วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เช้านี้ จากทะเลหมอกเบตง ถึงนักลงทุนชาวไทย


3 ก.พ. 2561

                   3 ก.พ. 2561 บรรยากาศ ที่ จุดชมวิว ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ทะเลหมอกตลอดปี ที่สวยที่สุดในแหลมมลายู เช้านี้ ยังคงงดงาม อลังการ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและมาเลเซีย ทะลัก ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตสวนกระแสโลก

                   ทั้งนี้จากการจดสถิติ ของ อาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทะเลหมอก จุดชมวิวแห่งนี้เริ่่มดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือนพื้นที่ในหลักพัน ในปี 2557 หลักหมื่นในปี 2558 และขึ้นเป็นหลักแสน ในปี 2559 -2560 เฉลี่ยเดือนละ 20,000 คน ปีละ 240,000 คน เติบโตเร็วมาก เกิดที่พักโฮมสเตย์กว่า 30 แห่ง ร้านอาหารเล็กๆกว่า 30 แห่งทั้ง บนทะเลหมอกจนถึงริมถนน 410 เกิดกลุ่มธุรกิจของชาวบ้าน ทำท่องเที่ยว ล่องเรือคายัค กว่า 200 ลำ นำเที่ยวเดินป่า กว่า 5-10 ราย บริการเช่ารถ เช้ามอเตอร์ไซคกว่า 50 ราย มีเงินเข้าชุมชนโดยรวมขั้นต่ำ เดือนละ 3 ล้านบาท ทำให้เกิดอาชีพแรงงานทั้งระบบกว่า 300 คน เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ขยายไปเป็นกระแสเปิดจุดชมวิวทะเลหมอกทั่วสามจังหวัดชายแดนใต้ ผู้คนเดินทางไหลเวียน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ค่านิยมทัศนคติ วิธีคิด ตลอดจนวัฒนธรรม ระหว่างพื้นที่ได้แลกเปลี่ยนสัมผัสกันโดยตรง  เป็นทุนกำไรที่ไม่สามารถคำนวนได้เป็นตัวเลข กระแสการท่องเที่ยวเชิง วิถี วัฒนธรรมควบคู่ธรรมชาติ นับเป็นนวัตกรรมทางสังคม ที่วิวัฒนตามวิถีสังคมโลก เป็นโอกาสของผู้ในพื้นที่ และนอกพื้นที่ ที่ยากที่จะมองข้าม ทั้งภาครัฐและเอกชน ว่า ในวันนี้ สามจังหวัดชายแดนใต้พร้อมแล้วที่จะรับการพัฒนาทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ เป็นการปฎิวัติทางสังคมเพราะผลพวงจากพัฒนาการของโซเชี่ยลมีเดีย หรือ โลกออนไลน์นั่นเอง

 

                   ดังนั้น เอ็นทรี่นี้ จึงขอเชิญชวน คนไทยทั้งประเทศ ได้หันมามองสามจังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อทราบถึงทิศทางความเปลี่ยนแปลง ที่ต่างชาติ อย่าง จีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ เขากำลังรุกคืบ เพราะมองเห็นโอกาสในศักยภาพในพื้นที่ เพราะปัจจัยบวกทางภูมิศาสตร์ ธรรมชาติและวัฒนธรรม ตลอดจนโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ มันคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่สนับสนุนงประมาณในการสร้างสนามบินเบตง ที่อนาคตก็ต้องยกระดับเป็นสนามบินนานาชาติแน่อน โครงการก่อสร้างระเบียงกระจกชมทะเลหมอก สกายวอล์คที่ยาวที่สุดในโลก ตลอดจนจุดเด่นศักยภาพสถานที่ท่องเที่ยวอีกว่า 70 แห่ง จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่นักลงทุนชาวไทยไม่ควรมองข้าม เสียโอกาสให้กับทุนต่างชาติอย่างน่าเสียดาย

                    ซึ่งชาวต่างชาติที่มานั้น เขามีกลยุทธ์ที่น่าสนใจมาก เพราะเขามาเหมือนเทวดามาโปรด จะลงทุนในสิ่งชุมชนต้องได้ด้วย ไม่ทำลายธรรมชาติ ไม่ทำในสิ่งชุมชนสามารถทำเองได้ ทำแล้วคนในพื้นที่มีงานทำ นักศึกษา นักเรียนมีทางเลือกในสาขาอาชีพ ทำแล้วไม่ขัดหลักศาสนา ไม่ทำลายวัฒนธรรม เสียภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย มองแล้วมีฝ่ายเดียวที่น่าจะเสียโอกาสก็ คือ นักธุรกิจ ลงทุนชาวไทยนั่นเอง....ศณีรา รายงาน 

              

 

 

 3 ก.พ. 2561

3 ก.พ. 2561

3 ก.พ. 2561

3 ก.พ. 2561

3 ก.พ. 2561

3 ก.พ. 2561

3 ก.พ. 2561

3 ก.พ. 2561

3 ก.พ. 2561

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net