วันที่ พุธ มกราคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนาวนี้ที่..ภูเรือ


   

ฝนขาดเม็ดไปไม่นาน

สายลมหนาวระลอกแรกก็เดินทางมาถึง ต้นไม้ในป่าเขาเก็บสะสมพลังงานไว้

เพื่อเตรียมพบกับความแห้งแล้งที่ต้องผจญตั้งแต่ฤดูหนาวตลอดจนฤดูร้อน

ใบไม้เริ่มเปลี่ยนแปลงจากสีน้ำตาลอ่อนจนเข้มกลายเป็นสีหมากสุก   

จากนั้นจึงปลิดขั้วสลัดใบทิ้งตัวลงเกลื่อนกลาด 

หัวจิตหัวใจของชาวใต้อย่างเรากระวีกระวาดนัก อยากไปสัมผัสลมหนาวดูสายหมอกดอกไม้ที่เมืองหนาว

 

ปีนี้เราเดินทางไปกี่พันกิโลเมตรแล้ว ฝ่าเท้าของเรามีใฝ่อยู่หรือเปล่าถึงได้เดินทางกันนักหนา 

คำทำนายแต่โบราณบอกว่าใครมีใฝใต้ฝ่าเท้าจะต้องเดินทางไกลหรือต้องอยู่ไกลบ้าน 

จริงเหรอที่ใครมีใฝใต้ฝ่าเท้าต้องเดินทางไกลเสมอๆ

 

นกยักษ์บินลัดฟ้าตัดอ่าวไทยเข้าสู่บางกอกตั้งแต่ฟ้าเริ่มสาง

นอกหน้าต่างแสงแดดระยิบระยับยามกระทบผิวน้ำทะเลมองดูเหมือนเกล็ดน้ำแข็งที่ลอยฟ่องอยู่บนผิวน้ำ

นกยักษ์บินตีวงสองรอบ เมื่อมองลงไปเห็นคุ้งน้ำเจ้าพระยาอยู่เบื้องล่าง

เคี้ยวคดลัดเลี้ยวไปตามริมฝั่งที่มีแนวป่าโกงกางและบ้านเรือนประปรายอยู่ริมสองฝั่ง  

เมื่อใกล้ถึงสถานที่ร่อนลงของนกยักษ์ ตึกรามบ้านช่องค่อยๆหนาแน่นขึ้น

จนกระทั่งมองไม่เห็นช่องว่างของผืนแผ่นดิน 

สองข้างปีกของนกยักษ์กระดกขึ้นเพื่อต้านแรงลมยามเมื่อร่อนลงบนลานกว้างของรันเวย์

 

ผมรีบคว้ากระเป๋าออกจากช่องเก็บสัมภาระที่อยู่เหนือศีรษะเพื่อทำเวลาให้เร็วที่สุด

รีบลงจากนกยักษ์แล้วไปสมทบกับ สว.ศิษย์เก่า ญว. ทั้งหลายรุ่นลายคราม

ที่รอผมอยู่ก่อนแล้วที่ โรงแรมอามารี ดอนเมือง

เส้นทางวิภาวดีรังสิต มุ่งตรงไปสระบุรี เราแวะรับประทานอาหารเช้าที่ร้านกาแฟบ้านสวน

อาหารที่นี่ราคาไม่แพงขนมก็อร่อยทุกอย่าง ผมซื้อติดขึ้นไปกินบนรถ

มีทั้งพุทราเชื่อม ขนมลูกตาลรสชาติหวานอร่อยกลิ่นลูกตาลหอมแตะจมูก มะขามแช่อิ่มที่หวานกรอบ 

เมื่อทุกคนต่างลิ้มรสกับอาหารเช้ากันเป็นที่เรียบร้อย รถตู้สองคันก็เร่งเครื่องออกจากร้านบ้านสวน

ตรงไปยังสระบุรีที่ไม่ต้องเลี้ยวขวา กว่าจะถึงหล่มเก่าต้องหิ้วท้องไปร่วมสี่ชั่วโมงกว่า แวะทานขนมจีน

