วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฉาวกว่ายันตระ-เณรคำ อดีตเจ้าอาวาสวัดดังนครปฐมอยู่กินกับเมีย 6 คนในวัด


นครปฐม - วงการสงฆ์สายวัดป่าร้อนฉ่า พระครูปลัดนิพนธ์ ธัมมทีโป โดนปลดจากเจ้าอาวาสวัดป่าปฐมชัย นครปฐม หลังถูกร้องเรียนอยู่กินแบบผัวเมียกับหญิง 6 คนในวัด ยักยอกรถหรูของญาติโยม จัดการเงินวัดไม่โปร่งใส คณะสงฆ์ตั้ง กก.สอบ ก่อนสั่งยุติ อ้างเจ้าตัวลาสิกขาแล้ว มีภาพยืนยัน ขณะผู้ร้องเรียนไม่เชื่อ คาดเป็นภาพตัดต่อ ลือแอบหนีไปอยู่ลพบุรี

หลังจากมีชาวบ้าน 7 รายเข้าร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของพระครูภาวนา โสภิต หรือ พระครูปลัดนิพนธ์ ธัมมทีโป เจ้าอาวาสวัดป่าปฐมชัย ตำบลหนองปากโลง อำเภอเมืองนครปฐม ต่อพระครูภาวนาวิมล ว. (สุพร ชัย สารธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสระกระเทียม เจ้าคณะอำเภอเมืองนครปฐม ชั้นปกครองสายธรรมยุต ด้วย 7 ข้อกล่าวหา มีเรื่องการเสพเมถุนกับหญิงหลายคน และยักยอกทรัพย์ของผู้ที่มาทำบุญ รวมถึงตั้งข้อสงสัยความไม่ชัดเจนการบริหารจัดงานเงินภายในวัด และประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสมณเพศ

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่วัดสระกระเทียม อ.เมืองนครปฐม คณะชุดสอบสวน นำโดยพระครูภาวนาวิมล ว.เจ้าคณะอำเภอเมืองนครปฐม เจ้าอธิการไพบูลย์ อัคคธัมโม เจ้าคณะตำบลพระปฐมเจดีย์ และพระสงฆ์คณะไต่สวนจากจังหวัดสุพรรณบุรี รวม 5 รูป ได้มีการเชิญผู้ร้องเรียนเข้ามารับฟังการชี้แจงผลการสอบสวนซึ่งเป็นแบบทางลับ ในที่ประชุมคณะสงฆ์ได้มีการแจ้งว่า พระครูปปลัดนิพนธ์ได้ส่งตัวแทนเป็นผู้หญิงส่งเอกสารแจ้งว่า พระนิพนธ์ หรือ นายนิพนธ์ เพ่งคุณ อายุ 41 ปี ได้ลาสิกขาบทไปแล้ว โดยมีภาพถ่ายยืนยันมาแสดงในที่ประชุม และได้แจ้งว่าถือเป็นการยุติการทำงานของคณะชุดสอบสวน


รื่องดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ร้องเรียน เนื่องจาก ภาพที่นำมาแสดงในที่ประชุมนั้นเป็นภาพตัดต่อ โดยที่ใบหน้าและลำตัวนั้นไม่ตรงกันกับสรีระของพระนิพนธ์ หรือ นายนิพนธ์ ซึ่งในที่ประชุมไม่อนุญาตให้มีการบันทึกภาพออกมาเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการตรวจสอบ โดยการประชุมราวเกือบ 2 ชั่วโมง ผู้ร้องเรียนแสดงเจตนาไม่รับผลการสึก ทางคณะพระปกครองผู้ทำการสอบสวนจึงทำเรื่องเตรียมเสนอกลับไปยังเจ้าคณะจังหวัดสายธรรมยุติ เพื่อพิจารณาต่อไป

หลังการชี้แจงผลการสอบสวน ผู้ร้องเรียนทั้ง 7 คนได้พยายามหลบผู้สื่อข่าวออกไป โดยได้กล่าวเพียงว่าให้ไปสอบถามคณะพระที่สอบสวน ซึ่งก่อนหน้าได้รับปากจะให้ข้อมูลและเตรียมเอกสารสรุปเรื่องที่มีการร้องเรียนมาให้กับสื่อมวลชนทั้งหมด มีเพียงนางอุไร (นามสมมติ) อายุ 77 ปี หนึ่งในผู้ร้องเรียน ได้ให้ข้อมูลว่า การประชุมดังกล่าว ได้นำภาพการลาสิกขาของพระนิพนธ์หรือนายนิพนธ์มาแสดง แต่หลายคนในที่ประชุมดูแล้วยืนยันว่าไม่ได้เป็นรูปจริงเนื่องจากเห็นแค่คอเท่านั้นและภาพก็ดูไม่เนียนเหมือนปกติ โดยยังมีหญิงคนที่สนิทกับพระนิพนธ์ ได้ดูแล้วยืนยันว่าไม่ใช่

