วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"วิษณุอนันตศายินปัทมนาภา” งามที่สุดในศิลปะเขมรโบราณ


.

          “นารายณ์บรรทมสินธุ์” หรือ “วิษณุอนันตศายินปัทมนาภะ (นาภา)” (พระนารายณ์ประทับอยู่บนขนดพญาอนันตนาคราช (Vishnu reclining on the serpent Shesha (Ananta Shesha) in Cosmic Ocean) ที่คนไทยรู้จักกันดี ก็น่าจะเป็นภาพสลักบนทับหลังอันโด่งดังของ "ปราสาทเขาพนมรุ้ง" ที่ตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟ ของเมือง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์
.
           “เทพปกรณัม” (Mythology) จากคติความเชื่อฮินดู ได้เล่าถึงเรื่องราวของ “วิษณุอนันตศายิน” (อำนาจที่ไม่มีที่สิ้นสุดแห่งพระวิษณุ) 2 แบบ โดยแบบแรก เป็นเรื่องราว“การบรรทมในระหว่างกัลป์ หรือการบรรทมหลับแบบธรรมดาในระหว่างที่สามโลกกำลังดำเนินไปตามกาลเวลา” รูปแบบนี้ไม่ปรากฏความนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
.
           และแบบที่สอง เป็นปกรณัมที่ได้รับความนิยมนำมาสร้างงานศิลปะเป็นเรื่องราวตอน “พระวิษณุให้กำเนิดโลกใหม่ ผ่านพระพรหมที่เกิดจากอำนาจของพระองค์” ซึ่งถูกกล่าวถึงในมหากาพย์ “มหาภารตะ” (The Mahabharata) ว่า

.

.

“.....โลกเมื่อถึงคราวสิ้นกัลป์ (หนึ่งกัลป์เท่ากับหนึ่งวันของพระพรหม) ทุกสรรพสิ่งถูกทำลายล้าง พื้นดินจมลงสู่ใต้มหาสมุทรพระผู้เป็นเจ้าที่ทรงพระนามว่า “พระวิษณุ” ผู้มีพันพระเนตรและพันพระบาท บรรทมอยู่ที่ท่ามกลางมหา “เกษียรสมุทร” มีพญานาคผู้มีพันเศียรรองรับองค์พระผู้เป็นเจ้า 
.
          ...เมื่อพระองค์ตื่นบรรทม และมองเห็นโลกที่ว่างเปล่า พระองค์ได้ตั้งสมาธิเพื่อการสร้างสรรค์สรรพสัตว์ขึ้นใหม่ ในขณะนั้น ได้เกิดดอกบัว (หมายถึงความบริสุทธิ์) ดอกหนึ่ง ผุดขึ้นจากพระนาภี (สะดือ) จากผลของสมาธินั้น แล้วพระพรหมผู้มีสี่พักตร์ก็ได้ปรากฏขึ้นบนดอกบัวนั้น.....”
.
            ภาพวิษณุอนันตศายินปัทมนาภา เป็นภาพมหามงคล ที่มีความหมายถึงการกำเนิดใหม่ของโลกและชีวิต เป็นการอวยพรให้สาธุชน ได้เห็นถึงวัฏจักรของจักรวาลที่มีการสูญสลายและเกิดขึ้นใหม่มาโดยตลอดครับ
.
           “....ภาพพระนารายณ์ในยามหลับใหลเหนือพญาอนันตนาคราช สื่อความหมายถึงจุดจบของทุกสรรพสิ่งที่เงียบสงัดและสิ้นสูญไปแล้ว ภาพพระพรหมบนดอกบัวที่ผุดออกมาจากสะดือแห่งพระวิษณุ หมายความถึงการเริ่มต้นใหม่อันบริสุทธิ์ของโลก คือการ “อวยพร” ให้มนุษย์ผู้ศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าบนสรวงสวรรค์ได้ตระหนักว่า ….ความเลวร้ายของชีวิตมันได้ผ่านไปแล้ว จงเริ่มต้นใหม่อย่างมีมงคลและสติเถิด”
.

.
.

