วันที่ พุธ ธันวาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความสุขนี้...ไม่มีวันจาง


        ผ่านมาหลายวันแล้วค่ะ   สำหรับการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรของหมีน้อย   เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน  2560  ความรู้สึกตื่นเต้นของหมีน้อยคงจางหายไปแล้ว  เพราะเขากำลังมุ่งมั่นกับการทำงาน   แต่สำหรับแม่หมีความสุขที่เห็นเจ้าหมีน้อยในชุดครุยยังไม่จางหายไปเลยล่ะค่ะ   มันเหมือนเป็นรางวัลของการอดทนเพียรพยายามของแม่หมีและครอบครัวของเรา   เราไม่ได้หวังว่าหมีน้อยจะมาถึงขั้นนี้ได้   แต่เราแค่ทำดีที่สุดในทุกๆวัน  ดูแลและส่งเสริมพัฒนาการของเขา  เห็นเขาทำสิ่งใดได้เราก็สนับสนุน   สิ่งใดที่เขาทำไม่ได้เราก็พยายามแก้ไข  เราเอาใจใส่ดูแลเขาในทุกๆเรื่องตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆจวบจนทุกวันนี้ 

      ถ้าใครมามองหน้าบ้านแม่หมีในตอนเช้า  แม่หมีจะต้องออกมาส่งลูกๆไปทำงาน  พี่หมีใหญ่จะออกจากบ้านประมาณ  6 โมงกว่าๆ  เขาเข้างานเร็วเพื่อจะกลับมาถึงบ้านให้เร็ว  และเขาเป็นคนที่ไม่ชอบขับรถ  ชอบนั่งรถไฟฟ้า  เพราะที่ทำงานของเขาเมื่อออกจากรถไฟฟ้าก็เดินเข้าทางเชื่อมเพื่อเข้าไปในอาคารได้เลย  ส่วนหมีน้อยเขาไปถึงที่ทำงานประมาณ 10 โมง  ดังนั้นเขาจะออกจากบ้านประมาณ 9 โมงเช้าเขาเดินทางไปไกลกว่าพี่หมีใหญ่ค่ะ   ไปรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง  ไปขึ้นรถไฟฟ้าBTS  แล้วไปต่อรถไฟฟ้า MRT  เมื่อถึงจุดหมายก็ออกจากสถานีแล้วต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างอีกที   เป็นการเดินทางที่น่าเป็นห่วง   เพราะหมีน้อยเขาเป็นคนพิเศษและแม่หมีก็พาเขาไปฝึกเดินทางเพียงครั้งเดียวค่ะ   แต่ก็จะจดใส่กระดาษแผ่นเล็กๆว่าจะต้องไปต่อ MRT ที่สถานีใด  ต้องนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปเส้นไหน แล้วออกจากรถไฟฟ้าเมื่อถึงสถานีใด   ขากลับก็เช่นกัน  แม่หมีต้องเขียนว่าขากลับต้องใช้เส้นทางสายไหน  แล้วขึ้นที่สถานีใด   การมีลูกเป็นคนพิเศษจึงจำเป็นต้องรู้ข้อจำกัดของเขาและฝึกเขาให้ทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง    แต่เมื่อทุกอย่างเข้าระบบแล้วก็ไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วง   ห่วงก็แต่ว่าถ้าเจอปัญหาเฉพาะหน้าเขาจะแก้ปัญหาอย่างไร  อ้อ..กระดาษลายแทงแผนที่เดินทางตอนนี้ไม่ต้องใช้แล้วล่ะค่ะ   เพราะเขาใส่ข้อมูลไว้ในหน่วยความจำของสมองเขาแล้วค่ะ

