วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Turkey on my dreams


ตุรกี

ผมบอกเธอไปว่าจะไปเที่ยวตุรกีช่วงกลางเดือนตุลาคม

เสียงของเธอตอบมาว่า " สุเหร่าสีฟ้าต้องไปให้ได้นะคะ "

ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าสุเหร่าสีฟ้าเป็นยังไง แต่เธอนึกถึงสุเหร่าสีฟ้าก่อนอื่นเมื่อเอ่ยถึงตุรกี

สุเหร่าสีฟ้า ( Bule Mosque )

ส่วนผมนั้นเมื่อเอ่ยถึงตุรกี ผมจะนึกไปถึง จักรวรรดิออตโตมัน นึกไปถึงจักรวรรดิโรมันตะวันออก นึกถึงสงครามครูเสด แล้วนึกถึง ฮาเกีย โซเฟีย

ฮาเกีย โซเฟีย

ที่เธอเอ่ยถึงสุเหร่าสีฟ้าก่อน อาจจะเป็นความประทับใจที่ได้พบเห็นความสวยงามอ่อนหวานของสุเหร่า

ธอยังสำทับอีกครั้งว่า อย่าลืมหาหนังสือ " ตุรกี อียิปต์ อิหร่าน สามสายธารอารยธรรม " ของนักเขียนใหญ่ กฤษณา อโศกสิน มาอ่านด้วยนะ และเธอยังบอกอีกว่า หากอยากรู้เรื่องของชนกลุ่มน้อยในพม่าให้ลองหาหนังสือ " สิ้นแสงฉาน " มาอ่านซิ 

 

หนังสือที่เธอแนะนำให้หามาอ่าน

หลังจากวันนั้น ผมก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาค้นหาหนังสือทั้งสองเล่มจากหลายๆเวบไซด์ แต่หายากมากเพราะหนังสือได้พิมพ์ออกจำหน่ายมานานพอสมควร ในที่สุดผมก็ได้หนังสือมาครอบครองทั้งสองเล่มก่อนเดินทางราวๆหนึ่งเดือน

เธอเหมือนเป็นคลังข้อมูลหากผมอยากรู้อะไรเธอจะแนะนำได้เสมอ

ขอบคุณในน้ำมิตรอารีย์และความเอื้อเฟื้อของเธอ 

ประเทศตุรกีผมนึกย้อนกลับไปสมัยเรียนหนังสือ วิชาประวัติศาสตร์ยุโรปในยุคโรมันรุ่งเรือง ดินแดนอนาโตเลียเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมัน ผมนึกถึงเสาโอเบลิสต์ อ่างอาบน้ำ ที่โรมันสร้างไว้ นึกถึงสิ่งก่อสร้างต่างๆที่ยังคงหลงเหลือให้เราได้เรียนรู้ได้ศึกษา ถึงแม้ว่าสิ่งก่อสร้างเหล่านี้จะไม่ยิ่งใหญ่อลังการดั่งเช่นในกรุงโรม หรือในกรุงเอเธนส์ แต่ก็แสดงให้เห็นว่า ณ ดินแดนแห่งนี้เป็นดินแดนที่รู่งเรืองมีอารยธรรมเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก

ยังมีตุรกีเป็นดินแดนสองทวีป ตั้งอยู่ทั้งเอเซียและยุโรป อิสตันบูลนั้นเหล่า เป็นเมืองที่อาจหาญถ่างขาคร่อมสองทวีป  ในด้านภูมิศาสตร์ ตุรกีเป็นประเทศที่อยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สุดยอดของโลกประเทศหนึ่ง มีทะเลล้อมรอบหลายด้าน ภาคเหนือคือทะเลดำ ภาคตะวันตกคือทะเลอีเจียน และภาคใต้คือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  อีกทั้งในสมัยโบราณเป็นเส้นทางสายไหมที่เชื่อมโยงระหว่างเอเซียและประเทศแถบตะวันตก 

แผนที่ประเทศตุรกี 

วันเดินทางมาถึง เมื่อเรานัดเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ผมเจอกับผู้ร่วมทริปหน้าใหม่เกือบทั้งหมด  มีเพียงไม่กี่คนที่คุ้นหน้ากันเมื่อคราวไปเที่ยวเมดานเมื่อสามปีที่ผ่านมา  เวลาที่ยาวนานกว่าสามปีทำให้ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงของแต่ละคนชัดเจนมาก ส่วนพวกเธอเหล่านั้นก็คงจะคิดเช่นเดียวกัน

กรุ๊ปของผมก็ยังคงเป็นเพื่อนร่วมทริปที่เที่ยวด้วยกันมาเป็นเวลานาน ทั้งพี่ณัฏฐ์ พี่อ้อย พี่ธิดา กิต  เราไปเที่ยวด้วยกันปีละหลายครั้ง ทั้งไกลทั้งใกล้ ทั้งยังนัดทานข้าวด้วยกันบ่อยๆ

