วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“จอมปราสาท” วิษัยนครบายน ที่บ้านโป่ง ราชบุรี


“จอมปราสาท” วิษัยนครบายน ที่บ้านโป่ง ราชบุรี

: ปราสาทเขมรที่อยู่ใกล้กรุงเทพมหานครมากที่สุด

.

.

          “...เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2508 มีผู้ใช้รถแทรกเตอร์ไถปรับระดับพื้นดินทางทิศตะวันตกของสระโกสินารายณ์ ได้พบเศษอิฐโบราณหักพังทับถมอยู่เป็นจำนวนมาก... ริมถนนที่แยกจากถนนแสงชูโตมีเนินดิน 2 เนิน ถูกรถแทรกเตอร์ไถดินเพื่อกรุยทาง พบเศียรเทวรูปศิลา 2 เศียร ...”

.

          “... ต่อมามีประชาชนเข้าขุดค้น ก็พบเศียรพระพุทธรูป เศียรเทวรูป พระพิมพ์ เครื่องปูนปั้นจำนวนมาก....”

          “...เศียรที่พบ ประชาชนเคยเอาไปตั้งบูชา สมมุตชื่อว่า “เจ้าปู่โกณฑัณย์และเจ้าปู่อู่ทอง" แต่ในปัจจุบันได้เก็บไปไว้ที่อื่น เสียแล้ว”

.

.

           “...ในเดือนกุมภาพันธ์  2509 กรมศิลปากร ได้ดำเนินการขุดค้น โดยมอบให้นายตรี อมาตยกุล หัวหน้ากองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ เป็นผู้ควบคุม...”

.

          “...ซากของจอมปราสาทเป็นซากเนินดินขนาดใหญ่ บนเนินมีรอยการขุดเจาะ 2 – 3 แห่ง แต่ยังมีสภาพดีอยู่ ส่วนซากโบราณสถานอื่น ๆ นั้นถูกลักลอบขุดกัน ทำลายจนสิ้นสภาพ คงเหลือแต่กองอิฐและเศษอิฐทิ้งกระจัดกระจาย กลาดเกลื่อนอยู่บนพื้นดินเท่านั้น...”

..

           “....ในระหว่างการขุดค้น ได้พบหินทรายสีแดงหลายแท่ง ไม่จำหลักลวดลาย เข้าใจว่าเป็นกรอบและทับหลังประตูที่จะเข้าไปภายในองค์ปรางค์ กับได้พบกลีบขนุนปรางค์อันหนึ่งทำด้วยหินทรายสีแดง มีพระพุทธรูปประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว...”

..

           “...เมื่อได้ถากถางและขุดลอกดินที่ทับถมอยู่ออกไปส่วนหนึ่งแล้ว พอสันนิษฐานได้ว่า เดิมคงจะสร้างฐานสูงขึ้นไป 2.50 เมตร แล้วสร้างปราสาทองค์ใหญ่ไว้ตรงกลาง ก่อมุขยื่นออกไปทั้ง 4 ทิศ ตัวปรางค์ก่อด้วยศิลาแลง กรอบประตู ทับหลังตลอดจนกลีบขนุนทำด้วยหินทรายสีแดง องค์ปรางค์คงจะฉาบปูนและปั้นลวดลายประกอบ ภายในปรางค์จะใช้เป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์โลเกศวรเปล่งรัศมีที่ขุดพบ ตรงมุขทั้ง 4 คงจะประดิษฐานพระโพธิสัตว์องค์เล็กด้านละองค์ แต่ยังค้นไม่พบ คงพบก็แต่พระกรกับพระบาทเท่านั้น”

..

            “... สิ่งสำคัญที่พบในการขุดค้นคราวนี้ก็คือ รูปพระโพธิสัตว์โลเกศวรองค์ใหญ่ทำด้วยหินปูนสีเขียว พบระหว่างมุขด้านทิศตะวันออกและด้านใต้ คงพบแต่ท่อนพระองค์เท่านั้น ส่วนเศียรและพระกรซึ่งมี 8 พระกร และพระบาทได้หักหายไป .......ได้ตามขุดหาพระเศียร พระกร และพระบาท ไปทางมุขด้านใต้ คงพบแต่แต่ท่อนพระพาหุบางส่วนเท่านั้น นอกนั้นหาไม่พบ ..... เมื่อเซาะชายเนินเรื่อยไปทางตะวันตก ก็ได้พบฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ทำด้วยหินทรายสีแดงฐานหนึ่ง เข้าใจว่าใช้สำหรับรองพระโพธิสัตว์โลเกศวร และฐานเล็กที่ทำด้วยหินทรายสีแดงเหมือนกันอีกฐานหนึ่ง ...”