      เช้าๆแม่หมีก็ต้องออกไปยืนส่งลูกๆทั้งสองคนตรงหน้าบ้าน(ส่งกันวันละสองหน  เพราะออกจากบ้านไม่พร้อมกัน) กอดและหอมแก้ม  อวยพรให้เดินทางปลอดภัย  ให้ตั้งใจทำงาน  เราส่งพลังกันทุกวันค่ะ  แต่ถ้าวันไหนที่แม่หมีลุกไม่ขึ้นพี่หมีใหญ่ก็จะเข้าไปในห้องนอน  แต่ถ้าแม่หมียังหลับเพราะเมื่อคืนอาจนอนดึกเขาก็จะไม่รบกวน   พอแม่หมีตื่นมา   อ้าว!พี่หมีใหญ่ออกไปแล้วยังไม่ได้อวยพรกันเลย    แม่หมีก็จะไลน์เข้าไปอวยพรในไลน์กลุ่มของครอบครัว  ส่งสติกเกอร์กัน  ไลน์มันก็มีประโยชน์ตรงนี้ล่ะค่ะ  แค่เขาเปิดมาอ่านแล้วเห็นสิ่งดีๆข้อความดีๆ   เขาก็มีความสุขมีกำลังใจทำงาน   แม่หมีเองก็มีความสุข   หมีน้อยเขาจะไลน์มาบอกทุกวันว่า  "ถึงที่ทำงานแล้วครับ"   หรือกลางวันมีไลน์มาบอก  "กินกลางวันแล้วครับ"  ส่วนตอนเย็นเขาก็จะโทรมาบอก  "แม่ครับจะถึงบ้านแล้วครับ  แม่จะให้ซื้ออะไรมั๊ย"   แล้วเขาก็ซื้อของที่แม่หมีชอบมาฝาก    หมีน้อยเขายังได้เงินเดือนไม่มากนักแต่ก็มีน้ำใจให้แม่ทุกวัน   แม่หมีก็หยิบเงินคืนให้เขา  เขาบอก "ไม่ เป็นไรครับ"   แม่หมีบอก  " เอาไปเถอะลูก เพิ่งทำงานใหม่ๆเงินก็ไม่มาก  แล้วค่าเดินทางก็หลายบาทอยู่  เอาไว้มีเยอะแล้วค่อยให้แม่ก็ได้"   ความจริงเรื่องการรับเงินจากลูก   แม่หมีก็ไม่ได้ต้องการเลยค่ะ   เมื่อพี่หมีใหญ่เขาเอาเงินมาให้  ตอนแรกก็ไม่รับ  แต่มีคนบอกว่า  "ต้องรับไว้นะ  จะใช้หรือไม่ใช้ก็ต้องรับ  เพราะลูกเขาจะได้รู้หน้าที่และมันก็เป็นการส่งเสริมให้ลูกได้รับผลบุญได้สิ่งดีๆที่พระเจ้าจะประทานพรให้เขา  เพราะเขาได้ทำหน้าที่ลูกที่ดี"  แม่หมีได้ฟังแบบนี้ก็เลยรับไว้  ไม่ใช้แต่จะเก็บเอาไว้ให้เขานั่นแหล่ะค่ะ  

       ยังมีรูปภาพหมีน้อยมากมายในชุดครุยค่ะ  อยากจะหยิบมาถ่ายภาพเมื่อไหร่ก็สามารถทำได้  เพราะเราไม่ได้เช่าแต่เราสั่งตัด 555 ไซส์ของหมีน้อยน่าจะหายาก  ร้านบอกตัดไว้เลยดีกว่ามั๊ง   และเดี๋ยวนี้แบบเช่าตัดก็ไม่มีแล้วค่ะ อยากได้ชุดครุยใหม่ๆสีขาวจึงต้องตัด   เพื่อนๆหมีน้อยก็ทำแบบนี้เหมือนกันทั้งนั้น   อยากถ่ายภาพเมื่อไหร่ก็หยิบมาใส่ได้เลย   อ่ะนะ...ครั้งนึงในชีวิต   วันนี้ขอเอาภาพความสุขที่ไม่มีวันจางมาแบ่งปันกัน   มาดูภาพกันค่ะ

