วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนังชนโรง: ๙ ศาสตรา ก้าวที่กล้าของคนไทย


หนังชนโรง:  ๙ ศาสตรา ก้าวที่กล้าของคนไทย

เมื่อแรกเห็นหนังตัวอย่างของ ๙ ศาสตรา ก็ทำให้เกิดความรู้สึกสนใจและอยากดู  นี่คือแอนิเนมชั่นเลือดไทยที่น่าจะไปไกลบนเวทีโลก

รามเทพนครตกอยู่ภายใต้การครอบครองของเทหยักษา องค์รัชทายาทถูกซุกซ่อนรวมกับกลุ่มข้าทาสแรงงานเพื่อปกปิดสถานะ โหรชราทำนายว่าจะมีบุรุษผู้เกิดภายใต้ฤกษ์แห่งดวงดาว ซึ่งจะได้ครอบครองศาสตราวุธ และสามารถกอบกู้รามเทพนครได้  จหมื่นพันธ์วรเดชลอบเข้าไปขโมยศาสตราวุธและหนีออกมาพร้อมกับเด็กชายทารกคนหนึ่ง  ระหว่างทางถูกพรานทมิฬทำร้ายจนหายสาปสูญ    หลายปีต่อมา เด็กชายเติบโตในชื่ออ๊อด  ใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านนกแอ่น  และได้ถูกฝึกฝนวิชามวยไทยจากปรมาจารย์เฒ่าใบ้ และฝึกฝนสมาธิจากหลวงพ่อสิน  แต่ภัยร้ายก็กล้ำกรายมาถึงจนเกิดการสูญเสียในหมู่บ้าน  อ๊อดหนีตายออกไปพร้อมกับศาสตราวุธ  ระหว่างทางเขาได้พบกับองค์ชายวานร วาตะที่ ๓  อสูรสีชาด ยักษ์ผู้แปรพักตร์ และฟงเอ๋อ หัวหน้าสาวโจรสลัดอากาศ ทั้งหมดจึงรวมกันเดินทางสู่รามเทพนครเพื่อส่งมอบศาสตราวุธให้แก่องค์รัชทายาทเพื่อใช้กอบกู้ แต่หนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยบรรดากองทัพยักษ์ที่ร้ายกาจ

สำหรับผู้ให้เสียพากย์ประกอบด้วย

อ๊อด ให้เสียงโดย ไต้ฝุ่น KPN กนกฉัตร มรรยาทอ่อน  

เทหยักษา ยักษ์ตัวร้ายของเรื่อง พากย์โดย น๊อต วรฤทธิ์  เฟื่องอารมณ์

เสี่ยวหลาน ให้เสียงโดย สาวิตรี สุทธิชานนท์  หรือ โบว์  True AF5

วานร วาตะที่ ๓  และ อสูรสีชาด ให้เสียงพากย์โดย มิวสิค แห่งบ้าน AF4 รัชพล แย้มแสง และ ศิริชัย เจริญกิจธนกุล ตามลำดับ  ปิดท้ายด้วย พรานทมิฬ ได้ดีเจ นิมิต ลักษมีพงศ์ มาทำหน้าพากย์

๙ ศาสตราเป็นผลงานการสร้างของ Exformat Films   ประกอบด้วย อภิเษก วงศ์วสุ โปรดิวเซอร์บริหาร, ภูศณัฏฐ์ การุณวงศ์วัฒน์ โปรดิวเซอร์ฝายผลิต  ส่วนผู้กำกับแท็คทีมกัน ณัฐ ยศวัฒนานนท์ กับ กันย์ พันธุ์สุวรรณ  ภายใต้โครงเรื่องหลักโดยศุภากร เหรียญสุวรรณ และผู้กำกับณัฐ ที่พ่วงตำแหน่งผู้เขียนบทร่วมกับ ดารกา วงศ์ศิริ และ Byran Edward Hill บก.และนักเขียนคอมิกส์มาช่วยทำให้บทหนังมีมุมมองเป็นสากลมากขึ้น

