วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันสำคัญแบบนี้ไม่ไปได้อย่างไร....


     ชีวิตของแม่หมีไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าครอบครัวค่ะ   หลายปีก่อนแม่หมีเป็นโรคร้ายและสิ่งที่เป็นกำลังใจให้สู้ตลอดมาก็คือ  ครอบครัว   วันสุดท้ายของการฉายแสงสิ้นสุดลงก่อนหน้าพี่หมีใหญ่รับปริญญาเพียงหนึ่งสัปดาห์   ในวันซ้อมใหญ่แม่หมีก็พยายามลากสังขารไปจนได้  วันนั้นจำได้ว่าใส่วิกผมและเป็นคนถ่ายภาพพี่หมีใหญ่กับเพื่อนๆด้วยตัวเองและยังช่วยเพื่อนๆพี่หมีใหญ่แต่งชุดครุยอีกด้วย     และก่อนหน้านั้นขณะที่กำลังอยู่ในช่วงการรักษาแม่หมีก็เป็นคนที่บอกพ่อหมีว่า   จะเป็นคนดูแลชุดครุย ดูแลเรื่องการแต่งกายของพี่หมีใหญ่เอง  ไปจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง(แต่พ่อหมีต้องขับรถพาไปด้วย)  แม้กระทั่งการแต่งกายของแม่หมี   พี่หมีใหญ่เขามีครุยที่ประกอบไปด้วยขลิบสีม่วง  แม่หมีก็ตั้งใจที่จะใส่ชุดสีม่วงให้เหมือนกับขลิบของชุดครุยนั้น

     พอมาครั้งนี้ถึงคราวหมีน้อย   เด็กชายผู้ที่แม่หมีมองไม่เห็นอนาคตแต่เรามีความฝัน   มีเป้าหมายที่เราหวังไว้  เมื่อเราเห็นเขาสามารถเรียนได้  เราก็พาเขามาไกลจนถึงวันที่เขาเรียนจบและเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร   แม่หมีก็เป็นคนพาเขาไปตัดชุดครุยและไม่ลืมที่จะดูแลการแต่งกายของตัวเอง   เมื่อเราเห็นชุดครุยของหมีน้อยในวันที่เราไปตัด   แม่หมีตั้งใจไว้เลยว่า ชั้นจะใส่สีนี้แหละ   แม่หมีไม่ชอบใส่เสื้อผ้าสำเร็จรูปค่ะ  ชอบใส่เสื้อผ้าตัดเลยบอกให้พ่อหมีพาไปร้านขายผ้าที่ดิโอลด์สยาม   พ่อหมีก็พาไปหมีน้อยก็ไปด้วย   พ่อหมีคุยโทรศัพท์ในขณะที่แม่หมีมองหาผ้าสีที่ตั้งใจไว้   พอแม่หมีสั่งให้พนักงานที่ร้านตัดผ้าจากพับ   พ่อหมีหันมาเห็นแล้วส่งเสียงแบบตกใจว่า  "เอาสีนี้เลยเหรอ  มันแปร๋นไปหน่อยมั๊ย"  แม่หมีบอกด้วยเสียงเรียบๆว่า    "เอาสีนี้แหล่ะ  ตั้งใจมาแล้ว"  โชคดีจริงที่ร้านนี้มีผ้าสีที่แม่หมีต้องการ

