วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พระเจ้าตากสินให้สัญญาเจ้าพระยาสุรสีห์ฯ โทษหนักแค่ไหนก็ไม่มีประหารเมื่อผิดถึงตาย


โดย: สุวิชชา เพียราษฎร์

 

หอรบในอนุสรณ์สถานสงคราม ๙ ทัพที่กาญจนบุรี
 
หอรบในอนุสรณ์สถานสงคราม ๙ ทัพที่กาญจนบุรี
 

 
ชีวิตที่โดดเด่นในประวัติศาสตร์อีกท่านหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อการดำรงอยู่ของชาติไทย นอกจากจะเป็นกำลังสำคัญของพระเจ้าตากสิน ในการกอบกู้อิสรภาพจากการล่มสลายของกรุงศรีอยุธยาแล้ว
 
ยังเป็นกำลังสำคัญของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ในการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นอย่างมั่นคงมาจนบัดนี้ด้วย
 
แต่ครั้งหนึ่งพระองค์ก็เกือบถูกลงโทษถึงตาย เพียงเพราะเข้าใจผิดในเรื่องเล็กน้อย ดีที่เคยทำความดีความชอบไว้จนพระเจ้าตากสินมีรับสั่งว่า ถึงทำความผิดอย่างไรก็จะไม่ประหาร จึงทรงให้ตัดสินโทษของตัวเอง

ชีวิตในประวัติศาสตร์พระองค์นี้ ก็คือ เจ้าพระยาสุรสีห์พิษณุวาธิราช ในรัชกาลพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท “วังหน้า” ในรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ก่อนกรุงศรีอยุธยาแตก เจ้าพระยาสุรสีห์ฯ รับราชการเป็นมหาดเล็กในเจ้าฟ้าอุทุมพร มีตำแหน่งเป็น นายสุดจินดา หุ้มแพร
 
เมื่อพระเจ้าตากสินนำทหารกล้าจำนวน ๕๐๐ คนตีฝ่าวงล้อมทหารพม่าออกไปส้องสุมกำลังที่จันทบุรี นายสุดจินดาก็ลอบหนีออกมาจากกรุงเช่นกัน ไปหาพี่ชายที่เป็นหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี
 
และตามหา นางนกเอี้ยง มารดาพระเจ้าตากสินได้ที่เมืองเพชรบุรี นำไปพบพระยาตากที่จันทบุรี และเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการกอบกู้อิสรภาพ
 
จนเมื่อพระเจ้าตากสินขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเป็นพระเจ้ากรุงธนบุรีแล้ว นายสุดจินดาได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น พระมหามนตรี ตำแหน่งเจ้ากรมพระตำรวจขวา จึงได้ไปรับพี่ชายมารับราชการด้วย

สาเหตุที่เจ้าพระยาสุรสีห์พิษณุวาธิราชมีโทษถึงตายในสมัยกรุงธนบุรีนั้น เกิดจากเจ้าพระยาสุรสีห์ฯ มีเรื่องจะต้องกราบทูล จึงตามไปขอเข้าเฝ้า ขณะที่พระเจ้าตากสินทรงนั่งกรรมฐานอยู่ที่พระตำหนักแพในพระบรมราชวัง
 
โดยมีสมเด็จพระวันรัต (ทองอยู่) นั่งกำกับอยู่ด้วย พระยาพิทักษ์ภูบาลซึ่งเฝ้าอารักขาอยู่ได้โบกมือห้ามไว้ แต่เจ้าพระยาสุรสีห์ฯ เข้าใจว่าโบกมือให้เข้าได้ จึงย่องเข้าไป

พระยาพิทักษ์ฯ เห็นดังนั้นก็เกรงว่าตนจะมีความผิด ที่ปล่อยให้ใครเข้าไปถึงพระองค์ในขณะที่นั่งกรรมฐาน แม้จะเป็นผู้ใกล้ชิดเช่นเจ้าพระยาสุรสีห์ฯ ก็ตาม จึงสั่งให้ทหารควบคุมตัวไว้ และค้นตัวจนทั่ว แต่ก็ไม่พบอาวุธใดๆ

สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงกริ้ว ตรัสกับเจ้าพระยาสุรสีห์ฯ ว่า ทำอย่างนี้จะลอบเข้ามาปลงพระชนม์หรือ ในเมื่อเป็นขุนนางผู้ใหญ่ก็ย่อมจะต้องรู้ธรรมเนียมของราชสำนักดี แต่เห็นว่าเจ้าพระยาสุรสีห์มีความดีความชอบมาก่อน จึงอนุญาตให้ลงโทษตัวเอง

เจ้าพระยาสุรสีห์ฯจึงพิพากษาตัวเองด้วยหัวใจเด็ดเดี่ยวว่า...ความผิดครั้งนี้ โทษถึงริบราชบาตร เฆี่ยนเก้าสิบที แล้วประหารชีวิต

พระเจ้าตากสินรับสั่งว่า ได้เคยปฏิญาณไว้แต่ครั้งที่เจ้าพระยาสุรสีห์ฯ พาแม่ไปส่งให้ที่จันทบุรีว่า ถึงทำความผิดอย่างไรก็จะไม่ประหาร

เจ้าพระยาสุรสีห์กราบทูลว่า เมื่อไม่ประหารก็ให้เฆี่ยนหกสิบทีแล้วเอาไปขังคุกจนกว่าจะตาย

พระเจ้าตากสินก็ว่า เอาไปขังคุกไว้ตลอดชีวิต แล้วจะเอาใครไว้ใช้เล่า
พระยาสุรสีห์ก็กราบทูลอีกว่า ถ้าเช่นนั้นก็ให้เฆี่ยนหกสิบที แล้วปลดออกจากตำแหน่งลงเป็นไพร่

พระเจ้าตากสินก็รับสั่งว่า ถ้าเป็นไพร่ ก็จะไม่ได้อยู่ใกล้ชิดพระเจ้าแผ่นดิน มีเรื่องอะไรขึ้นมาจะปรึกษาใคร

เจ้าพระยาสุรสีห์ฯจึงกราบทูลว่า ถ้าเช่นนั้นก็ให้ลงพระอาญาเฆี่ยนหกสิบที แล้วโปรดเกล้าฯ ให้อยู่ตำแหน่งเดิมต่อไป

พระเจ้าตากสินจึงทรงยอมจำนน ตกลงพระราชหฤทัยลงโทษตามที่เจ้าพระยาสุรสีห์ฯพิพากษาตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ให้เจ้าพนักงานจับเจ้าพระยาสุรสีห์ฯ มัดมือคร่อมกับเสา แล้วเรียกหวายจากพนักงานมาทรงเฆี่ยนด้วยพระหัตถ์เอง

เรื่องนี้เจ้าพระยาสุรสีห์ฯ เก็บความเคียดแค้นไว้ที่สมเด็จพระวันรัต ซึ่งเชื่อว่าจะต้องเป็นผู้ใส่ความจนทรงกริ้ว ฉะนั้นเมื่อผลัดแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกขึ้นครองราชย์
 
และเจ้าพระยาสรุสีห์ฯได้รับการสถาปนาเป็นกรมพระราชวังบวรฯ ตำแหน่งอุปราช จึงได้โอกาสชำระแค้น กราบทูลให้สึกสมเด็จพระวันรัต เฆี่ยน ๓๐๐ ที แล้วให้เอาไปประหารชีวิต
 
แต่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (รัชกาลที่ ๒) ซึ่งเป็นลูกศิษย์สมเด็จพระวันรัตทูลขอชีวิตไว้ พระเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ไว้ชีวิตสมเด็จพระวันรัต ที่ถูกสึกมาเป็นนายทองอยู่ และถูกเฆี่ยนไปแล้ว ให้เป็นหลวงอนุชิตพิทักษ์ สังกัดกระทรวงมหาดไทย
 
 
ขอบคุณ MGR Online
คุณสุวิชชา เพียราษฎร์
 
สิริสวัสดิ์ศุกรวารค่ะ

โดย vinitvadee

 

กลับไปที่ www.oknation.net