           *** หลังยุคปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ภาพสลัก “วิษณุอนันตศายินปัทมนาภา” ในศิลปะเขมร เริ่มปรากฏอิทธิพลของศิลปะจีนที่ผ่านมาจากศิลปะจามเป็นครั้งแรก มีการเปลี่ยนแปลงแท่นบรรทมเป็นรูปของ “มังกร” (Dragon) แทรกเข้ามารองรับด้านล่างสุดของพญาอนันตนาคราช (Ananta Shesha) ครับ
.
            ซึ่งมังกรในศิลปะจีน นั้น คือเทวสัตว์ผู้เป็นเจ้าแห่งน้ำและมหาสมุทร สอดรับลงตัวกับความหมายของพญาอนันตนาคราชและเกษียรสมุทรแบบดั้งเดิมของคติอินเดียและเขมร
.
            ในช่วงหลังพุทธศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา รูปแบบศิลปะในการแกะสลักภาพของของพญาอนันตนาคราชเริ่มหายไปเกือบทั้งหมด คงเหลือเป็นรูปของพระวิษณุบรรทมอยู่เหนือรูปของมังกรทั้งตัว บางทีก็มีรูปพญานาคเล็ก ๆ ประกอบอยู่บริเวณหัวมังกรเพื่อยังคงรักษาความหมายเดิมตามคัมภีร์ปุราณะโบราณ แต่บางรูปสลักก็ทำเป็นรูปสัตว์ผสม ระหว่างมังกรกับสัตว์คล้ายราชสีห์ทั้งตัว หลุดออกจากคติดั้งเดิมไปเลยทีเดียวครับ
.
           ภาพประติมานวิษณุอนันตศายินปัทมนาภา บนทับหลังทิศตะวันออก ซุ้มประตูด้านหน้าของมมุขมณฑปปราสาทประธาน ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง จัดเป็นงานฝีมือที่มีความความละเอียดลออในการแกะสลัก ตามขนบแบบแผน “ช่างหลวงเมืองพระนคร” ช่วงศิลปะแบบปราสาทนครวัด ในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 17 
.
            พระวิษณุ 4 พระกร บรรทมตะแคงขวาบนแท่นบรรทมที่มีการนำรูป “มังกร” จากอิทธิพลชองศิลปะจีน มาผสมเข้ากับรูป “สิงห์” กลายเป็นแท่น “สิงห์มังกร” เข้ามารองรับแทน แต่วางรูปพญาอนันตนาคราชที่มีขนาดเล็กใกล้กับหัวของเทวสัตว์ไว้เป็นเชิงสัญลักษณ์ ที่พระเพลามีพระนางลักษมีนั่งปรนนิบัติค้ลายบีบนวดอยู่ 
.
            ด้านบนเป็นภาพของพระพรหม 4 พระกรประทับบนบัวคว่ำบัวหงายที่ผุดขึ้นจากพระนาภี มีภาพ “นกหัสดีลิงค์คาบช้าง” (นกยักษ์ในป่าหิมพานต์) หันหน้าออกด้านข้าง (ช้างสลับหัวขึ้นและลง) อยู่ทั้งสองฝั่งของภาพพระพรหม ท่ามกลาง “ดอกบัวปัทมะอันบริสุทธิ์” ที่ผุดขึ้นในมหาเกษียรสมุทรแวดล้อมอยู่โดยรอบ 
.

.
           ทั้งสองฝั่งของทับหลัง คั่นด้วยเส้นแบ่งสมมุติที่มีลายหน้ากาลคายพวงอุบะ เหนือหน้ากาลมีรูปครุฑยุดนาค ที่พวงอุบะมีนกแก้วคู่รักเกาะอยู่ ในท่ามกลางของลวดลายใบไม้ม้วนหรือก้านขด 4 วงอันสุดวิจิตร มุมด้านบนของทับหลังเป็นภาพของลิงแม่ลูกที่ด้านขวา ส่วนทับหลังฝั่งด้านซ้ายหายไป ซึ่งตามภาพเก่า รูปมุมบนด้านซ้ายจึงทำเป็นภาพของลิงแม่ลูกเช่นกันครับ ครับ
.
            และเมื่อสร้างภาพอนิเมชั่นขึ้นใหม่ จากลวดลายเทียบเคียงและเส้นโครงร่างรอยแตกกะเทาะของหินสลัก จนสมบูรณ์ ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ประธานแห่งปราสาทพนมรุ้งนี้ จึงเป็นงานศิลปะในปกรณัมแห่งการสร้างชีวิตใหม่ ที่นับว่า “งดงามที่สุด” ในบรรดาปกรณัมเรื่องเดียวกันของศิลปะเขมรโบราณทั้งหมด ครับ !!!
.

.

โดย ศุภศรุต

 

กลับไปที่ www.oknation.net