วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องเล่าจากแม่หมี...


      ช่วงนี้ค่อนข้างห่างหายจากการเขียนบล็อก  หวังว่าเพื่อนๆคงไม่ลืมแม่หมีและหมีน้อย   ผู้เป็นคนต้นเรื่องที่ทำให้แม่หมีเขียนเรื่องราวของเขามายาวนาน   จนนำพาเขาเข้าไปให้ใครๆรู้จัก    นำพาให้เขาไปอยู่ในหัวใจของผู้ที่แวะเวียนเข้ามาอ่านเรื่องราวของเขา  เด็กชายตัวน้อยที่เราไม่อาจเข้าใจในความคิดของเขา   เข้าใจตัวตนของเขา   เด็กชายที่อยู่ในโลกที่ปิดประตู   จนกระทั่งวันหนึ่งพระเจ้าได้ทำให้ประตูบานนั้นเปิดออกแล้วเราก้าวเข้าไปเพื่อจูงมือเขาออกมาสู่โลกใบใหม่   โลกที่เขาไม่เข้าใจและเราต้องสอนให้เขารู้จัก   โลกที่เราต่างต้องเรียนรู้กันและกัน   เขาเหมือนพ่อมดตัวน้อยที่มีเวทมนตร์  ร่ายมนต์คาถาที่ทำให้แม่หมีหลงรัก   และแม่หมีก็เป็นเพียง"มักเกิ้ล"ที่เฝ้ามองดูหมีน้อย และพยายามจะนำพาเขาให้ออกจากโลกของพ่อมดน้อย   มาสู่โลกที่มีแต่พวกมักเกิ้ลและอยู่ร่วมกับโลกใบนี้อย่างมีความสุข    แม่หมีว่า  ความพยายามของแม่หมีมันไม่สูญเปล่าค่ะ   เพราะตอนนี้หมีน้อยสามารถเรียนจนจบปริญญาตรีแล้ว   และจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร  ในวันที่ 22  พฤศจิกายน  ที่จะถึงนี้แหล่ะค่ะ   เอาใจช่วยแม่หมีกับหมีน้อยกันต่อไปนะคะ

       วันนี้พักเหนื่อยกับการพาหมีน้อยไปซ้อมรับปริญญาถึง 3 ครั้ง   ครั้งที่ 1 วันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2560 ณ หอประชุมบพิตรภิมุข  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ  ครั้งที่ 2 วันอาทิตย์ที่  12 พฤศจิกายน  2560  ณ หอประชุมบพิตรภิมุข  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ  ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่หมีน้อยเขาเรียนอยู่ทางมหาวิทยาลัยนัด 7 โมงเช้า  และจะซ้อมจนถึงเวลา 5โมงเย็น  ซึ่งการนัด 7 โมงเช้า  ก็ต้องทำให้บ้านเราต้องลุกกันตั้งแต่ตีห้า   ส่วนเจ้าหมีน้อยน่ะ  เขาตื่นตั้งแต่ตีสี่แน่ะค่ะเพราะเขาจะต้องตื่นขึ้นมาโกนหนวดให้เรียบกริ๊บ   ถ้าเอามือไปลูบที่เรียวปากและไรคางต้องไม่มีหนวดมาให้ระคายมือเลยค่ะ   เพราะถ้าอาจารย์ที่ฝึกซ้อมเอามือมาลูบแล้วระคายมือก็ต้องไปโกนหนวดใหม่   ดังนั้นเขาจึงต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อโกนหนวด   หากโกนไว้ตั้งแต่เมื่อคืนตอนเช้ามันก็ต้องขึ้นมาอีก  ส่วนเล็บก็ต้องตัดให้สั้นเสมอเนื้อสีชมพู

        เมื่อวานวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 เป็นวันซ้อมใหญ่ค่ะและเป็นการซ้อมครั้งสุดท้าย   ครั้งนี้ซ้อมรวมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ต่างๆอีก 9 แห่งทั่วประเทศ   ซึ่งจะมีการรับพระราชทานปริญญาติดต่อกันหลายวัน   ในส่วนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพที่หมีน้อยเรียนจะซ้อมใหญ่ในวันที่ 15  พฤศจิกายนและจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร  ในวันที่ 22  พฤศจิกายน    งานนี้หมีน้อยเขารับในภาคเช้าค่ะ   ดังนั้นทางมหาวิทยาลัยจึงนัดหมายให้มาร่วมซ้อมตั้งแต่เวลาตีห้าครึ่ง   และมหาวิทยาลัยที่เราจะต้องไปซ้อมและรับจริงคือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี  ซึ่งอยู่คลองหก   ปทุมธานี   ถ้าเราออกจากกรุงเทพฯเราก็ต้องตื่นตั้งแต่ตีสองมั๊งคะ  ได้นอนน้อยอย่างแน่นอน  ดังนั้นบัณฑิตส่วนใหญ่จึงต้องไปหาที่พักที่ใกล้มหาวิทยาลัยที่สุด   พอเขียนไปในเอ็นทรี่หนึ่งว่าเรากลุ้มใจกลัวจะหาที่พักไม่ได้   Bg.ครูทิพย์จึงช่วยเสริชหาที่พัก   และติดต่อสอบถามรายละเอียดให้เสร็จ  สุดท้ายเราก็ได้จองที่พักไม่ต้องรีบร้อนตื่นแต่มืดเพื่อจะไปให้ทันเวลา   งานนี้เราเลยจองทั้งวันซ้อมและวันจริงเลย  ต้องขอบคุณครูทิพย์ด้วยค่ะ  ทั้งสวยทั้งใจงามจริงๆ

        นอกจากเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อย   แม่หมีก็ต้องเตรียมตัวเองให้แข็งแรง  แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้  ก่อนหน้าซ้อมรับปริญญาครั้งแรกแม่หมีก็เกิดหกล้ม  เอ็นข้อเท้าด้านขวาฉีกและข้างซ้ายก็รับน้ำหนักตัว(ซึ่งก็มิใช่น้อย)จึงทำให้บาดเจ็บไปด้วย  ตอนนี้เลยกลายเป็นหมีขาเดี้ยงใส่เฝือกอ่อน  ไปหาหมอครั้งที่สองหมอบอกต้องใส่ต่อ   งานนี้คงยาวเพราะตั้งแต่ล้มก็ไม่ค่อยได้พัก  มีเรื่องต้องไปออกไปทำธุระตลอด   ถ้าหมอนัดเรื่องโรคประจำตัวก็ต้องไป  หรือหมีน้อยซ้อมรับปริญญาก็ต้องไปดูแลเอง   พ่อหมีเป็นสารถีแต่ก็ไม่สามารถหาที่จอดรถได้ก็ต้องไปวนหาที่จอดรถ  ส่วนแม่หมีก็ต้องดูแลเรื่องต่างๆเพราะบัณฑิตเยอะมาก   คนปกติยังวิ่งวุ่นแล้วหมีน้อยจะเหลือหรือคะ   แม่หมีก็เลยต้องช่วยดูแลหมีน้อยและเพื่อนๆของหมีน้อยด้วย    ทุกอย่างต้องทำให้เสร็จภายในชั่วโมงเดียว ทั้งลงทะเบียน  ไปชำระเงินค่าดำเนินการซ้อม  ไปเลือกรูปและชำระเงินกับร้านถ่ายภาพที่เขาประมูลว่าจะเอาเซ็ทไหน   ไหนจะเสียงเรียกของอาจารย์เร่งเร้าให้ว่าที่บัณฑิตแต่ละคณะไปตั้งแถวเพื่อขึ้นแสตนด์ถ่ายรูปหมู่อีก    ดูมันก็ไม่กี่เรื่องแต่เนื่องจากบัณฑิตมีเป็นหลายพันคนเลยวุ่นวายไปหมดทั้งๆที่เขาแบ่งซ้อมเป็นสองวัน    หันไปมีผู้ปกครองคือแม่หมีคนเดียวนี่ล่ะค่ะที่อยู่ท่ามกลางฝูงบัณฑิต   และที่ฮาก็คือมีบัณฑิตมาถามว่า  "อาจารย์คะหนูเพิ่งมาถึงต้องทำอะไรก่อนคะ"  555 อิป้านี่ก็เลยต้องอธิบาย  ไปตรงนั้นก่อนนะคะ  แล้วมาตรงนี้เสร็จจากตรงนี้แล้วไปตรงโน้น  แล้วอย่าลืมนะคะ ตรงด้านโน้นค่ะมีร้านถ่ายรูปรับปริญญาเขามารอให้บริการ ไปกรอกเอกสารและชำระเงินด้วยนะคะ   เดี๋ยวจะไม่มีรูปรับพระราชทานปริญญา   อ้อ...ถ้าไม่ได้เตรียมเงินมา  หนูขอเบอร์บัญชีร้านเขาได้นะคะ   โอนเงินได้ค่ะ   แล้วก็ขำตัวเอง
เธอคงมองแต่หน้าแต่ไม่ได้ดูขาว่าอิป้านี่ใส่เฝือกและไม่ใช่อาจารย์(แต่คงเหมือนอาจารย์มั๊ง  555)   คือ ระหว่างที่หมีน้อยไปเข้าแถวทำเรื่องต่างๆ   แม่หมีก็ขโยกเขยกไปเดินดูว่า  มันต้องทำอะไรบ้าง  จนกระทั่งมาจบที่ร้านถ่ายรูป  เพราะหมีน้อยก็ไม่ได้เตรียมเงินมา   นี่ถ้าแม่หมีไม่มาด้วยหมีน้อยคงไปไม่เป็นดีว่าเราพกเงินเผื่อไปด้วย  แล้วเราเลยถามร้านว่าคนที่ไม่เตรียมเงินมาจะทำอย่างไร   พอเขาบอกว่าโอนเงินผ่านบัญชีได้ก็เลยไปแนะนำคนอื่นต่อได้