     พอปลายเดือนตุลาคมแม่หมีก็หกล้มเพราะพื้นฟุตบาทไม่เท่ากัน  ทำให้เอ็นฉีกและต้องใส่เฝือกอ่อน  คุณหมอบอกน่าจะต้องใส่เฝือกนานเลย   หมอกะว่าน่าจะประมาณ 6-8 สัปดาห์ซึ่งหายไม่ทันวันรับปริญญาแน่นอน   แต่ไม่มีอะไรจะมาหยุดยั้งแม่หมีไม่ให้ไปในงานสำคัญนี้ได้   แม่หมีบอกทุกคนในครอบครัวว่า   " ถึงแม้ในวันนั้นแม่จะป่วยหรือแม่จะตาย  ทุกคนต้องพาหมีน้อยไปรับปริญญาให้ได้   แม้ในวันนั้นจะเป็นวันที่แม่ต้องลงหลุมก็ต้องไป  เพราะการที่หมีน้อยรับปริญญาคือสิ่งที่สำคัญที่สุด  แม่อยากให้หมีน้อยมีรูปรับปริญญามาวางเคียงข้างรูปรับปริญญาของทุกคนในบ้าน   เพราะถ้าแม่ตายแล้วทุกคนไม่พาหมีน้อยไปรับปริญญา  ก็ไม่ได้ทำให้แม่มีชีวิตขึ้นมาได้  ปริญญาไม่ได้เป็นเครื่องวัดความดีความชั่ว  แต่สำหรับแม่มันเป็นเครื่องยืนยัน  เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่ครอบครัวเราพาหมีน้อยมาถึงจุดนี้ได้"  แม่หมีบอกให้พ่อหมีและลูกๆรับปาก  " ถ้าแม่ป่วยแม่ก็นอนโรงพยาบาล  หมอกับพยาบาลดูแลแม่  ถ้าแม่ลงหลุมญาติพี่น้องคนอื่นเขาดูแลเรื่องนี้ได้  หน้าที่ของครอบครัวเราคือพาหมีน้อยไปรับปริญญาเพราะนั่นคือความสุขของแม่"   สุดท้ายแม่หมีก็ไม่ได้ป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาล  เป็นแค่ไข้หวัดและความดันสูง(แต่ไม่มากนัก แค่สูงเกินกว่าปกติ)  แม่หมีกินยาความดันและกินยาพาราฯเพราะมีไข้และคืนก่อนวันรับปริญญาก็นอนน้อย  แต่แม่หมีก็ไม่บอกใครเพราะกลัวเขาจะห่วงกันค่ะ   งานนี้ยาพร้อม  วีลแชร์ก็พร้อมและแม่หมีก็ตั้งใจแล้วว่า  วันนี้ชั้นจะต้องแข็งแรงแม้ความจริงเวียนหัวมาก  อากาศร้อนแดดแรง  การบริหารจัดการในการบริการให้ผู้มาร่วมงานไม่ดีเลย  แต่ทุกคนก็อดทนค่ะ  ทุกครอบครัวต่างพากันมายินดีกับลูกหลานของตน   ครอบครัวเราก็มากัน 4 คนค่ะ  คลองหกปทุมธานีมันไกลเกินที่จะรบกวนใครๆให้มาร่วมแสดงความยินดี  แต่ครูทิพย์ก็สุดยอดมากค่ะ  เธอมาร่วมแสดงความยินดีกับเจ้าหมีน้อยจนได้  ช่างน่ารักจริงๆ   ส่วนคุณย่าสมจิตต์(แม่ของพ่อหมี)เราไม่อยากให้เหนื่อยแต่บังเอิญคุณย่าณี(น้องของย่าสมจิตต์)ต้องมาจัดเลี้ยงให้กับหน่วยงานของวิทยาลัยการปกครอง  อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี  ซึ่งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรีที่หมีน้อยรับพระราชทานปริญญาบัตรในวันนั้นพอดี  คุณย่าเลยมารอที่นั่นและจัดอาหารกลางวันเตรียมไว้เลี้ยงพวกเราด้วย   เพราะวันนั้นมีหลานอีกคนซึ่งเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับหมีน้อย  แต่คนละคณะกันก็เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในวันนั้นด้วย   คุณย่าจึงสามารถไปนั่งรอที่วิทยาลัยการปกครองได้อย่างสบายๆ