        ภาพนี้เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2560  วันซ้อมวันแรก   วันที่ชุลมุนวุ่นวายกับการลงทะเบียนที่เล่าไปในเอ็นทรี่เก่า  ภาพนี้ดีใจมากค่ะ  ท่านรองคณบดีคณะบริหารธุรกิจ  ท่านหันมาเจอแม่หมีในขณะที่หมีน้อยและเพื่อนๆกำลังยืนเข้าแถวเพื่อรอขึ้นแสตนด์เพื่อถ่ายรูปหมู่  ท่านจำแม่หมีได้ค่ะ  ท่านบอก "มาๆคุณแม่มาถ่ายรูปกัน  ดีใจด้วยนะที่เขาเรียนจบ เก่งมากๆเลยครับ"   ท่านรู้ค่ะว่าหมีน้อยเป็นเด็กพิเศษ   และตอนสอบสัมภาษณ์เพื่อเข้าเรียนในคณะนี้  ท่านเป็นคนสอบสัมภาษณ์หมีน้อยเป็นภาษาอังกฤษด้วยตัวเองด้วยค่ะ

        วันซ้อมวันแรกที่ห้องประชุมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ  นี่คืออาจารย์กุ้ง  อาจารย์ที่ปรึกษาของหมีน้อยค่ะ  ขอบคุณค่ะอาจารย์ที่ดูแลหมีน้อยตลอดมา

      ข้ามมาวันที่ 12 พ.ย.2560 ซ้อมครั้งที่ 2  ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ  แม่หมีและพ่อหมีมานั่งรอตอนบ่าย 4 โมง  ทั้งวันที่ 4 และวันที่12 จะเริ่มซ้อมกันตั้งแต่เช้าจนห้าโมงเย็น  เพราะรับรวมทั้งหมด 9 ราชมงคล เพราะฉะนั้นจะผิดพลาดไม่ได้เลย  หมีน้อยโทรมาตอนเที่ยงบอก "คุณแม่มารอตอนบ่ายสี่ได้เลยครับ  อาจารย์ปล่อยเร็ว วันนี้ทุกคนทำได้ดีทุกคน "   วันนี้บัณฑิตและญาติจะมาถ่ายรูปกับบัณฑิต   เพราะที่คลองหกไกลมากค่ะ  หมีน้อยเขานัดพี่รหัสน้องรหัส  และญาติๆมาถ่ายรูปกันที่นี่   เพราะที่นี่คือสถานที่หมีน้อยเรียนมาสี่ปีเต็มๆ   แม่หมีและพ่อหมีมานั่งรอในร้านกาแฟของพี่ที่หมีน้อยสนิทเพราะกินกาแฟกันมาตลอดที่เรียนที่นี่  และแม่หมีก็เจอเธอบ่อยๆมาจนเป็นขาประจำของร้านกาแฟแห่งนี้



                    มาแล้วค่ะสามทหารเสือ  หมีน้อย  เอ และพี่หรั่ง  เพื่อนสนิทตลอดสี่ปีที่เรียนอยู่ที่นี่

            พี่รหัส    เป็นพี่ที่น่ารักมากตอนหมีน้อยอยู่ปี 1  เธอคอยดูแลหมีน้อยมาตลอด  น้องเรียนจบแล้วก็ยังกลับมาแสดงความยินดี   เธอเอาปากกามาให้เป็นรางวัลในการเพียรพยายาม


        หมีน้อยกับน้องรหัส   ใครๆบอกหมีน้อยน่าอิจฉามากมีพี่รหัสและน้องรหัสสวย  แต่หมีน้อยจะสุภาพกับพี่รหัสและน้องรหัสมากค่ะ   ไม่เคยคิดเป็นอื่นนอกจากความเป็นพี่น้อง


                                                   หมีน้อยที่สนามหญ้าหน้าตึกคณะ

       หมีน้อยหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา  หมีน้อยเรียนที่ตึกนี้  และชั้นล่างของตึกมีร้านกาแฟที่แม่หมีหอบเอาโน๊ตบุ๊คมานั่งพิมพ์เรื่องรอหมีน้อยเรียนเสร็จ   แม่หมีไปบ่อยมาก 555 มาแอบมีความทรงจำดีๆกับเขาด้วย   มานั่งทีไรเห็นนักศึกษาก็เลยคิดย้อนอดีตสมัยเราเป็นนักศึกษา  รู้สึกฟินดีเหมือนกัน


      หมีน้อยกับพี่หมีใหญ่  พี่อันวัรและพี่กันซีร์พี่ๆซึ่งเป็นลูกของพี่ชายแม่หมี  มาแสดงความยินดีกับน้อง  หมีน้อยถือเป็นคนเล็กที่สุดในรุ่นนี้ค่ะ