         แล้วที่สำคัญคือบัณฑิตทุกคนต้องแต่งชุดให้ครบถ้วนเหมือนเข้ารับจริง   และหลายคนเจอปัญหาเช่นเดียวกับหมีน้อยคือที่ติดคอตรงคอเสื้อราชปะแตนชอบหลุดหาย(ไม่ได้ชอบแต่หลุดเองค่ะ   มีคนเก็บได้ก็เอาไปให้อาจารย์ประกาศ  แม่หมีเองพอเห็นของใครทำท่าจะหลุดก็กวักมือเรียก  " มาหาป้าหน่อย"   เขาก็เดินมาแบบงงๆ" อิป้านี่เรียกตรูทำไมฟระ"   แม่หมีบอก  "ที่ติดตรงคอนี่จะหลุดค่ะ   มาป้าช่วยกดให้แน่นๆ"  พอซ้อมวันที่สองนี่เอาเข็มกลัดติดไว้เลยค่ะ   บอกหมีน้อยว่า "ถ้าอาจารย์ตรวจแล้วเจอเข็มกลัด  ให้บอกว่าแม่ให้กลัดไว้กันหลุดครับ"   พอมาซ้อมครั้งที่ 3 นี่  แม่หมีใช้เข็มเย็บผ้าเย็บตรึงไว้เลยข้างนึงค่ะ  ถ้ามันหลุดก็ยังมีด้านนึงรั้งไว้ได้    แต่วันจริงก็จะเย็บเพิ่มให้อีกด้านตอนแต่งตัวเสร็จเลยค่ะ

         พอใกล้วันซ้อมใหญ่  แม่หมีดันป่วยเป็นไข้หวัดแบบครบเซ็ทอีก  ทั้งไอ มีน้ำมูก  มีเสมหะ  เป็นไข้  ต้องไปหาหมอ  กินยามาหลายวันก็ยังไม่ดีขึ้น  เกือบถอดใจไม่ไปค้างที่คลองหกแล้วล่ะค่ะ   แต่พอนึกถึงว่า  หมีน้อยเขาคงต้องการกำลังใจจากแม่หมี  แล้วตอนเช้ามืดใครจะดูเรื่องแต่งตัว  เลยต้องไปนอนที่คลองหกแล้วก็ทำตัวเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนของหมีน้อยที่จองที่พักเดียวกันคือ  บอกเขาว่าไปเอาเสื้อราชปะแตนมาให้แม่  เดี่ยวแม่จะเย็บตรึงไอ้ตรงคอเจ้าปัญหานี้ให้   สุดท้ายตื่นตอนตีสี่ครึ่งพร้อมหมีน้อยเพราะหมีน้อยเขาต้องโกนหนวดเราไม่ไปยุ่งกับเขาเรื่องนี้    แต่อยู่ห้องเดียวกันพอหมีน้อยเปิดไฟเราก็เลยตื่น   หมีน้อยเขารีบมาใกล้ๆ  "ขอโทษครับแม่  ไม่ได้อยากให้แม่ตื่น  แม่นอนต่อเถอะ"  แม่หมีนึกขำในใจ  นอนต่อนี่อ่ะนะ  คุณน่ะทำให้อิชั้นตาสว่างแล้วล่ะค่ะ   พ่อหมีไปส่งหมีน้อยตอนตีห้ายี่สิบนาที  แล้วกลับมาอาบน้ำไปทำงานต่อ ทิ้งแม่หมีไว้ให้รอหมีน้อยที่โรงแรม   พร้อมกับอาการไข้ขึ้น   ไม่เป็นไรค่ะชีวิตทุกคนก็ต้องรันไปตามปกติ  ไม่ใช่วันจริงเสียหน่อย   แม่หมีกินยาแล้วก็นอนดูทีวี   ดีว่าเอาผ้าร้อนไฟฟ้าไปด้วยเลยค่อยสบายตัวหน่อย   หวัดยังไม่หายค่ะ  แต่พยายามจะดูแลตัวเองและกินยาที่หมอให้อย่างเคร่งครัด               