สายการบิน Turkish Airlines นำพวกเรามุ่งสู่ตุรกี หลับๆตื่นๆ ขยับแล้วขยับอีก เมื่อยแล้วเมื่อยอีก ถึงอิสตันบูลราวๆ ตีสี่ ใช้เวลาเดินทางราวๆ ๑๐ ชั่วโมง (เวลาของตุรกีช้ากว่าไทย ๔ ชั่วโมง) ขนกระเป๋าสัมภาระขึ้นรถบัสเดินทางกันเลยทีเดียว ไม่ต้องพักผ่อน

การท่องเที่ยวทริปนี้เราไปกับทัวร์ ผมไม่คุ้นชินกับการเดินทางไปกับทัวร์ ส่วนใหญ่เราจะไปเที่ยวกันเอง

โปรแกรมการเที่ยววันนี้ เราจะเดินทางไปเมืองทรอย เมืองทรอยเป็นที่คุ้นหูของคนทั่วโลก เป็นเมืองที่โด่งดังมาจากตำนานม้าไม้ เรานั่งรถมาได้สักสองชั่วโมงเศษ รถแวะพักให้เรารับประทานอาหารเช้า สถานที่แวะมีร้านขายของที่ระลึกหลายหลาก เสียเวลากับตรงนี้ไปพอสมควร เพราะนักท่องเที่ยวชาวไทยชอบหนักชอบหนากับการได้ซื้อได้เข้าไปรุมถามไถ่สินค้า เส้นทางที่รถวิ่งจะเห็นบ้านเมืองที่เป็นระเบียบ สร้างอยู่ตามเนินเขา การออกแบบดูเหมือนกับจะเป็นสถาปนิกคนเดียว  ทั้งเมืองอาคารเหมือนกันแทบทั้งหมด

บ้านเมืองของตุรกีจะออกแบบเหมือนกันเกือบทั้งหมด ปลูกอยู่อย่างมีระเบียบตามเชิงเขา

ของฝากของที่ระลึกนักท่องเที่ยวไทยจะไม่พลาดในการหยิบซื้อ

เมืองทรอยอยู่ใกล้เมืองท่าสำคัญคือเมือง ชานัคคาเล่ย์ ที่ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่าที่เชื่อมต่อกับทะเลอีเจียน ชานัคคาเล่ย์เป็นเมืองท่าที่สำคัญของประเทศ ตั้งอยู่ทั้งในส่วนของยุโรปและเอเซีย โดยมีช่องแคบดาดาร์เนลแบ่งดินแดนของเมืองนี้  เกือบๆเที่ยงเราถึงท่าเรือเฟอร์รี่เพื่อข้ามช่องแคบดาดาร์เนล เมื่อรถวิ่งเข้าไปจอดในเรือเฟอร์รี่เรียบร้อยแล้วพวกเราก็ลงจากรถ เดินขึ้นไปบนดาดฟ้าของเรือเพื่อชมวิวสองฝากฝั่งช่องแคบ วิวสวยจนเราไม่อยากให้ถึงอีกฝั่งหนึ่ง นกนางนวลบินโฉบหาเหยื่อข้างๆลำเรือ สร้างความสุขให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

 สดชื่นร่าเริงเมื่ออยู่บนเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบดาดาร์เนล

 บ้านเมืองริมฝั่งทะเลช่องแคบดาดาร์เนล

 เรือแล่นกันขวักไขว่

 นกนางนวลบินโฉบเหยื่อข้างๆเรือเฟอร์รี่

สีขาวนวลทำให้หัวใจอบอุ่น

 ช่องแคบดาดาร์เนลเต็มไปด้วยการค้าธุรกิจที่รุ่งเรือง

สามใบเถา

เรือเทียบท่าแล้วรถนำไปยังม้าไม้ ที่โชว์ตัวอยู่แถวท่าเรือ เรารีบลงไปชมม้าไม้อย่างรวดเร็ว ม้าไม้ที่เราเห็นคือม้าไม้ที่ใช้ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Troy แสดงนำโดย แบรด พิตต์  ชมม้าไม้และเดินชมบรรยากาศแถวท่าเรืออย่างเร็วๆ ก็ต้องรีบขึ้นรถ เพราะเป้าหมายที่เราจะไปคือเมืองทรอย เรารีบขึ้นรถเพื่อไปทานอาหารกลางวัน เมื่อทานเสร็จก็เดินทางไปยังเมืองทรอยทันที นั่งรถไปไม่นานก็ถึง เมื่อไปถึงเมืองทรอบ สิ่งแรกที่พบก่อนสิ่งอื่นคือม้าไม้ที่เพิ่งสร้างขึ้นมาไม่นาน มีบันไดให้ขึ้นไปในตัวม้าไม้ด้วย แต่ต้องเสียเงิน