หลังจากได้ดู นี่คือหนังที่สามารถผสมผสานอัตลักษณ์ความเป็นไทย โดยมีมุมมองนำเสนอที่เป็นสากล  ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ได้เห็นงานแอนิเมชั่นของไทยยกระดับสู่สากล  แม้ว่าหลายต่อหลายอย่างจะเห็นได้ว่าได้รับอิทธิพลมาจากงานหลาย ๆ รูปแบบ ซึ่งทีมงานเองก็ได้ยอมรับบางส่วนก็เป็นเช่นนั้น  ไม่ว่าจะเป็นหนังกำลังภายใน ประเภทที่ตัวเอกไปเจอยอดคนและฝึกฝีมือ ได้อาวุธวิเศษ

งานออกแบบตัวละครที่มีความเป็นมังงะ โดยเฉพาะดราก้อนบอล ที่บรรดาตัวละครสามารถเร่งพลัง  และ เซนต์เซย์ย่าที่ดีไซน์ศาสตราวุธกลายเป็นเกราะ ๘ ชิ้นสวมลงบนร่างกาย เปล่งประกายสีทอง เหมือนชุดโกลคลอร์ธ ในขณะที่เนื้อหาบางส่วนก็ทำให้นึกไปถึง องค์บาก ทั้งสามภาค

ที่น่าสนใจคือ งานด้านภาพและตัดต่อ โดยเฉพาะฉากแอ็คชั่นที่ทำให้นึกถึงงานภาพแบบ แซ็ค ซไนเดอร์  ที่ใช้การตัดต่อเร็วสลับช้าพร้อมกับการเคลื่อนกล้อง 360 องศา  

งานออกแบบโลเคชั่นที่ผสมผสานทั้งโลเคชั่นแบบไทย และต่างประเทศมารวมกัน  ฉากหมู่บ้านนกแอ่นที่นึกไปถึง กระบี่ โดยเฉพาะแลนด์มาร์ก เกาะตะปู, เกาะพีพี  ซึ่งในฉากนี้สะท้อนการใช้ชีวิตของหมู่บ้านเก็บรังนก, รามเทพนครที่ออกแบบเป็นวงกลม มองดูก็ให้นึกถึงทั้งโคลอสเซียม และอารยธรรมมายา อินคา แอซแท็ค  หรือการบอกเล่าเรื่องราวผ่านการแกะสลักไม้ 

หากแต่แกนหลักจริง ๆ ก็คือ การนำเสนอผ่านสิ่งที่ชาวต่างชาติคุ้นเคย มวยไทย  ซึ่งถือเป็นการต่อยอดจาก องค์บาก ที่ได้ปูทางไว้บนเวทีโลกแล้ว รอยสักต่าง ๆ  รวมไปถึง รามเกียรติ์  ที่เห็นได้ชัดจากบรรดายักษ์  เทหยักษา ก็คือ ทศกัณฐ์  ส่วน อสูรสีชาดก็ต้องนึกถึงพิเภก วาตะที่ 3 ก็หนุมาน หรือแม้แต่ชื่อรามเทพนครก็นำมาจากพระราม   

เสี่ยวหลานที่เป็นสาวจีน แน่นอนในยุคนี้จีนคือตลาดใหญ่  วิธีคิดแบบฮอลลีวู้ดที่อิงกระแสจีนด้วยการสร้างตัวละครจีนขึ้นมา จึงไม่ผิดหากจะเอามาใส่ในหนัง และผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าคุ้มค่าเนื่องเพราะถูกซื้อสิทธิ์ไปฉายเรียบร้อยแล้ว

แต่ทั้งหมดหากจะบอกว่าลอกเลียนก็คงจะไม่ใช่ แต่หากบอกว่านี่คือ Inspire (แรงบันดาลใจจาก...) หรือ Reference (อ้างอิง) น่าจะเหมาะสมกว่า ซึ่งก็ต้องปรบมือให้ทีมงานที่สามารถผสมผสานทั้งหมดเข้ากับธีม แฟนตาซี แอ็คชั่น  และงานแบบ Coming of Age พร้อมกับสอดแทรกคติมากมายขึ้นกับวุฒิภาวะของเด็กแต่ละคนจะได้ไปมากน้อยแค่ไหน 

