับคือการเดินทางต่อ

8.      กุญแจเซน

9.      สายน้ำแห่งความกรุณา

10.  วิถีแห่งบัวบาน

11.  คือเมฆสีขาว ทางก้าวเก่าแก่ วรรณกรรมพุทธประวัติในทัศนะใหม่ เล่ม 1-2

     [Old Path White Clouds : Walking in the Footsteps of the Buddha]

12.  ด้วยปัญญาและความรัก

13.  เธอคือศานติ : ลำนำแห่งลมหายใจและรอยยิ้ม [Being Peace]

14.  ศาสตร์แห่งความเข้าใจ

15.  พุทธศาสนาในอนาคต

16.  อานาปนสติศาสตร์

17.  พระสูตรธรรมแปดประการสำหรับมหาบุรุษ  

18.  เพชรตัดทำลายมายา [The Diamond That Cuts Through Illusion]

19.  กุหลาบประดับดวงใจ

20.  ไผ่พระจันทร์

21.  ดอกบัวในทะเลเพลิง

22.  เสียงร้องของชาวเวียดนาม

23.  จุดยืนพระพุทธศาสนาท่ามกลางสงครามและการปฏิวัติ

24.  เมตตาภาวนา : คำสอนว่าด้วยรัก [Teaching on Love]

25.  เรียกฉันด้วยนามอันแท้จริง

26.  ปลูกรัก

27.  เริ่มต้นใหม่ 

ฯลฯ

****************

ในฐานะ สามี, ภรรยา, พ่อ, ลูก คนในครอบครัว

เราควรเรียนรู้วิธีการที่จะใช้วาจาแห่งความรัก

เพื่อทำความเข้าใจในความทุกข์ของอีกฝ่าย

เราไม่ควรทำให้อีกฝ่ายมีความทุกข์เพิ่มขึ้น

การมีเมตตาไม่ใช่ความตั้งใจที่จะรัก

แต่เป็นความสามารถที่จะทำให้อีกฝ่ายมีความสุข

ความรักที่แท้ต้องประคับประคองด้วยความเข้าใจ

หลายครั้งที่เราทำให้ความรักกลายเป็นกรงขัง

ทำให้อีกฝ่ายซึ่งเป็นผู้ที่เรารักไม่มีอากาศหายใจ

ติช นัท ฮันห์

มหาวิทยาลัยหอการค้า กรุงเทพฯ

29 พฤษภาคม 2550

-----------------------

เรียบเรียงจาก : 

" ติช นัท ฮันห์ : ว่าด้วยพหุนิยมทางศาสนา"

สารนิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

หมู่บ้านพลัม

http://www.plumvillage.org

http://www.thaiplumvillage.org

------------------------------------------------------------
Get this widget |Share |Track details

โอบกอดอารมณ์ด้วยความรักและเข้าใจ- ติช นัท ฮันห์

-------------------------------------------------

Blog ๑ ท่ามฤดูกาลในย่ามชีวิต /อ่าน- "ในรอยตา" 
http://www.oknation.net/blog/suphakara
--------------------------------------------------
Blog ๓ เพิงเพลงบ้านจันทร์ดาว / อ่าน- "เคียงคำคลอใจ"
http://www.oknation.net/blog/waraninsta

โดย พลายพัทลุง

 

กลับไปที่ www.oknation.net