เสร็จแล้วนั่งชมวิวฟังเพลงบนรถที่เปิดแหวนธิติมาสลับกับใหม่ เจริญปุระให้ฟังตลอดทาง 

ทำให้หัวใจของ สว.ทั้งหลายคึกคักร้องคลอกันไปเกือบตลอดทาง

มีบ้างบางคนคออ่อนต้องสับประหงกหัวเอนไปซ้ายบ้างขวาบ้าง  

เมื่อรู้สึกขึ้นมาก็คึกคักตามประสาวัยที่เพลงพาไปให้นึกย้อนถึงอดีตที่ผ่านมา 

ระยะทางจากหล่มเก่าไปภูเรือไม่ไกลนัก เพียงเก้าสิบกว่ากิโลเมตร

เราจึงรู้สึกผ่อนคลายเมื่อจุดหมายปลางทางอยู่ไม่ไกล สองข้างทางประกอบไปด้วยบ้านเรือน

หายากนักที่จะเป็นพื้นที่ว่างเปล่า  เมื่อถึงภูเรือเราเข้าที่พักก็รอรับประทานอาหารมื้อเย็น 

 

ทะเลหมอกภูเรือแม้ไม่ขึ้นชื่อมากนักแต่โลเคชั่นไม่เป็นสองรองใคร

เพิงผาเว้งว้างให้เรามองไปยังผืนฟ้าที่เวิ้งว้าง ทะเลหมอกเรี่ยๆไปตามยอดเขา

สุริยาค่อยๆสาดแสงแรงกล้าขึ้น จากแดงเป็นส้มแสดจนกระทั่งขาวจนแสบตา เมื่อนั้นเราก็ต้องหยุดมอง

 



ทะเลหมอก อช.ภูเรือ


ญว.ลายครามกับหนึ่งหลาน

ลายครามลั้ลล้า

 สอบถามข้อมูลได้นะคะ

 

วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง เดิมคือวัดพระกริ่งปวเรศ 

เป็นพระอารามที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงพระราชทานเงินซื้อที่ดินสำหรับสร้างวัดนี้ขึ้นมา

อยู่บนเขาที่มีวิวสวยรอบด้าน เมื่อเดินเข้าไปกราบพระพุทธรูปภายในจะรู้สึกสงบเย็น

สถาปัตยกรรมสวยงามศิลปกรรมละเอียดงดงาม




 

   เมื่อถึงฤดูหนาวเมืองเหนือแทบทุกจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นหน่วยราชการ

ร้านค้าธุระกิจมักปลุกดอกไม้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ความสวยความงามไม่ว่าใครก็ไม่ปฏิเสธ

ระหว่างทางเมื่อเจอความสวยงามของดอกไม้ก็อดไม่ได้ที่จะต้องลงไปถ่ายภาพ

ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็จะลงไปชมกันแทบทุกคน


 

วัดป่าห้วยลาด เดิมคือ สำนักสงฆ์ห้วยลาดก่อตั้งขึ้นโดย หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

 ได้จาริกธุดงค์มาภูคลั่ง ซึ่งอยู่ติดกับบ้านห้วยลาด ทางด้านทิศตะวันตก

ชาวบ้านห้วยลาดจึงมีความศรัทธาเลื่อมใส จึงได้อาราธนานิมนต์องค์หลวงปู่ชอบ

มาตั้งสำนักสงฆ์ห้วยลาด

วัดป่าห้วยลาดตั้งอยู่บนเนิน เมื่อเดินเข้ามาจะเห็นศาลาที่ตั้งอยู่บนเนินชัดเจน

ภายในศาลาจะเป็นที่ประดิษฐานพระประธานสีขาวบริสุทธิ์ สร้างด้วยแร่แคลไซด์

มีนามว่า พระสัพพัญญูรู้แจ้งสามแดนโลกธาตุ


ทั้ง ๒ ภาพ เป็นข้อคิดทางธรรมหรือเปล่า ผมตีความได้ว่าอย่าเป็นคนสองหน้า หรืออาจจะเป็นเหรียญสองด้าน

 พระสัพพัญญูรู้แจ้งสามแดนโลกธาตุ

หยุดก่อนความชั่วและสิ่งเลวร้ายทั้งหลาย

 

ขอบคุณครับที่เข้ามาชม

โดย สำรวจฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net