          เอ็นทรี่เป็นเอ็นทรี่เล่าเรื่องแบบไม่สบาย (ไม่ใช่เอ็นทรี่สบายๆก็ขาเดี้ยงและเป็นหวัดงอมแงมนี่นา)   พอขาเดี้ยงเราก็นึกอยากมีวีลแชร์   พอบอกพ่อหมีพ่อหมีก็เลยจะไปซื้อมาให้  แต่พอเราแค่เปรยๆในไลน์แบบขำๆว่า  พ่อหมีจะไปถอยรถมาให้แต่เป็นรถวีลแชร์นะ   รถวีลแชร์คันนี้ก็ดิลิเวอรี่มาถึงบ้านเลย  ขอบพระคุณมากค่ะสำหรับความใจดีมีน้ำใจที่มีให้กับครอบครัวเราเสมอมา   ซ้อมสองครั้งหลังได้เอาไปใช้ค่ะ   วันรับพระราชทานจริงก็เอาไปใช้อีกค่ะ   หมอยังให้ใส่เฝือกต่อไปค่ะ

           บันทึกโดย  แม่หมี (แม่ที่ช่างเล่าซะจริงๆ)

      มาดูภาพกันค่ะ


                 นี่ล่ะค่ะ  ตรงที่ติดสีเขียวนี่ล่ะค่ะ  ถ้าหลุดหายไปก็แย่เลยค่ะเลยเย็บตรึงไว้ข้างนึง  ถ้ามันหลุดจากตัวหนอนก็ยังห้อยอยู่อีกข้าง


                                                 พอเกี่ยวตะขอก็สวยงามนะคะ

               ล้มตอนค่ำค่ะ  เมื่อปลายเดือนตุลา  หมอแผนกออร์โธฯเขาปิดแผนกแล้ว  แต่เราอยากเจอหมอกระดูก  แล้วเห็นว่าปวดพอทนไหว  บวมแต่ไม่น่าจะหักเลยไปเช้าวันรุ่งขึ้น   x-ray เรียบร้อย  หลายท่ามาก  เพราะหมอห่วงหลังที่ผ่าใส่เหล็กมากกว่า  ตกลงเอ็นฉีกค่ะ   หมอบอกต้องใช้เวลา


                                                   หาครั้งที่ 2  หมอให้ใส่เฝือกต่อค่ะ

                    เดินมากไม่ค่อยได้พัก   ข้างนี้แค่เคล็ดหมอบอกไม่อันตราย  หมอเลยให้พันประคองไว้เสียหน่อย  ที่เขาพันมาให้เปียกน้ำ  เลยต้องเอาอีกม้วนมาพันเอง  ตอนนี้เก่งค่ะ   กลางคืนอาบน้ำก็ถอดเฝือก  เช้าอาบน้ำก็ใส่เฝือกอ่อนพันเองได้ค่ะ  อิชั้นสามารถค่ะ  งานนี้ไปรับปริญญาหมีน้อยก็ยังต้องใส่เฝือกค่ะ  มีวีลแชร์สุดหรู เหนื่อยพ่อหมีกับพี่หมีใหญ่แหล่ะค่ะ

         หมายเหตุ

                1   "มักเกิ้ล"หมายถึง บุคคลธรรมดาที่ไม่มีเลือดพ่อมดแม่มดอยู่ในตัวเลยแม้แต่หยดเดียว และไม่มีพลังเวทมนตร์ด้วย   เป็นคำที่พ่อมดแม่มดในเรื่อง แฮร์รี่  พอตเตอร์  เรียกคนธรรมดา
                2   นอนฟังเพลงของพี่ตูนเพราะมีไข้ต่ำๆ  ฟังแล้วเลยมีพลังขึ้นมาค่ะ  จึงลุกขึ้นมาเขียนเอ็นทรี่นี้   เอาใจช่วยพี่ตูนด้วยคนค่ะ  เพลงแสงสุดท้ายเป็นอีกหนึ่งเพลงที่สร้างพลังให้แม่คนนี้ตลอดมา    แม่หมีก็อาศัยฟังเพลงของนักร้องหลายคนค่ะ   ฟังแล้วก็รู้สึกดีทำให้ไม่ท้อถอย   นี่ล่ะค่ะ  แม่หมีชอบฟังเพลงมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว   มาตอนนี้ก็ฟังตามลูกๆเขาบ้าง  หมีน้อยโตเลยมีเวลาเยอะค่ะ  ฟังเพลงพี่ตูน และเรียกพี่ตูนก็ตามลูกๆเขานี่แหล่ะค่ะ    อย่างที่เคยบอกลูกชอบอะไรฟังอะไรเราก็ฟังกับลูกด้วยค่ะ  ฟังแล้วชอบก็เลยเอามาเป็นพลัง  ลุกขึ้นสู้ยามที่เราท้อ  ขอบคุณพี่ตูนนะคะ   สำหรับสิ่งดีๆที่คุณทำอยู่ตอนนี้   ยอดเยี่ยมค่ะ

 

 

โดย แม่หมี

 

กลับไปที่ www.oknation.net