วันที่ พุธ มีนาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิธีเลือกตั้ง ส.ส. และ พรรคลุงกำนัน, ฝันหรือจริง


 

      มีคนถามผมเรื่องวิธีการเลือกตั้ง และ เรื่องพรรคลุงกำนันมาแยะครับ ผมจึงสรุปย่อๆ ดังนี้

      1. เรื่องการเลือกตั้ง
      ตามรัฐธรรมนูญจะมี ส.ส.ทั้งหมดมี 500 คน แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ส.ส.แบบแบ่งเขต 350 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) 150 คน แต่ครั้งนี้เลือกตั้งใช้บัตรใบเดียวคือบัตรเลือกผู้สมัคร ส.ส.เขต แต่นำคะแนนที่เลือกผู้สมัคร ส.ส.เขตไปคิดเป็นจำนวน ส.ส.ที่แต่ละพรรคจะได้รับเลือกตั้ง (รวมทั้งปาร์ตี้ลิสต์ด้วย)

      เรียกระบบเลือกตั้งนี้ว่า “จัดสรรปันส่วนผสม” หลักใหญ่คือทุกเสียงของประชาชนจะมีความหมาย ไม่ตกน้ำหายไป โดยหลักการคิดคะแนนจำนวน ส.ส. มีดังนี้

      เอาจำนวนผู้ลงคะแนนทั้งหมดที่เป็นบัตรดีเป็นตัวตั้ง สมมุติทั่วประเทศ มี 35 ล้านคน เท่ากับ 35 ล้านเสียงนี้คิดเป็นจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 500 คน หรือ 70,000 เสียง เท่ากับ ส.ส. 1 คน (เอา 35 ล้าน หารด้วย 500)

      ถ้าพรรค ก.ไก่ ได้คะแนนเสียงจากผู้สมัคร ส.ส.เขตทั่วประเทศทั้งสอบได้สอบตกรวมกันได้ 10 ล้านเสียง เท่ากับว่าได้ ส.ส.ทั้งหมด 142 คน (10 ล้านหารด้วย 7 หมื่น) แต่พรรค ก.ไก่ ได้ ส.ส.เขตมาแล้ว 120 คน คงขาดอีก 22 คน ก็เอาผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 1-22 ไปเติมให้ครบ 142

      สมมุติพรรค ข.ไข่ ได้คะแนนเสียงจากผู้สมัคร ส.ส.เขตรวมกัน 7 แสนเสียง เท่ากับว่าพรรค ข.ไข่จะได้ ส.ส. 10 คน (7 แสนหารด้วย 7 หมื่น) แต่พรรค ข.ไข่ไม่ได้ ส.ส.เขตเลยสักคนเดียว (ไม่ชนะที่ 1) เลย ก็เอาผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 1 –10 ไปเป็น ส.ส.

      ดังนี้ทุกเสียงของประชาชนจึงมีค่ามาก พรรคมีสตางค์มากถ้าไม่มีคนดีหรือมีอุดมการณ์แล้ว ก็จะไม่ได้รับเลือกตั้ง (ยกเว้นซื้อเสียงเอา) พวกที่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคใหญ่ๆ ซึ่งมีรายชื่อคนเฮงซวยก็จะไม่ได้เป็น ส.ส.ง่ายๆ แบบเดิมอีก

      2. เรื่องพรรคลุงกำนัน
      หลายคนฝันถึงประชาชนหลายล้านคนที่ออกมาสนับสนุนกลุ่ม กปปส. ผมเคยบอกไปแล้วว่า ประชาชนเหล่านี้ 50% ออกมาเพราะสถานการณ์ในขณะนั้นบีบบังคับ ส่วนหนึ่งก็เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์, กลุ่มพันธมิตรฯ, สันติอโศก ฯลฯ ส่วนที่เหลือเป็นของลุงกำนันมีอยู่ประมาณ 30% ได้ คนเหล่านี้ฝันอยากจะให้มีการปฏิรูปบ้านเมืองอย่างจริงจังขึ้น จึงออกมาเรียกร้องให้ลุงกำนันตั้งพรรคการเมือง จะตั้งจริงหรือไม่จริง ต้องลองดูสถานการณ์ทั่วๆ ไปก่อนว่า จะทำให้เสียงสนับสนุนเดิมๆ ออกมาช่วยได้หรือไม่ เอาแค่ 30% ก็พอ เพราะ

