วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อดทน เหน็ดเหนื่อย น้ำตา และรอยยิ้ม


        เรื่องราวนี้เหมือนบทสรุปของภารกิจหนึ่งของครอบครัวเรา    เมื่อเรารู้ว่าหมีน้อยลูกชายคนเล็กของเรา  เป็นออทิสติกเป็นเด็กพิเศษที่สุดแสนพิเศษ  เมื่อเรารู้ว่าเขาเป็น  มันเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสมาก    เราไม่รู้ว่าเราจะทำอย่างไรต่อไป   มันมึนงง เครียดมาก  เราไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร  จากเด็กน้อยที่พูดภาษาต่างดาว  สื่อสารกันไม่ได้   อารมณ์รุนแรงและร้องไห้งอแงเกรี้ยวกราดเมื่อไม่ได้อย่างใจ  หลายครั้งที่แม่หมีมองดูเจ้าหมีน้อยนอนหลับตาพริ้มในยามที่ยังเป็นเด็กเล็กๆ   เขาใสพิสุทธิ์  เขาไม่รู้ว่าเขาคือใคร  ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเราคือแม่   แล้วแม่หมีก็ร้องไห้น้ำตาพรั่งพรูไม่ขาดสาย   มองหมีน้อยแล้วคิดในใจว่า  " ลูกรัก  แม่จะช่วยเจ้าได้อย่างไร  เจ้าจะเติบโตไปเป็นคนแบบใด  จะมีอนาคตเช่นไร   แล้ววันที่เราไม่มีชีวิตอยู่   ใครจะคอยดูแลเจ้า "  หลายคำถามมันวกวนอยู่ในใจ  แม้จะไม่แน่ใจว่าจะช่วยเขาได้มั๊ย  แต่สิ่งหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในใจคือ  "มันต้องมีหนทางสิ   สักวันเขาต้องพูดได้   สักวันเขาต้องรับรู้ว่า  ผู้หญิงคนนี้คือแม่ของเขา "   ทั้งๆที่หมอพูดว่า  บางทีน้องอาจไม่รับรู้เลยว่าเราคือใคร  เขาอาจรู้ว่าคนคนนี้คือคนที่ดูแลเขา เลี้ยงเขาเท่านั้นเอง   มันปวดหัวใจนะคะที่เราไม่สามารถเข้าถึงความรู้สึกนึกคิดของเขาได้เลย   นับตั้งแต่วันที่รู้ว่าเขาเป็นคนพิเศษ  แม่หมีก็พยายามหาความรู้  ถามหมอ  หาหนังสือมาอ่าน  ดูแลเขามาท่ามกลางความไม่เชื่อของพ่อหมีและญาติพี่น้องว่า เขาเป็นออทิสติก   ท่ามกลางคำตำหนิติเตียนว่า  ช่างไปสรรหาอาการอะไรมาใส่ตัวลูก   แค่เขาไม่พูด  เดี๋ยวรอไปสักหน่อยก็พูดได้เอง   แค่อาละวาดก้าวร้าวเดี๋ยวพอโตขึ้นก็จะดีขึ้นเอง ฯลฯ  แต่แม่หมีไม่สนใจไม่เชื่อไม่เป็นไร   หน้าที่ของเราคือทำตามที่หมอบอก  หน้าที่ของเราคือหาความรู้แล้วมาพัฒนาหมีน้อย   ใครจะมองลูกของเราด้วยสายตาแปลกๆ   แม่หมีก็ไม่สนใจ   แม้กระทั่งการใช้เชือกสำหรับจูงลูกก็มีคนพูดว่า  ทำอย่างกับลูกเป็นสุนัข  แม่หมีคิดในใจ ถ้าลูกชั้นวิ่งหายไป  บอกชื่อตัวเองก็ไม่ได้ พวกคุณจะช่วยชั้นได้มั๊ย

       แม่หมีอดทนต่อสายตาและเสียงที่พูดลอยๆมาเข้าหู   พูดแม้กระทั่ง  "เข้าใจทำนะ  บอกว่าลูกเป็นออทิสติกเพื่อเรียกร้องความสนใจ"  แม่หมีอยากบอกว่า  ชั้นจะทำไปเพื่ออะไร  มันเหนื่อยนะที่ต้องพาหมีน้อยไปโรงพยาบาลที่ไกลจากบ้านมากๆ  เพราะในตอนนั้นมีโรงพยาบาลยุวประสารทไวทโยปถัมภ์ที่เดียวที่สามารถดูแลและพัฒนาการเด็กที่มีอาการอย่างหมีน้อยได้   มันเหนื่อยนะที่ต้องพาเด็กที่พร้อมที่จะอาละวาดเกรี้ยวกราดได้ทุกเมื่อ   มันอายนะที่มีคนมองเราด้วยสายตาขำๆหรือมองเราอย่างไม่เข้าใจเรา  ในบางคราวก็ท้อแท้และเหนื่อยมากๆเพราะเราไม่สามารถละทิ้งครอบครัวได้   แม่หมีต้องดูแลทั้งสามี  ดูแลทั้งลูกที่เป็นเด็กปกติและหมีน้อย  แม่หมีอยากให้ครอบครัวของเราอบอุ่นและมีความรักให้กัน   เพราะแม่หมีมองไปยังอนาคต   พี่หมีใหญ่ หมีน้อยต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน  เราต้องดูแลลูกทั้งสองคนและให้ความรักเท่าเทียมกัน  ทำอย่างไรที่จะทำให้พี่น้องรู้สึกดีและรักกัน  เพราะท้ายที่สุดเขาก็ต้องดูแลกันและกัน

       มาวันนี้เด็กน้อยที่แม่หมีมองไม่เห็นอนาคตคนนั้น    เขาเดินทางมาไกลก้าวข้ามผ่านอุปสรรคนานัปการ  ต้องขอขอบคุณพ่อหมี   จากคนที่ไม่เคยเชื่อว่าลูกที่น่ารักของเขาจะเป็นเด็กพิเศษก็เริ่มเชื่อว่าหมีน้อยเป็นออทิสติก  แม่หมีว่าพ่อหมีก็ทราบดีแต่ตอนนั้นยังรับไม่ได้  แต่เขาก็ทำหน้าที่พ่อที่ดีมาตลอดพาแม่หมีกับหมีน้อยไปพบแพทย์  พาลูกๆไปส่งโรงเรียนตั้งแต่อนุบาลและสำหรับหมีน้อยอาจมีไปส่งหมีน้อยที่มหาวิทยาลัย  หรือไปรับหมีน้อยยามที่ชั่วโมงเรียนของเขาเลิกค่ำ  เขาพร้อมที่จะพาลูกๆไปเรียนรู้ไปเที่ยวไปเปิดโลกทัศน์   รวมทั้งพี่หมีใหญ่ผู้ซึ่งช่วยดูแล  เป็นเพื่อนเล่น เป็นเพื่อนคุย  เป็นที่ปรึกษาที่ดีของหมีน้อย   ถ้าใครมาเห็นครอบครัวของเราก็จะเห็นว่าครอบครัวของเราเอาใจใส่ดูแลกัน  มีความห่วงใยกัน  ถ้าไม่จำเป็นครอบครัวเราจะอยู่ด้วยกันเสมอ   หากขาดใครคนใดไปเราจะมีความรู้สึก  เสียดายจังที่ไม่ได้ทำกิจกรรมด้วยกัน

       แม่หมียึดมั่นและศรัทธาในพระเจ้า  มีใครบางคนบอกนี่คือบททดสอบจากพระเจ้า   ใครบางคนบอกพระเจ้าเชื่อว่า  แกต้องเลี้ยงลูกคนนี้ได้  พระเจ้าเลยส่งหมีน้อยมาให้แก   แม่หมีก็เชื่อเช่นนั้น  แม่หมีเชื่อว่า  หมีน้อยคือของขวัญจากพระเจ้าและแม่หมีก็จะน้อมรับและดูแลของขวัญชิ้นนี้ให้ดีที่สุด   และที่สุดหมีน้อยก็ผ่านการเรียนอนุบาล ประถม   มัธยมและที่สุดก็สามารถสอบเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยได้  และที่สุดก็มาถึงวันนี้   วันที่เขาเรียนจบปริญญาตรี  ในคณะบริหารธุรกิจ  สาขาระบบสาระสนเทศ  วิทยาลัยนานาชาติของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ    จบด้วยคะแนนที่ไม่น้อยหน้าใครเลย   แม่หมีบอกกับพ่อหมีว่า   เสื้อครุยตัวนี้  ไม่ได้เป็นเสื้อครุยที่ได้มาง่ายๆนะ   เป็นเสื้อครุยที่หมีน้อยอุตสาหะบากบั่นตั้งใจ   เป็นเสื้อครุยที่เสมือนเสื้อสามารถที่ครอบครัวเราทุกคนพ่อหมี  แม่หมี  พี่หมีใหญ่  และหมีน้อย  ช่วยกันร่วมใจกัน  เป็นความภาคภูมิใจที่ครอบครัวเราต้องชื่นชมและยินดีเพราะเรามีส่วนสร้างมาด้วยกัน   เพราะฉะนั้นเราต้องฉลองให้กับความสำเร็จครั้งนี้เพราะมันมาจากหัวใจ  มาจากความรักที่เรามีให้กัน   มาร่วมปลาบปลื้มใจไปกับครอบครัวหมีนะคะ

        นี่เป็นเพียงบทสรุปแต่ยังไม่จบค่ะ  ครอบครัวหมีก็ยังคงเป็นกำลังใจและเฝ้ามองความสำเร็จในแต่ละขั้นตอนของชีวิตของหมีน้อย   เด็กออทิสติกเล็กๆที่ทุกคนให้กำลังใจกันมาตั้งแต่แม่หมีพาเขามาแนะนำตัวให้กับชาวโอเคเนชั่น   ให้กำลังใจกันต่อไปนะคะกับหมีน้อย  The Truman Show ของชาวโอเคเนชั่น  หลายคนคงจำหนังเรื่อง The Truman Show ได้  ทรูแมน เบอร์แบงค์  (นำแสดงโดย จิม แคร์รี) จบลงแล้ว  แต่สำหรับหมีน้อยมันคือการเดินทางครั้งใหม่  เขากำลังเริ่มต้นบทบาทใหม่เป็นหนุ่มในวัยทำงาน  ต่อไปนี้อาจไม่มีเรื่องราวใหม่ๆของเขามาเล่ามากมายนัก   แต่จะเป็นการเล่าชีวิตและการเลี้ยงดูหมีน้อยในอดีตที่แม่หมียังไม่เคยเล่ามาเล่าให้ฟัง  แต่ถ้าเขามีความก้าวหน้าอย่างไรก็จะมาส่งข่าวค่ะ

         รายงานโดย
                แม่หมี  ( แม่ที่อุทิศชีวิตนี้เพื่อครอบครัว  ชีวิตที่เธอเลือกเดิน)

โดย แม่หมี

 

กลับไปที่ www.oknation.net