วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แสตมป์ไต้หวันชุดหยกแกะสลัก ภาพผักกาดขาวยอดเขียวและหมูสามชั้นสุดงดงามอลังการค่ะ


 

 ปกหน้า

โชว์ภาพผักกาดขาวยอดเขียวต้นใหญ่มาก

สุดงดงามอลังการ

 

 ชีทที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

กว้าง ๒๑ ซม. สูง ๒๙.๗ ซม.

 

ผักกาดขาวยอดเขียว แกะสลักจากหยกชิ้นใหญ่

แม่ดิฉันตาดีมาก

มองเห็นแมลงเกาะอยู่ด้วยค่ะ

คุณมองเห็นไหมคะ

 

แจกันน้ำเงินเขียนลายทอง

งามผุดผ่องด้วยมีปลาทองว่ายวน

 

 หมูสามชั้นแกะสลักจากหยก

หากผักกาดขาวยอดเขียว คือนางเอก

หมูสามชั้นบนจานทองคือพระเอกค่ะ

 

 เรือสำเภาใบกว้าง กลางมหาชเลใหญ่

คงมีหลายเสาเพราะมองเห็นหลายใบซับซ้อน

 

สิงโตคู่เหยียบโลกา

น่าจะอยู่บนหลังคาสิ่งก่อสร้าง

 

แพะน้อยไม่อ้างว้าง

ต่างร่าเริงร่วมเล่นกันอยู่สามตัว 

 

แจกันสีฟ้ามีลวดลาย

มีดอกไม้มากมายประดับงาม

 

ผู้ปกปักรักษาทั้งห้า

และอักษรายันต์มงคล 

 

ชามกังไสจากหยกเนื้องามราวกับไหม

 

กระถางธูปสามขาสูงใบใหญ่

ให้ไว้ใส่ธูปบูชาเทพเจ้า

 

แท่งหยกขาวครีมเจือเขียวแกมเบจ

ขมวดอยู่นั้นปลายหางมังกรหรือไร

 

เรือน้อยเตรียมลอยในชลาธาร

 

ผลไม้มงคล ได้ยลยามตรุษจีน

(อยากกินพลับ แอปเปิ้ล ส้ม)

 

ตี๋น้อยคอยพูดยั่วเย้าหมวยน้อย

 

ขวดเมรัยสีหวาน

ลวดลายสุดแสนงามทั้งสองใบ

 

 เครื่องเซ่นไหว้ตรุษจีน

 

พญามังกร เผ่นโผนบนอัมพร

แสนงดงามอร่ามตา

 

 ทศสมุนไพร วางติดกันไป ในถาดงดงาม

 

ปกหลัง

ภาพเรื่องเล่าสมัยเก่าของไทเป

 

แสตมป์ที่ระลึกจากไทเป ภาพผักกาดขาวยอดเขียวแกะสลักจากหยก หมูสามชั้นแกะสลักจากหยก ชีทแผ่นใหญ่ แสตมป์ที่ระลึกของไต้หวัน ชุดหยกแกะสลัก และเครื่องกังไส

 

การแกะสลักจากหยกสองสีที่หายาก นิรมิตให้เป็นรูปผักกาดขาวที่มีความเหมือนจริงมาก และมีตั๊กแตนเกาะอยู่บนใบด้วย หยกนี้ใช้เป็นของหมั้นในราชวงศ์สมัยก่อน 

ภาพต้นผักกาดขาวที่มียอดเขียวแกะสลักจากหยกนั้น งดงามมาก ประทับใจที่สุด

ภาพหมูสามชั้นชิ้นโตบนจานทองแกะจากหยก งดงามและเหมือนจริงมาก จนอยากจะไปเถือมาจิ้มน้ำส้มพริกตำกับกระเทียมใส่เกลือค่ะ

ชีทแผ่นใหญ่ ที่มีแสตมป์ปรุรู ๑๐ ดวง ล้อมรอบแสตมป์พิเศษไม่ประทับราคา ๑๐ ดวง

สองดวงบนสุด เป็นภาพเดียวที่ปรุรูแบ่งแสตมป์ออกได้เป็นสองภาพ งามมากค่ะ

แสตมป์จาก Taipei Post Office

 

วิธีการ พิสูจน์ว่าหยกเป็นของแท้หรือไม่

 

1. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหยกแท้ มีเพียงหยกเจไดต์และเนฟไฟรต์เท่านั้นที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นของแท้

แร่เจไดต์ที่มีมูลค่าและเป็นที่ต้องการมากที่สุด (เจไดต์พม่า, หยกพม่า, หยกจักรพรรดิ หรือหยกจีน) มักมีที่มาจากประเทศเมียนมาร์ (พม่าในสมัยก่อน)

แต่ก็มีอีกเล็กน้อยที่ขุดพบแถบประเทศกัวเตมาลา เม็กซิโก และรัสเซีย แม้หยกจะมีที่มาจากหลากหลายแห่ง แต่สีที่พบส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นสีเขียว

75% ของหยกจากทั่วโลกมีที่มาจากเหมืองแร่ในรัฐบริติชโคลัมเบีย โดยเป็นชนิดเนฟไฟรต์ ซึ่งขุดพบในไต้หวัน สหรัฐ และ (อีกเล็กน้อยใน) ออสเตรเลียด้วยเช่นกัน