นางอุไรกล่าวอีกว่า ตนเองเป็นชาวลพบุรี ได้มาเข้าวัด 2 ครั้ง ได้เห็นพฤติกรรมของพระนิพนธ์ หรือ นายพิพนธ์นั่งเมาอยู่ โดยมีหญิงสาวรายรอบ ซึ่งเห็นว่าไม่เหมาะสม กระทั่งมีคนในวัดที่เคยคลุกคลีในวงของพระนิพนธ์ ได้ออกมาบอกข้อมูลถึงความสัมพันธ์แบบผัวเมีย จึงมีการพยายามเก็บข้อมูลมานานหลายเดือน จนแน่ชัดจึงเข้าร้องเรียน ต่อตำรวจกองปราบปราม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนคปฐม จนกระทั่งมีการสอบสวนมาเรื่อยๆ

แต่เรื่องช้าไม่มีบทสรุป จนกระทั่งมาถึงการแจ้งว่าพระนิพนธ์ได้สึกไปแล้ว โดยทางคณะที่มาแจ้งมาบอกว่า คนที่นำเอกสารมาให้นั้นมีบุคลิกคล้ายหนึ่งในหญิงสาวคนสนิทของพระนิพนธ์ จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นภาพตัดต่อ และทราบว่าล่าสุดได้หลบหนีไปที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งตนเองพร้อมคณะที่ร้องเรียน จะมีการติดตามตัวต่อไป

ด้านเจ้าอธิการไพบูลย์ อัคคธัมโม เจ้าคณะตำบลพระปฐมเจดีย์ ได้บอกเพียงว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลอะไรได้ เนื่องจากยังไม่ชัดเจน อาจจะเกิดความเสียหายได้ โดยคาดว่าไม่นานเกินไปนักจะสามารถสรุปได้ ซึ่งในระเบียบของคณะสงฆ์มีอยู่แล้ว ส่วนการตรวจสอบทรัพย์สิน ในวัดป่าปฐมชัยก็จะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพุทธศาสนาเข้าไปดำเนินการอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะยุติการตอบคำถามและเดินกลับเข้าห้องประชุมโดยไม่ขอให้ข้อมูลใดๆ อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เข้าติดตามการไต่สวนมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีการให้ข้อมูล และมีการแสดงความไม่พอใจที่มีสื่อมวลชนที่มาทำการติดตามข่าว พร้อมทั้งวางแผนลวงให้ผู้สื่อข่าวออกจากพื้นที่ โดยบอกว่าพระนิพนธ์ได้กลับออกไปแล้ว และอาศัยช่วงที่ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามข้อมูลต่อเจ้าคณะอำเภอเมืองนครปฐม ประธานคณะสอบสวน ซึ่งได้ปฏิเสธการให้ข้อมูลทั้งหมด จึงได้ส่งรถไปรับพระนิพนธ์ออกจากทางด้านหลังสำนักงาน

จากวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา พระนิพนธ์ได้หายตัวไป พร้อมคนสนิทเป็นหญิง 2 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นอดีตนางพยาบาล ที่เป็นคนคอยดูแลสุขภาพของพระนิพนธ์ที่มารอรับฟังการแจ้งข้อกล่าวหาด้วย

สำหรับเรื่องดังกล่าวมีปัญหามาหลายเดือนแล้ว โดยมีผู้หญิงที่ขัดแย้งกัน และได้พยายามร้องเรียนต่างๆ นานา แต่ทางพระนิพนธ์ไม่ขอตอบโต้และไม่ให้ข้อมูล โดยมีแม่ชีและลูกสาวที่ทำงานในวัดได้ออกมาบอกว่า หากสื่อจะทำลายศาสนา และไม่กลัวตกนรกก็ให้นำเสนอข้อมูลได้เต็มที่ และไม่ข้อพูดอะไรทั้งสิ้นกับข้อกล่าวหา