    มาดูภาพ  แห่งความสุขกันค่ะ


            ภาพหมีน้อยกับเพื่อนๆในวันรับพระราชทานปริญญาบัตรเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560  หมีน้อยเขาเรียนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ  วิทยาลัยนานาชาติ  สาขาระบบสาระสนเทศ  Information  System  ตอนอยู่ชั้นปีที่ 1  สาขานี้มีนักศึกษาประมาณ  20 กว่าคน  พอขึ้นปี 2 ก็มีจำนวนลดลงเพราะขึ้นชื่อว่าเป็นสาขาที่ยากที่สุด  เพื่อนๆเลยย้ายไปเรียนสาขาอื่น   ตอนนั้นแม่หมีก็บอกหมีน้อยว่าถ้ามันยากนักก็ย้ายสาขาได้นะ    แต่หมีน้อยก็ยืนยันว่า  ถ้าไปเรียนสาขาอื่นมันไม่ใช่ตัวตนของเขา   เขาชอบสาขานี้และจะตั้งใจเรียนให้ได้   และในวันที่เข้ารับพระราชทานปริญญาสาขาระบบสาระสนเทศ  Information  System ก็เหลือคนจบเพียง 5 คน  นอกนั้นยังไม่จบและย้ายสาขาไปบ้าง  เรียกว่าหมีน้อยและเพื่อนๆตั้งใจเรียนและมีความอุตสาหะมากจริงๆ   ในภาพนี้มีครูทิพย์ด้วยนะคะ  มาไกลมากแต่ก็ตั้งใจมา  ยอดเยี่ยมจริงๆ


       คุณครูทิพย์กับของขวัญที่นำมาให้หมีน้อยเป็นกำลังใจ โปรดสังเกตสีเสื้อแม่หมีกับชุดครุยของหมีน้อย เว่อร์วังมั๊ยล่ะคะ  555


     ครูทิพย์ถ่ายภาพหมีน้อย  ส่วนพี่หมีใหญ่ก็เป็นช่างกล้องในวันนี้   เขาตั้งใจลาหยุดงานเพื่อน้องชายโดยเฉพาะเขาบอกแม่ไม่ต้องจ้างใคร  ผมจะถ่ายภาพให้น้องเอง

          แม่หมีถ่ายภาพหมีน้อย   พี่หมีใหญ่ถ่ายภาพแม่หมีอีกที  เขาบอกนี่คือความรักที่แม่มีให้ลูกๆ


     พี่หมีใหญ่วานคนที่ยืนแถวนั้น  "ช่วยถ่ายภาพผมกับครอบครัวให้หน่อยครับ"  เเม่หมีถึงขาจะเดี้ยงแต่ก็ไม่ยอมพลาดงานวันนี้ค่ะ  แดดจะร้อนหน้าจะมันเยิ้มแต่ความสุขมันกระจ่างชัดผ่านภาพต่างๆ  พ่อหมีเจอแดดร้อนๆก็ไม่สบายน่าจะเป็นหวัด   แต่ช่างเถอะค่ะวันนี้ครอบครัวหมีมีความสุขมากๆ


                              ความสำเร็จของหมีน้อยในวันนี้ทำให้แม่หมีมีความสุข


        อาจารย์มาร่วมยินดีกับครอบครัวของเรา   อาจารย์ชมว่าหมีน้อยเป็นเด็กดีและตั้งใจเรียนมาก   แม่หมีน่ะหน้าบานเลยค่ะ


      อาจารย์มาถ่ายรูปกับสามหนุ่ม  อีกหนึ่งหนุ่มน่าจะต้องรีบกลับไปพัก  เพราะผ่าตัดไส้ติ่งแผลยังไม่หายดีแต่ก็มารับปริญญาทัน  ส่วนเพื่อนผู้หญิงอีกคนหากันไม่เจอค่ะ  คนเยอะมากๆ


     ที่นี่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่หมีน้อยเรียน   ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องเลือกสถานที่  เพราะที่นี่ไม่มีความทรงจำของพวกเขา   แย่จังนะคะ


      สามหนุ่มที่ฝ่าฟันกันมาด้วยกัน  ความจริงเหลือกันไม่กี่คนแต่ก็จบมาได้  5 คน  เพื่อนที่คอยดูแลกันตลอดมาและหวังว่าน่าจะตลอดไป


     คุณพ่อคุณแม่ของเพื่อนหมีน้อย ส่วนอีกหนึ่งหนุ่ม "หรั่ง"เป็นนักศึกษาที่มาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว คุณแม่เป็นความดันสูงเลยไม่อาจเดินทางมาได้   เสียดายจริงๆสักวันแม่หมีจะไปทำความรู้จักกับเธอ