2. รู้วิธีการสังเกตแร่ที่ใช้ทำหยกปลอม แร่ที่มักนำมาปลอมเป็นหยกได้แก่:

เซอร์เพนทีน (“หยกใหม่” หรือ “หยกสีมะกอก”)

พรีไนท์

อะเวนจูรีน ควอตซ์

กรอสซูลาร์ การ์เน็ต (“หยกทรานส์วาล”)

คริสโซเพรส (“หยกออสเตรเลีย” ส่วนใหญ่มาจากรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย)

หยกมาเลเซีย (แร่ควอตซ์โปร่งแสงย้อมสีถาวร อาจเรียกชื่อได้ตามสีที่ปรากฏ เช่น หยกแดง หยกเหลือง หยกน้ำเงิน

หินอ่อนโดโลมิติกสีทึบ (“หยกภูเขา” จากเอเชีย ย้อมสีสันสดใส)

หินทรายเขียวจากนิวซีแลนด์หรือ “โปว์นามู” เป็นหินศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมารี ชาวเมารีจัดแบ่งโปว์นามูออกเป็น 4 ชนิดหลักๆ ตามสีและความโปรงใส ได้แก่ “คาวาคาว่า, กาฮูรางิ และอินันกา” ซึ่งเป็นหินประเภทเนฟไฟรต์

นอกจากนี้ ชาวเมารียังเคารพหินโปว์นามูชนิดที่ 4 ที่ชื่อว่า “ทันกิไว” ซึ่งพบบริเวณอ่าวมิวฟอร์ดซาวน์ ที่แม้จะมีมูลค่าสูง แต่ก็จัดเป็นหินโบวีไนต์และหยกแท้ในสายตาประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

3. ยกหยกขึ้นส่องดูกับแสงไฟ ถ้าเป็นไปได้ อาจจะใช้แว่นขยาย 10 เท่าเพื่อตรวจสอบโครงสร้างภายในหยก คุณมองเห็นเส้นใยหรือเม็ดเล็กๆ ที่พาดพันกันเหมือนใยหินในนั้นรึเปล่า

ถ้าเห็นล่ะก็ หินในมือคุณก็น่าจะเป็นเนฟไฟรต์หรือเจไดต์ของแท้ ในทางกลับกัน หินคริสโซเพรสจะเป็นเพียงผลึกเล็กๆ ที่รวมตัวกัน จึงอาจทำให้ดูเหมือนเป็นเนื้อเดียวกัน

ถ้าใช้แว่นขยาย 10 เท่า แล้วมองเห็นอะไรสักอย่างที่มีลักษณะคล้ายเป็นชั้นๆ แสดงว่าหินที่คุณกำลังส่องน่าจะเป็นเจไดต์ที่ถูกต่อเป็น “สอง” หรือ “สาม” ชั้น (บางครั้งอาจจะมีการนำไจไดต์เกรดอัญมณีแผ่นบางๆ มาติดบนฐานหินชนิดอื่นๆ

4. เรียนรู้วิธีการสังเกตเทคนิคการปลอมแปลง แม้หยกที่คุณถืออยู่ในมือจะเป็นของแท้ แต่ก็อาจผ่านกระบวนการย้อมสี ฟอกสี เคลือบโพลีเมอร์ให้คงตัว หรือทำเป็นหยก 2 หรือ 3 ชั้น

หยกอาจแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามความเป็นไปได้ต่อไปนี้:

ประเภท A - หยกธรรมชาติ ไม่ผ่านกระบวนการแต่งเติม ใช้เพียงวิธีการดั้งเดิม (ล้างด้วยน้ำลูกพลัมและขัดด้วยขี้ผึ้ง) ไม่ผ่าน “กระบวนการที่ไม่เป็นธรรมชาติ” (เช่น การให้ความร้อนหรือแรงดันสูง) หยกประเภทนี้จะมีสี “จริง” ตามธรรมชาติ

ประเภท B - ผ่านการฟอกสีด้วยสารเคมีเพื่อลบความไม่บริสุทธิ์ ฉีดโพลีเมอร์ด้วยเครื่องเหวี่ยงสารเพื่อเพิ่มความโปร่งแสง หรือเคลือบด้วยพลาสติกหนาใส หินประเภทนี้จะไม่ทนทานและอาจเปลี่ยนสีเมื่อเวลาผ่านไป

เพราะโพลีเมอร์แตกตัวเมื่อโดนความร้อนหรือสารทำความสะอาดภายในบ้าน อย่างไรก็ตาม หยกประเภทนี้ยังถือเป็นหยกแท้ 100% และสีธรรมชาติ 100%

ประเภท C - ผ่านการฟอกสีด้วยสารเคมี ย้อมเพิ่มสี สีอาจเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเมื่อถูกแสงจ้า ความร้อนจากร่างกาย หรือสารทำความสะอาดภายในบ้าน

ขอบคุณ วิกิฮาว

 

สิริสวัสดิ์ภุมวาร มานอวลเสาวรภย์สบในสรวงนะคะ

โดย vinitvadee

 

กลับไปที่ www.oknation.net