.

.

.

.

          “...ได้ออกสำรวจบริเวณโดยรอบจอมปราสาทและรอบบริเวณสระโกสินารายณ์ ... ได้พบเจดีย์ก่อด้วยอิฐ ทั้งในและนอกกำแพงเมือง แต่ได้ถูกทำลายจนเหลือแต่ฐานหลายองค์ .... กลับได้พบคันดินที่เป็นกำแพงเมืองโบราณ สูงจากระดับดินขึ้นไปประมาณ 60 เซนติเมตร กว้างประมาณ 10 เมตร เป็นแนวยาวไปจรดสระโกสินารายณ์ คันดินนี้ มีอยู่ 3 ด้าน อีกด้านหนึ่งทางทิศตะวันออกที่อยู่ใกล้กับทางรถไฟสายกาญจนบุรีนั้น หาซากคันดินไม่พบ เข้าใจว่าคงถูกทำลาย เมื่อคราวที่กองทหารญี่ปุ่นได้ทำทางรถไฟแยกจากหนองปลาดุกไปยังจังหวัดกาญจนบุรีก็ได้...”

.

.

          “...ส่วนคันทางด้านทิศใต้ ถึงแม้ว่าจะมีแนวดินปรากฏอยู่ก็ดี แต่ได้ถูกราษฎรเกลื่อนทำเป็นไร่อ้อยไปเสียแล้วประมาณ 300 เมตร คูเมืองกลายเป็นไร่เป็นนาไปจนหมด....”

.

            “...เมืองต่าง ๆ ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้นำพระชัยพุทธมหานาถไปประดิษฐาน เท่าที่ปรากฏในจากรึกที่ปราสาทพระขรรค์ มีรวมทั้งสิ้น 23 เมืองด้วยกัน ... แต่เมืองศัมพูกปัฏฏะ นั้นในจารึกใส่ชื่อไว้ระหว่างเมืองสุวรรณปุระกับเมืองชัยราชบุรี เท่าที่ได้ตรวจดูเมืองโบราณต่าง ๆ ในบริเวณนี้ มีเมืองนครปฐม เมืองกำแพงแสนและเมืองอู่ทอง ก็ไม่เห็นว่าจะมีเมืองไหนที่จะมีโบราณสถานฝีมือขอมเลย คงพบแต่ในเมืองที่บริเวณสระโกสินารายณ์ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีเท่านั้น และโบราณวัตถุที่ขุดพบก็ปรากฏว่าเป็นศิลปะขอมแบบบายน เหมือนอย่างที่สร้างในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

.

.

“...จึงสันนิษฐานได้ว่า เมืองศัมพูกปัฏฏะที่มีชื่อปรากฏในจารึกปราสาทพระขรรค์นั้น อาจจะตรงกับเมืองที่บริเวณสระโกสินารายณ์นี้ก็ได้” (ตรี อมาตยกุล : ประวัติเมืองสำคัญ 2513)

..

.

.

 

           จอมปราสาท เป็นปราสาทหินแบบเขมร ที่ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของเมืองโบราณรูปสี่เหลี่ยม ที่มีความกว้างยาวประมาณด้านละ 1 กิโลเมตร  มีบาราย – สระโกสินารายณ์ ติดแนวกำแพงทางทิศเหนือ ค่อนไปทางตะวันออก เมืองตั้งอยู่ใกล้กับน้ำแม่กลอง ในเขตตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ห่างจากตัวเมืองบ้านโป่ง (นับจากหอนาฬิกา) 6 กิโลเมตร แยกขวาจากถนนแสงชูโตเข้าไปทาง โรงงานสยามคราฟท์ ครับ

.

.

.

.

         เมืองโบราณบุคบายนนี้ มีชื่อเรียกกันว่า “ (เมืองโบราณ) สระโกสินารายณ์” ปรากฏชื่อนามครั้งแรกใน “นิราศพระแท่นดงรัง” ของหมื่นพรหมสมพัตร กวีในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่เดินทางจากบ้านโป่งล่องแม่น้ำแม่กลองไปยังพระแท่นดงรัง โดยกล่าวถึงชื่อนามเดิมของพระแท่นดงรังว่า “กรุงโกสินารายณ์”

.