                    "น้องเนย"  หลานสาวของพี่สะใภ้ของแม่หมี  เรียนคณะบริหารธุรกิจแต่คนละสาขา


       ในงานมีวีลแชร์คันนี้คันเดียวค่ะ  หมีน้อยเข็นผ่านไปทางไหนก็มีคนมอง  ไม่รู้เขาคิดอย่างไร อาจคิดว่า  ขาเดี้ยงยังอยากจะมาอีก  แต่บางคนยิ้มให้  เขาคงคิดว่า  บัณฑิตคนนี้น่ารักมากๆเข็นแม่ตลอด   ตอนหมีน้อยอยู่ในห้องประชุมพี่หมีใหญ่เข็น แต่พอออกจากห้องประชุมพี่หมีใหญ่ถ่ายภาพ   หมีน้อยรับหน้าที่เข็นรถให้แม่


                                                น่ารักมั๊ยคะ  หมีน้อยของพวกเรา


                              หมีน้อย!  ขอบคุณมากนะครับลูก  ที่ทำให้ครอบครัวเราภาคภูมิใจ


       สองหนุ่มที่แม่หมีรักสุดหัวใจ  ส่วนพ่อหมีไปเอารถซึ่งจอดอยู่ไกลมากค่ะ  ในมหาวิทยาลัยหาที่จอดไม่ได้เลยความจริงจอดได้นะคะ   แต่เขากั้นไว้หมดที่จอดรถเลยไม่พอ  พ่อหมีเลยต้องไปจอดนอกมหาวิทยาลัยแล้วนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้ามา   เรากำลังจะไปหาคุณย่าที่รออยู่ที่วิทยาลัยการปกครองค่ะ


     แม่หมี  หมีน้อยและหลานชาย  หลานชายคนนี้มาติวคณิตศาสตร์ตอนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่บ้านเราค่ะ  เราจ้างครูมาติวที่บ้านค่ะเพราะแม่หมีต้องการให้ครูดูเป็นพิเศษว่าทั้งหมีน้อยและหลานมีอะไรตรงไหนที่ไม่เข้าใจ  เรียกว่าติวเข้มเลยค่ะ

 
                                แม่ลูกสองคู่  โปรดสังเกตขาแม่หมีไม่ได้เดี้ยงอย่างเดียวหลังก็เดี้ยงด้วยต้องใส่ที่ประคองหลังไว้ด้วย  ไม่อายใครแล้ว 555


                                                     ครอบครัวหมีและคุณย่า  


       คุณย่าสองย่า  ย่าสมจิตต์แม่ของพ่อหมีและย่าณีน้องย่าจิตต์   ย่าณีทำอาหารเตรียมไว้สำหรับพวกเราและเพื่อนๆเพราะย่าณีเป็นเจ้าของร้านอาหารที่มาจัดเลี้ยงที่วิทยาลัยการปกครอง


       ปีนี้ตระกูล "สุทธิชาติ"  มีหลานรับปริญญาสองคน  คุณย่าสองคนและญาติๆเลยดีใจกันมาก   เสียดายค่ะที่แม่หมีตั้งใจจะเลี้ยงฉลองความสำเร็จที่บ้าน  แต่บังเอิญขามาเดี้ยงแถมพี่สาวก็ป่วย  เราเลยต้องยกเลิกงานไปเสีย   แต่ไม่เป็นไรค่ะ  โอกาสหน้ายังมีพี่หมีใหญ่จบปริญญาโทเมื่อไหร่ ถ้าไม่มีอุปสรรคคงได้เลี้ยงฉลองแน่นอนค่ะ

       บางคนบอกปริญญามันก็แค่กระดาษใบเดียว  จะอะไรกันนักหนา  แต่ถ้าคิดให้ดีๆเบื้องหลังกระดาษใบเดียวนี้แหล่ะมันแสดงให้เห็นความพากเพียร บากบั่นและอดทน  ของคนที่คว้าปริญญานี้มาได้โดยเฉพาะครอบครัวเรา   เราร่วมมือกันดูแลหมีน้อยและหมีน้อยก็ทำหน้าที่ของตนเองเต็มกำลังเต็มความสามารถ  อย่างที่บอกเสื้อครุยตัวนี้ไม่ได้มาง่ายๆนะคะ                   

        บันทึกโดย
                  แม่หมี  (แม่ที่อยากบอกแม่ของเด็กพิเศษทุกคนว่า  คุณก็ทำได้เหมือนกันค่ะ สู้ๆค่ะ)

โดย แม่หมี

 

กลับไปที่ www.oknation.net