        กับครอบครัวพ่อหมีค่ะ  แม่หมีแอบขำค่ะ  บัณฑิตหมีน้อยมีคนมาแสดงความยินดีด้วยการนั่งวีลแชร์และถือไม้เท้าด้วยถึงสองคน  คือคุณย่าและคุณแม่  (แม่หมีขำตรงที่แอบตีเสมอคุณแม่สามีด้วยการนั่งวีลแชร์และถือไม้เท้าเหมือนกัน 555 แถมแม่หมีก็ไม่เขินด้วย  ชิลมากค่ะ)


      ค่ำแล้วเราเลยมาถ่ายรูปที่หน้ามหาลัย  หมีน้อยยังไม่ยอมกลับเพราะรอน้องรหัสอีกคน  นี่ยังขาดน้องรหัสผู้ชายอีกหนึ่งคน  น้องเอิร์ธ  ติดธุระค่ะ


                                     ครอบครัวหมีทำมินิฮาร์ท  แต่จริงๆแล้วหัวใจเรามหึมา

        กับครอบครัวคุณย่า  ทุกคนปลื้มใจกับความสำเร็จของหมีน้อยมากค่ะ  อาต๊อปน้องพ่อหมีบอก อาต๊อปจองร้านอาหารไว้แล้ว  จะเลี้ยงทุกคนที่มาแสดงความยินดีกับหมีน้อยเลย  ถ่ายภาพเสร็จครอบครัวคุณย่าจะไปรอที่ร้านก่อนค่ะ


    ครอบครัวหมีกับหลานชาย ความจริงมีอีกหลายคนแต่บางครอบครัวมาไม่ได้และแม่หมีสั่งไม่ให้มาเพราะพ่อแม่ป่วยทั้งสองคน  ดูแลพ่อแม่เถอะ  มาแสดงความยินดีกับหมีน้อยเมื่อไหร่ก็ได้


       พี่หมีใหญ่ผู้เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญช่วยดูแลน้องมาตั้งแต่เกิด   ขอให้รักกันแบบนี้ตลอดไปนะครับลูก   แม่รักและภูมิใจกับลูกทั้งสองคนมากนะครับ


                ข้างขวาพี่อันวัรพี่ใหญ่ที่สุดของรุ่นเดียวกัน  และพี่กันซีร์รุ่นราวคราวเดียวกับพี่หมีใหญ่  


      จะตามไปสมทบกับครอบครัวคุณย่าแล้วค่ะ   ตกลงไม่มีใครไปกินอาหารต่อกับพวกเรา    พี่รหัสไม่ไปเพราะต้องไปถ่ายรูปกับเพื่อนที่เพิ่งจบปีนี้  ส่วนน้องรหัสก็ต้องรีบกลับบ้านเพราะพ่อแม่เป็นห่วง  เฮ้อ!! เห็นสาวๆแล้วอยากมีลูกสาวจังค่ะ  ลูกสาวของแม่หมีจะหน้าตาแบบไหนน้อ...นิสัยจะน่ารักมั๊ยนะ   จะช่างคุยมั๊ยเนี่ย 555   ในภาพเจ้าหมีน้อยชอบเก๊กท่าแบบนี้ล่ะค่ะ

        ตามมาที่ร้าน  Mama Roti  ตรงซอยเย็นอากาศ  ร้านอยู่ริมถนนค่ะ  อาต๊อปจองไว้ประมาณ 20 กว่าคน แต่พอเราเข้าไปแค่ 4 คน  อาต๊อปดูผิดหวัง  "มากันแค่นี้เองเหรอ" 

        แม่หมีบอก "เขาติดธุระกันหมดค่ะ"   แม่หมีรีบให้หมีน้อยไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะกลัวชุดครุยจะเปื้อน   ยังต้องใช้ซ้อมใหญ่และวันรับจริงอีก