จากนั้นวันที่ 13 ก.พ. ได้มีหนังสือคำสั่งเจ้าคณะตำบลพระปฐมเจดีย์ ที่ 1/2561 เรื่องให้พระสังฆาธิการพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ โดยในเนื้อหาระบุว่า พระนิพนธ์ ต้องหาว่าละเมิดจริยธรรมร้ายแรง ถ้าให้อยู่ในหน้าที่ระหว่างการสอบสวน จะเป็นการเสียหายแก่คณะสงฆ์ จึงได้อาศัยอำนาจว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ ใน พ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ.2505 ให้พระนิพนธ์พ้นในตำแหน่งหน้าที่ลงนามโดย เจ้าอธิการไพบูลย์ อคฺคธมฺโม และในวันเดียวกัน มีคำสั่ง ที่ 2/2561 แต่งตั้งพระครูจิตตภาวนานุสิฐ อายุ 73 พรรษา 53 วิทยฐานะ สังกัดวัดป่าดอนกระต่าย ตำบลสระพัฒนาอำเภอกำแพงแสน รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดป่าปฐมชัย

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังแหล่งข่าวที่เคยใกล้ชิดกับพระนิพนธ์ หรือ นายนิพนธ์ ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า เรื่องของการร้องเรียนนั้นเป็นเรื่องจริง โดยในข้อหาการยักยอกทรัพย์ นั้นเป็นเรื่องของรถยนต์ เก๋งมาสด้า ซีเอ็ก 5 จำนวน 1 คัน และรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าแคมรี่ 1 คัน โดยมีผู้ติดตามที่สนิทของพระนิพนธ์ ได้เอาไปใช้ จนถึงมีการแจ้งความในข้อหายักยอกทรัพย์ ไว้แล้วที่ สภ.เมืองนครปฐม โดยตำรวจกำลังเรียกคนสนิทหลายคนมาทำการสอบปากคำ เพื่อที่จะติดตามรถทั้ง 2 คันที่หายไปมาคืนให้กับเจ้าของ

ส่วนในเรื่องของการเสพเมถุน นั้นได้ระบุไปในหนังสือร้องเรียนด้วย เนื่องจากมีการวางแผนทำงานเป็นขบวนการ ซึ่งเป็นหญิงทั้งหมด 6 คนที่อยู่ใกล้ตัวและมีการบริหารงานด้านการเงินกันเองในวัด โดยไม่มีกรรมการวัดมาคอยดูแล ซึ่งพฤติกรรมจะมีการส่งผู้หญิงที่หน้าตาดีคนหนึ่ง ที่มีหน้าที่การงานดีในระดับสังคมชั้นสูงเกี่ยวกับสายการบิน ไปประกบกับผู้ที่มาทำบุญที่ดูดีมีฐานะให้เข้ามาร่วมกิจกรรมบุญ ก่อนจะขอให้สนับสนุนปัจจัยต่างๆ เข้าวัด

โดยผู้หญิงที่พัวพันทั้ง 6 คน ก็มีการอาศัยในวัด โดยปลูกบ้านเป็นหลังบ้าง เป็นห้องในวัดบ้าง ซึ่งมีพฤติกรรมอยู่แบบฉันผัวเมียมานานหลายปี ซึ่งยิ่งกว่ากรณีของพระยันตระหรือเณรคำ ทั้งนี้ยังนำปัจจัยที่ได้จากการทำบุญรับมากินใช้กันเอง จนคนใกล้ชิดหลายคนทนไม่ได้ ตกใจกับพฤติกรรมที่เป็นขบวนการแบบนี้โดยอาศัยผ้าเหลืองหากิน

ส่วนที่ผู้ร้องบางคนมีความหวาดกลัวและไม่ยอมพบสื่อ เพราะหลายคนเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม และมีอาชีพการงานที่ดี หากเป็นข่าวจะเกิดความอับอาย และยังมีกลุ่มที่ถูกล่อลวงต่างๆ นานา ให้เสียทั้งเงินและตัวให้ด้วย โดยไม่ช้าจะมีการรวบรวมข้อมูลมาเสนอต่อสังคมให้รับรู้ ซึ่งยังมีการแอบอ้างเบื้องสูงในหลายๆ เรื่อง เพื่อนำมาเป็นการการันตี ความมีอำนาจของพระนิพนธ์


ทั้งนี้ วัดป่าปฐมชัย เป็นสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งถูกจัดเป็นสถานที่สวยงามของวัดในจังหวัดนครปฐม จนมีการยกย่องว่าเป็นวัดที่เป็นอันซีนแห่งหนึ่งของจังหวัดนครปฐม ที่มีการก่อสร้างด้วยศิลปะยุคทวารวดี ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของจังหวัดนครปฐม และกำลังได้รับความนิยม ในด้านสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแห่งหนึ่งในประเทศ

ที่มา https://mgronline.com/local/detail/9610000019069

โดย ครูทิพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net