ที่เห็นกันง่ายที่สุดและนำไปสอนเยาวชนได้คือ คุณสมบัติของผู้ครอบครองศาสตราวุธ ต้องประกอบด้วย เชี่ยวชาญ กล้าหาญ เสียสละ เข้มแข็ง ปกป้อง เมตตา สติ สมาธิ และ ศรัทธา หรือจะว่าด้วยมิตรภาพต่างเพศต่างชาติพันธุ์ก็ยังได้

ด้วยความตั้งใจของทีมงาน หมดเวลาไป ๔ ปี ทุนสร้าง ๒๐๐ กว่าล้านบาท  จึงอยากแนะนำให้ทุกท่านที่ชอบบ่นว่าแอนิเมชั่นไทยล้าหลัง ทำกันเองดูกันเอง คุณต้องไปดู ๙ ศาสตรา แล้วจะรู้ว่างานดี มีมาให้ดูแล้ว พาลูกพาหลานไปช่วยกันอุดหนุนจะได้เป็นกำลังใจแก่คนสร้าง  ที่สำคัญอย่าสนับสนุนงานละเมิดลิขสิทธิ์ที่ไปแอบซูมมาโดยเด็ดขาด  ส่วนผู้เขียนขอให้กำลังใจแก่ทีมงาน ปรบมือรัว ๆ  แถมด้วย #งานนี้ต้องดู! ด้วยนะ

ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้จากจิตที่มีศรัทธา  ไม่ว่าจะอยู่ในหนัง, ทีมงานสร้าง หรือแม้แต่คนดูก็ตาม  การกระทำใด ๆ ก็ตามต้องมีความศรัทธาในสิ่งที่ทำ แม้ว่าระหว่างทางจะถูกทดสอบด้วยความผิดพลาด ผิดหวัง ก็ตาม  แต่หากเรามีศรัทธามากพอปาฏฺหาริย์จะบังเกิด 

๙ ศาสตรา The Legend of Muaythai:  9 Satra (2018) Directed:  พงศา กรศรี, ณัฐ ยศวัฒนานนท์, กันย์ พันธ์สุวรรณ/Starring (Voice):  กนกฉัตร มรรยาทอ่อน, สาวิตรี สุทธิชานนท์, ศิริชัย เจริญกิจธนกุล, รัชพล แย้มแสง, วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์, นิมิต ลักษมีพงศ์/Screenplay:  ณัฐ ยศวัฒนานนท์, ดารกา วงศ์ศิริ, Bryan Edward Hill/Story:  ณัฐ ยศวัฒนานนท์, ศุภากร เหรียญสุวรรณ/Music:  สุธี แสงเสรีชน, Ryan Shore, นคร โฆสิตไพศาล/Director of Photography:  ณัฐ ยศวัฒนานนท์, สุวรรณดี จักราวุธ/Distributed:  MPictures/Running time:  102 Mins.

Trailer:  https://youtu.be/mUCiOQTPYT8  by MovieMPicutres

 

MV ท้า by Slot Machine  Song from 9 Satra:  https://youtu.be/mU7t_XXHKTc

 

Official Website:  http://www.9satramovie.com/

ภายในประกอบด้วย Trailer, ตัวละคร, นักแสดงและทีมงาน, เรื่องย่อ, ซื้อตั๋ว, การ์ตูนคอมิคส์ Download,  ข่าว, กิจกรรม และ Dowload Poster & Graphic Design

Facebook:  https://www.facebook.com/9satramovie/

ขอบคุณที่มาข้อมูล:  Wikipedia, 9satramovie.com

ขอบคุณที่มาภาพประกอบ:  Sanook, youtube.com, script.today, movie.kapook.com, twitter.com, za.in.th, The Nation, Major Cineplex, LINE Today