     เจ้าของร้านเป็นเพื่อนกับอาต๊อป  พอรู้ว่ามาเลี้ยงฉลองรับปริญญา (ทั้งๆที่ยังไม่ถึงวันรับจริง) เลยจัดจานพิเศษ  ซูชิแซลมอนจานใหญ่มาให้เป็นของขวัญให้หมีน้อยเป็นพิเศษ  ร้านนี้ขายอาหารหลากหลายค่ะ  มีข้าวหมก มีโรตี  แต่เขามีร้านอาหารชาบูอยู่ใกล้ๆกันและมีอาหารญี่ปุ่นด้วยจึงสั่งมากินที่นี่ได้ด้วยค่ะ

     ตอนรับประทานอาหารเสร็จ อาต้อมบอกให้หมีน้อยลุกขึ้นพูดอะไรก็ได้ที่อยากพูดเนื่องในวันที่หมีน้อยจะเข้ารับพระราชทานปริญญา  เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ค่ะ แต่อัดเป็นวิดิโอไว้ค่ะ   หมีน้อยของเราลุกขึ้นอย่างไม่มีอิดเอื้อนแต่มีเขินนิดๆ  แล้วเขาก็พูดขึ้นว่า  " เอิ่มมม...คือมันเป็นการเดินทางที่ยาวไกลมาก   ตั้งแต่ผมเรียนอยู่ชั้นอนุบาล..." ทุกคนตั้งใจฟัง  แม่หมีคิดเอาล่ะสิ  สงสัยจะเป็นมหากาพย์ เริ่มตั้งแต่อนุบาลเลยเชียว  แล้วหมีน้อยก็พูดต่อ  " จนมาถึงวันนี้  ขอบคุณมากครับที่ทุกคนสนับสนุนผมมาตลอด "  แล้วก็ก้มหัวลงคำนับ ป้าดดดด.....จบเร็วกว่าที่คิด   คุณย่าและอาๆทุกคนรวมทั้งครอบครัวหมีหัวเราะและปรบมือให้หมีน้อย  เอานะกว่าจะถึงวันนี้เดินทางมาไกลมาก  พูดได้แค่นี้ก็ดีแล้ว 5555  หลงตั้งใจฟังอย่างเต็มที่น่ารักจริงๆ หมีน้อยของพวกเรา  จะเอาลงยูทูปก็ไม่ถึงนาที 555 มาเร็วเคลมเร็วจริงๆ


      หน้าร้าน Mama Roti  ครอบครัวหมีและครอบครัวคุณย่า  ซึ่งยังไม่ครบนะคะ  วันที่ 15 ที่จะถึงนี้จะมีการพบปะคนในตระกูลของพ่อหมี  น่าจะเกินหลักร้อยค่ะ


      ข้ามช๊อทวันเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร  วันที่ 22 พ.ย.2560 มาวันที่ 26 พ.ย. เลยค่ะ  วันนี้ตอนเช้ามีงานแต่งงานของพี่อันวัร  ธีมงานสีเขียวอมฟ้ากับสีชมพู  แม่หมีมีเขียวอมฟ้าค่ะ   แต่ก็อยากใส่สีเขียวนี้เพราะออกจากงานเราจะเลยไปร้านมะมาเฮิร์บกันค่ะ   เราต้องพาหมีน้อยไปหมักผมแล้วเราก็เอาชุดครุยไปด้วย  เพราะจะไปถ่ายรูปกับคุณยายและคนที่ร้านมะมา    คือต้องบอกว่าเราเหมือนลูกหลานของคุณยายไปแล้วค่ะ  พอไปถึงแม่หมีก็พาหมีน้อยไปใส่ชุดครุยแล้วออกมาถ่ายรูปกันค่ะ   มีรูปหลายรูปค่ะถ่ายกับลูกค้าด้วย   คือลูกค้าที่นี่หมักผมเสร็จก็ไม่กลับค่ะ  อยู่ร้องเพลงในห้องคาราโอเกะกันครอบครัวหมีก็กลับค่ำแล้วเราก็ทำผมกันมาหลายปี  เจอหน้ากันทุกอาทิตย์   จนสนิทกัน  ทุกคนร่วมแสดงความยินดีกับหมีน้อย   ทุกคนจะชินกับภาพเด็กหนุ่มที่หมักผมเสร็จก็มานั่งวาดภาพเงียบๆ  หรือเอาโน๊ตบุ๊คมาเปิดทำโน่นทำนี่จนกว่าพ่อหมีจะพากลับบ้านนั่นก็คือมืดค่ำแน่ะค่ะ