      (1) อดีต ส.ส.ที่เคยอยู่กับลุงกำนันทุกคน กลับไปอยู่พรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมดทุกคน

     (2) มีพรรคการเมืองลงสมัครแยะมาก ขนาดพวกไม่เอา ม.112 ยังจะตั้งพรรคการเมืองเลย นี่ยังไม่รู้เลยว่า คุณวรัญชัย โชคชนะ จะออกมาตั้งพรรคการเมืองหรือเปล่า เหตุเหล่านี้จึงแสดงว่า ทุกท้องถิ่นมีพรรคการเมืองของตัวเองกันทั้งนั้น คะแนนเสียงลำดับที่ 2-3 จึงได้มายากมาก

    (3) การซื้อเสียงยังมีอยู่ตามเดิม ยิ่งให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อน ยิ่งเสร็จพรรคมีเงินแน่ ขนาดในปัจจุบันนี้พวกองค์กรท้องถิ่นก็รวยกันเละไปแล้ว แค่รับหาเสียงให้พรรคโน้นพรรคนี้ แค่ 100 หัวต่อพรรคเท่านั้น 

      สภาพ ส.ส.ส่วนใหญ่จึงเปลี่ยนแปลงไปน้อยมาก จากพ่อมาเป็นลูก จากผัวมาเป็นเมีย หรือพี่น้องอะไรทำนองนี้

      ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าลุงกำนันจะมาช่วยจริงหรือเปล่า ได้ยินแต่คุณแทน เทือกสุบรรณ ที่ออกมาพูดเสียงแข็ง ซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องจริง ฟังจากข่าวเขาเล่ากันว่า ในขั้นต้นจะมีการตั้งคณะทำงานของพรรคแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 

      กลุ่มที่ 1 คณะผู้ก่อตั้ง 500 คน ออกตังค์คนละ 5 หมื่นบาท รวมกันได้ 25 ล้านบาท ซึ่งน้อยมากนะครับสำหรับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งในระดับประเทศ

      กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ไม่มีตังค์ แค่มีแรง มีเวลา 5,000 คน เข้ามาทำงานจิปาถะให้พรรคโดยไม่รับค่าจ้าง กลุ่มนี้จะทำให้เงิน 25 ล้านบาทพอที่จะใช้จ่ายในการเลือกตั้งได้สบายๆ

      กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ไม่อยากมีชื่อ มีหน้าตาออกมาทางสื่อ เพราะความจำเป็น เช่น เป็นข้าราชการ เป็นพ่อค้าแม่ค้า เป็นนักธุรกิจ เป็นหมอ เป็นพยาบาล ฯลฯ กลุ่มนี้จะรับสมัครในขั้นต้น 50,000 คน ไม่ต้องออกมาทำอะไร มีหน้าที่พาครอบครัวและเพื่อนไปลงคะแนนให้พรรคเท่านั้น

      (ทุกกลุ่มจะต้องเป็นสมาชิกพรรคปีละ 365 บาท หรือวันละ 1 บาท ต้องมีความสัมพันธ์กับพรรคตั้งแต่การกำหนดตัวผู้สมัคร ส.ส. ไปถึงการเลือกหัวหน้าพรรคเลยนะครับ การส่ง ส.ส.ทุกรูปแบบต้องมีผู้หญิงสลับกับผู้ชายอย่างเท่าเทียมกัน)

      ถ้าแบบนี้ก็พอจะสู้ได้บ้างละก็ ขอให้ความฝันของผู้ก่อตั้งเป็นจริงครับ ประเทศไทยต้องการปฏิรูป และก็ไม่อยากเห็นทีมเศรษฐกิจที่ออกมาพูดเรื่องเพ้อฝันทางสื่อทุกอาทิตย์

โดย พล.ท.นันทเดช

 

กลับไปที่ www.oknation.net