นั่งบ่นหลังโรง

ผู้เขียนขอพื้นที่ส่วนตัวหน่อยครับ  ปกติเมื่อเข้าโรงหนัง ได้ที่นั่งแล้วสิ่งแรกที่ผู้เขียนทำทุกครั้งคือปิดมือถือเสมอ (ย้ำ....ปิด Power เลย)  ดูหนังจบค่อยเปิดมือถือ  แต่พฤติกรรมที่เห็นเป็นประจำจนเหมือนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วเวลาที่อยู่ในโรงหนัง  คือบรรดาคนดู (บางคน หรือ หลายคน) ที่มีงานยุ่ง  ธุรกิจรัดตัว แต่อยากดูหนัง เข้ามานั่งดูหนังไป แชทไป มีทั้งแบบแชทมันทั้งเรื่อง หรือเป็นระยะ ๆ เรียกว่าตั้งแต่นั่งยันหนังจบ

ที่ต้องนำมาเล่ากล่าวกันก็เพราะ ระหว่างดู ๙ ศาสตรา  ผู้เขียนดีใจที่เห็นภาพกิจกรรมในครอบครัว พ่อแม่ผู้ปกครองจูงมือลูกหลานเข้ามานั่งดูหนังร่วมกัน  ถือเป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้อบอุ่น 

แต่ในมุมตรงข้าม การที่ผู้ปกครองหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายวีดีโอ ถ่ายคลิป ไลฟ์สด แชท ในระหว่างดูหนัง  ถือเป็นตัวอย่างที่ไม่เหมาะสมแก่เยาวชน  นั่นเพราะเรากำลังทำให้เด็กคิดว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งถูกต้อง  การกระทำดังกล่าวจึงไม่ต่างกับการปลูกฝังค่านิยมผิด ๆ ให้เด็กรับรู้  ซึ่งในความจริงทางโรงหนังทุกเจ้าก็มีมาตรการเตือนการแชท การคุยในโรงหนังเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของคนอื่นในที่สาธารณะ  การแอบถ่ายคลิป ไลฟ์สดแล้วหันกล้องไปทางจอหนัง ก็ไม่ต่างจากการละเมิดสิทธิภาพยนตร์ไม่ว่าจะถ่ายเก็บไว้ดูเอง หรือแชร์ต่อ ล้วนแต่เป็นสิ่งผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น    ขนาดผู้เขียนเลือกรอบเช้า (10.30 น.) เพื่อจะได้มีคนดูน้อยแล้ว  ยังเห็นมีหลายครอบครัวที่ทำแบบที่กล่าวมา (ไลฟ์สด แอบถ่าย แชท)   ถ้าผู้ปกครองทำผิดเสียเอง แล้วเราจะสอนสิ่งถูกต้องให้เด็ก ๆ ได้อย่างไร  ยกเว้น บอกกับเด็กว่าการกระทำของเราเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีของสังคม ไม่ควรเลียนแบบ   จะกล้าทำกันเหรอ?

ผู้เขียนก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผู้เขียนบ่นให้ฟังมันเป็นสิ่งถูกต้องหรือไม่  แต่เมื่อยังเล็ก คุณแม่คุณพ่อผู้ล่วงลับของผู้เขียนอบรมให้เคารพสิทธิส่วนรวม  ดูหนังห้ามคุย ห้ามวิ่งเล่น ในโรงหนัง มันเป็นการรบกวนคนดูอื่น ๆ ในโรงหนัง

ขอรณรงค์และขอร้องแบบเจ็ดล้านครั้งกันเลย  ร่วมด้วยช่วยกันเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชน สอนสิ่งที่ถูกต้องให้แก่พวกเขาจะดีกว่าไหมครับ?

จะว่าไป หรือเป็นที่ผู้เขียนผิดเองกันหนอ?

โดย คนคอหนัง

 

กลับไปที่ www.oknation.net