ม้าไม้เมืองทรอยที่ใช้เข้าฉากภาพยนต์เรื่อง TROY

 

ม้าโทรจัน หรือ ม้าไม้เมืองทรอย (อังกฤษ: Trojan horse) เป็นม้าขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้ จากมหากาพย์อีเลียดเรื่องสงครามเมืองทรอย

ม้าไม้นี้เกิดขึ้นจากอุบายของโอดิสเซียส ในการบุกเข้าเมืองทรอย ที่มีป้อมปราการแข็งแรง หลังจากที่รบยืดเยื้อมานานถึง 10 ปีแล้ว ด้วยการให้ทหารสร้างม้าไม้นี้ขึ้นมา แล้วลากไปวางไว้หน้ากำแพงเมืองทรอย แล้วให้ทหารกรีกแสร้งทำเป็นล่าถอยออกไป เมื่อชาวทรอยเห็นแล้วเข้าใจว่าเป็นบรรณาการที่ทางฝ่ายกรีกสร้างขึ้นมาเพื่อบูชาเทพเจ้าและล่าถอยไปแล้ว จึงลากเข้าไปไว้ในเมืองและฉลองชัยชนะ เมื่อตกดึก ทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้ ก็ไต่ลงมาเผาเมืองและปล้นเมืองทรอยได้เป็นที่สำเร็จ

ปัจจุบัน ม้าโทรจัน ได้กลายมาเป็นสำนวนในภาษาอังกฤษ  และเป็นชื่อของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่เมืองชานักกาเล ประเทศตุรกี ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของเมืองทรอยจริงตามประวัติศาสตร์ ทางผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง Troy เมื่อปี ค.ศ. 2004 ก็ได้มอบม้าไม้ตัวที่ใช้ในเรื่องให้แก่เมือง ซึ่งกลายเป็นจุดสนใจและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองด้วย

( ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย )

ท่าเทียบเรือที่มีเรือจอดเรียงรายนับไม่ถ้วน 

ร้านอาหารมื้อกลางวันตั้งอยู่ริมทะเล

ตามติดกล้องตลอดเวลา ทั้งสองคนบอกว่าถ่ายกับมือถือแล้วไม่สวย สู้ถ่ายกับ DSLR ไม่ได้

 

ม้าไม้ที่เมืองทรอย มีบันไดให้ขึ้นไปอยู่ในท้องด้วย (ต้องเสียเงิน)

 เมื่อเราเดินผ่านม้าไม้ตัวใหญ่เข้าไปข้างในจะพบซากปรักหักพังของเมืองทรอยที่มีอายุนานกว่า 3,200 ปี 

วิหาร ประกอบไปด้วยแท่นบูชา กำแพงเมือง ถูกค้นพบในเมืองส่วนล่างชั้นที่ 6 และ 7

โรมันบาธ ใช้เพื่อชำระร่างกายและทำความสะอาดเพื่อขจัดเชื่อโรคที่ติดมาก่อนเข้าเมือง

โรงละคร ในเมืองทรอย ความจุไม่มากนัก

น้ำส้มคั่นสดๆที่เมืองทรอย แก้วละ 15 ลีลา เทียบเงินไทยเกือบๆ  140 บาท

หลังจากชมเมืองทรอยเรียบร้อย รถนำเราเข้าสู่ที่พักชานเมืองชานัคคาเล่ย์ พักในห้องพักสักครู่หนึ่งก็ได้เวลาทานอาหารค่ำ อาหารตุรกีขึ้นชื่อว่ามีหลากหลาย แต่ที่หลากหลายเหล่านั้นล้วนไม่ค่อยจะถูกปากคนไทย อาหารส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบของเนื้อแกะ ส่วนข้าวนั้นจะหูงแล้วใส่น้ำมันละหุ่ง ชาวตุรกีส่วนใหญ่จะนิยมรับประทานขนมปัง เครื่องปรุงบนโต๊ะจะมีแต่เกลือกับพริกไทย ส่วนขนมหวานจะมีให้เลือกเยอะมาก ถูกปากเป็นที่สุด หวานจับใจทุกชนิด

วันนี้ทุกคนเพลียมาก  ขอนอนพักผ่อนก่อนครับ พบกันตอนหน้า

 

ขอบคุณครับที่เข้ามาชม

_______________________________________________

ติดตามตอนที่สองคลิกด้านล่างคลิก>>>Turkry on my dreams II

 

โดย สำรวจฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net