      คุณยายร้านมะมาที่พวกเราเรียกว่า  "คุณแม่" คุณยายรักเจ้าหมีน้อยค่ะ  คุณยายบอกเขาเก่งแล้วมีอะไรบางอย่างที่ทำให้รักและเอ็นดูเขา   วันนั้นคุณยายสั่งพิซซ่ามาเลี้ยงฉลองค่ะ  ทั้งๆที่ร้านของคุณยาย  จะมีอาหารให้คนมาทำผมกินฟรีๆได้   ตอนนี้เลยสั่งพิซซ่ากันแทบทุกอาทิตย์เลย  คุณยายดีใจมากกับความสำเร็จของหมีน้อยเลยจัดไป 1 ฟอด


      ข้ามช็อทมาวันที่ 5 ธันวาค่ะ  ไปถ่ายรูปกันที่บ้านป้าติ๋ม  ป้าติ๋มและลุงแมนเพิ่งออกจากโรงพยาบาล  ป้าติ๋มเป็นคนไปเฝ้าแม่หมีที่โรงพยาบาลตอนผ่าตัดคลอดหมีน้อยค่ะ  ป้าติ๋มบอกมาตลอดว่า   หมีน้อยตอนแรกคลอดตัวเล็กมากเท่ากับโค๊กขวดลิตร  ป้าติ๋มบอกไม่น่าเชื่อว่าจะได้เห็นความก้าวหน้าของหมีน้อย  วันที่เราไปถ่ายภาพกันที่มทร.กรุงเทพ  แม่หมีไม่ให้ลูกสาวของป้าติ๋มไปแสดงความยินดีเพราะ  ป้าติ๋มและลุงแมนป่วยต้องนอนโรงพยาบาลทั้งสองคน  ภาพนี้คือครอบครัวของป้าติ๋มค่ะ   โปรดสังเกตสีรั้ว  ป้าติ๋มชอบสีเขียวนี้ค่ะ  สีรั้วเดิมสีอ่อนกว่านี้  แต่ก่อนหน้าเราบอกไปว่าเราจะไปถ่ายภาพ  ป้าติ๋มกำลังจะให้ช่างมาทาสีรั้วป้าติ๋มเลยสั่งทาสีนี้  ป้าติ๋มดูรูปชุดครุยของหลานแล้วบอกสีถูกใจป้าติ๋มมากๆ  เลยเลือกสีนี้เว่อร์วังมั๊ยล่ะคะ


              ลูกสาวป้าติ๋มที่แม่หมีเลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะค่ะ  ดีใจกับความสำเร็จของน้องชายคนนี้มากๆ


                                     แถมภาพนี้ให้ป้าติ๋มค่ะ  เป็นกำลังใจให้พี่สาวคนนี้ค่ะ


      ภาพเก่าแห่งความประทับใจค่ะ   เห็นสีม่วงที่ครุยของพี่หมีใหญ่กับชุดของแม่หมีมั๊ยคะ  ภายใต้ผ้าคลุมฮิญาปคือศรีษะที่ปราศจากผมของแม่หมี   ลูกๆของแม่หมีนำความปลาบปลื้มใจมาให้ครอบครัวของเรา   ความสุขของครอบครัวเราคือได้เห็นความสำเร็จของลูกๆค่ะ  ปีหน้าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด  ก็จะมารายงานเรื่องพี่หมีใหญ่จบปริญญาโทค่ะ  ความสุขนี้...ไม่มีวันจางค่ะ

      ขอบคุณสำหรับการอ่านเรื่องราวและบรรยายภาพอย่างยืดยาว   หวังว่าเพื่อนๆชาวบล็อกเกอร์และผู้ที่แวะเวียนมาอ่านจะมีความสุขไปด้วยกันนะคะ

       บรรยายความโดย
                      แม่หมี ( แม่ที่ช่างเล่าเสียจริงๆ)



        

โดย แม่หมี

 

กลับไปที่ www.oknation.net