“โอ้พระแท่นแผ่นผาอยู่ป่าดอน

แต่ปางก่อนที่นี่เป็นที่เมือง

ชื่อกรุงโกสินารายณ์สบายนัก

เป็นเอกอัครออกชื่อย่อมลือเลื่อง”

.

           ซึ่งผู้คนที่อพยพเข้าอาศัยตั้งบ้านเรือนในเมืองร้างนี้ คงได้นำชื่อนามมงคลของพระแท่นดงรัง มาเรียกขานชื่อสระน้ำ (บาราย) โบราณ จนกลายมาเป็นชื่อนาม “เมืองสระโกสินารายณ์”

.

.

           ส่วนชื่อนาม “ศมฺพูกปฏฏนมฺ” ในจารึกปราสาทพระขรรค์นั้น  คำว่า “ศัมพูกะ” ในภาษาสันสกฤต แปลว่า “หอยสังข์ ส่วนคำว่า “ปฏฏนฺ – ปัดตะนัม – นะ” นั้น แปลว่า “แผ่นดิน หรือ ท่าขึ้นเรือ” ซึ่งเคยปรากฏชื่อนามเมือง “ศามพูกะ” ในจารึกฐานพระพุทธรูปยืน ที่พบจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุลพบุรี  

.

           "จอมปราสาท" เป็นปราสาทหินที่มีศิลาแลงเป็นโครงสร้างหลักครับ ใช้หินทรายสีแดงในส่วนของกรอบประตูและเครื่องประดับ ตกแต่งด้วยปูนปั้น ทั้งฉาบและทำลวดลายบนผิวรูปโกลนศิลาแลง มีแผนผังแบบ "จัตุรมุข" เป็นปราสาทแบบ "แสดงอานุภาพแห่งจักรวรรดิบายน"  มียอดเรือนปราสาทเป็นโคปุระทั้ง 4 ทิศ และระเบียงคดล้อมรอบ ประดิษฐานรูปประติมากรรม "พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งอำนาจบารมี" (แทนความหมาย พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในฐานะของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรผู้มีอำนาจบารมี) ไว้ที่กลางปราสาทประธาน โดยทำมุขหน้าซ้อนชั้น เพิ่มห้องคูหาอีกหนึ่งช่วง จึงยาวกว่าด้านอื่น ๆ  เช่นเดียวกับปราสาทประธานของปราสาทเมืองสิงห์  ปราสาทกำแพงแลง

.

.

.

           ปัจจุบัน จอมปราสาท คงเหลือเป็นเนินดินใหญ่ และที่โล่งบริเวณกลางโรงงาน ส่วนสระน้ำโกสินารายณ์ (บาราย) ได้รับการพัฒนาเป็นสวนสาธารณะที่ออกกำลังกายและสนามเด็กเล่น โดยเทศบาลตำบลท่าผา ได้เปิด “พิพิธภัณฑ์ชุมนสระโกสินารายณ์”  จัดแสดงวัตถุโบราณและนิทรรศการที่ทันสมัย เข้าใจง่าย น่าเที่ยวชม มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2557 ครับ

..

.

.

.

.

           *** และด้วยระยะทางเพียง 75 กิโลเมตร จึงอาจนับได้ว่า เมืองโบราณสระโกสินารายณ์ ที่ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง นับว่าเป็นเมือง (วิษัย) บารายและปราสาทหิน ในวัฒนธรรมแบบเขมรโบราณ ที่อยู่ใกล้กรุงเทพมหานครมากที่สุด ครับ

.

.

อ่านเรื่องเพิ่มเติมได้ที่  ....“ศรีศัมพูกปัฏฏนะ” วิษัยนครตะวันตก .....ที่สาบสูญ

http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai/2009/08/13/entry-1

.

และเรื่อง   .... เมื่อ “เมืองโบราณโกสินารายณ์” กลายมาเป็นโรงงานและสนามเด็กเล่น

http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai/2007/09/13/entry-1

.

.

.

โดย ศุภศรุต

 

กลับไปที่ www.oknation.net