วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐


ตอนเช้าวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ ผมเดินทางไปที่วัดดอนเมืองซึ่งเป็นวัดที่ไม่ไกลจากบ้านผมมากนัก ผมคิดว่าเราทุกคนซึ่งเป็นคนไทยคงทราบ ว่า ตอนเช้าตอน ๙ โมง เราไปที่วัดกันทำไม ผมตั้งใจจะไปวางดอกไม้จันทน์ ให้กับพระองค์ท่าน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผมเดินทางถึงที่วัดตอน ๙ โมงเช้า เสร็จตอนประมาณ ๑๒.๓๐ โดยประมาณ ระหว่างที่อยู่ในวัด บางครั้งบางครามานั่งนึกทบทวนว่า ความรู้สึกเราเป็นอย่างไร ใช่ ผมเศร้ามากแต่เป็นความเศร้าที่ไม่ได้แสดงว่ามากออกมาตรงนั้น แต่มันเป็นความเศร้าที่มันฝังลึกนะครับ (ผมจะบอกว่า มันเป็นความเศร้า แบบที่ว่าเมื่อมาพบกับสิ่งเร้าอะไรบางอย่าง เช่น ภาพ เสียง ประสบการณ์ คำพูด จะพาไปสู่การหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเศร้าโศกเสียใจ) ผมอยากจะใช้บันทึกนี้ขอบคุณ “จิตอาสาทุกท่านที่มาช่วยอำนวยความสะดวก ทั้งแจกน้ำ แจกยาหอม ช่วยคนเป็นลม เมื่อทุกท่านที่ได้ไปที่วัดดอนเมืองในวันนั้น ท่านได้รับการขอบคุณจากผมนะครับ” แม้ว่าจะใช้เวลาถึง ๓  ชั่วโมงครึ่ง แต่ผมก็คิดเสมอว่า กี่ชั่วโมงก็คงจะรอ เพราะว่า น่าจะเป็นแค่เพียงครั้งหนึ่งในชีวิตเราเท่านั้น (เชื่อไหมว่า ขณะที่ผมพิมพ์บันทึกนี้ น้ำตามันก็รื้นๆละครับ เมื่อนึกถึงความรู้สึกเมื่อมีพระองค์ท่านอยู่) เมื่อผมเสร็จจากการวางดอกไม้จันทน์ ก็เดินทางออกมาจากวัด คิดว่า ถ้าเดินออกมาสักเล็กน้อย ก็จะหามอเตอร์ไซค์เพื่อนั่งกลับบ้านผมได้ง่ายขึ้น ตามคาดผมก็โบก มอเตอร์ไซค์ คันหนึ่ง เห็นป้ายกระดาษ A4 เขียนไว้ จิตอาสารับส่งฟรีสำหรับผู้เดินทางมาวางดอกไม้จันทน์” ผมก็เข้าใจทันที ผมก็บอกว่า ไปส่งเถอะ เดี๋ยวผมจะจ่ายค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้างให้ครับ แต่เจ้าของมอเตอร์ไซค์ก็บอกว่าไม่เป็นไรครับพี่ ผมก็ได้แต่รับทราบ ระหว่างผมนั่งมอเตอร์ไซค์กลับมา ผมก็เปลี่ยนใจไม่กลับบ้าน บอกน้องวิน เขาไปว่าไปจอด ร้านสะดวกซื้อ หน้าหมู่บ้านของผมแทน พอถึง ร้านสะดวกซื้อผมก็บอกน้องรอเดี๋ยว ผมเข้าไปในร้านตรงไปที่ตู้แช่ หยิบน้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง กาแฟกระป๋อง มาอย่างละ 1 เดินไปจ่ายตังค์ ออกไปเจอน้องวิน ก็บอก “พี่ให้” จริงๆน้องวินเขาก็ตั้งใจไม่รับและให้เหตุผลว่าเขาพึ่งจะกินกาแฟมา  แต่ผมก็บอกว่าวันนี้ร้านสะดวกซื้อเขาปิดบ่ายสองนะเก็บไว้เถอะ แล้วถ้าน้องวินยังไม่กินตอนนี้ก็เอาไปเผื่อน้องวินคนอื่นๆ น้องวิน เขาก็ขอบคุณสั้นๆ “ขอบคุณครับพี่” แล้วเขาก็ขี่มอเตอร์ไซค์จากไป ผมเดินอีกเล็กน้อยก็ถึงบ้าน แม้ว่า ค่าเครื่องดื่มจากร้านสะดวกซื้อ จะแพงกว่าค่าวินปกติที่ผมเคยนั่ง แต่แปลกที่ผมรู้สึกดีที่ได้ให้น้องวินด้วยสิ่งเล็กๆน้อยๆ คงเป็นสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำให้เห็นเป็นตัวอย่างกระมัง “ให้โดยไม่คิดถึงประโยชน์ส่วนตัว ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แรงบันดาลใจจากพระองค์ท่านช่างมีพลังยิ่งใหญ่ แม้ว่าพระองค์ท่านจะไม่ได้ทรงอยู่กับเราในเชิงกายภาพแต่สิ่งที่ท่านทรงทำไว้สร้างแรงกระเพื่อมในเชิงการกระทำและสังคมไปตลอดกาล ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์ครับ”  ความรู้สึกที่คนไทย “ให้ แบ่งปัน และสามัคคี ให้อภัย” นั้น ช่างเป็นสิ่งที่น่าชมเชยอย่างยิ่ง อยากให้ ความต้องการที่จะทำดีให้แก่กัน อยู่ไปนานๆนะครับ ...สู่ช่วงหัวค่ำผมเฝ้าดูถ่ายทอดพิธี ตาก็มองมือถือ คอยอ่าน Feed ข่าวจาก Social Media ต่างๆ จนถึง ๔ ทุ่มก็สวดให้พระองค์ท่านพอสวดเสร็จก็ดูทีวีต่อ รู้สึกง่วงนอนแต่ก็ไม่ปิดทีวี เปิดทีวีค้างไว้ ตั้งแต่ สี่ทุ่มเป็นต้นไป หลับๆตื่นๆ ตอนตี ๒ ทีหนึ่ง ตอน ตี ๔ ทีหนึ่ง ดูมหรสพสมโภช ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง ของ สมเด็จพระปริมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ตื่นมาได้ดูทัน CU Band ร้องเพลง “รัก” เพลงในพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่าน แล้ว พิธีกร ทั้งสามท่านก็ออกมา คือ คุณสัญญา คุณสินจัย ขอโทษที่ผมไม่รู้จักคุณนะครับ แต่คุณก็แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ดีนะครับ ทั้งพิธีกรทั้งสามท่าน ออกมาแนะนำเพลงปิด และ เมื่อทำหน้าที่แนะนำเพลงสุดท้ายเรียบร้อย ทั้งสามท่านก็ลงนั่งพับเพียบแล้วหมอบกราบ ผมนี่ยกมือตามท่านทั้งสาม พลางน้ำตาก็ไหลออกมาอีกหนึ่งรอบ...ผมฟังเพลง “รักในดวงใจนิรันดร์” จบ ความเศร้าก็ยังรื้นในตา... ผมมองดูนาฬิกา ๕.๓๔ อาบน้ำออกมาทำงาน ระหว่างขับรถมา...มองบนฟ้า พระองค์ท่านคงอยู่บนนั้น น้ำในตาไหลมาอีกครั้ง...ผมท่องไว้ “ต้องทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุดและทำดีให้มากๆ”

๒๒.๐๐ น.ของวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ ถึง ๐๕.๓๔ ของวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๐

ข้าพระพุทธเจ้า ภก.ศรัณย์ จงศิริลักษณ์ ขอน้อมส่งเสด็จสู่วรรคาลัย

โดย กาแฟรสจืด

 

กลับไปที่ www.oknation.net