วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อการศึกษาไทยยกย่องเฉพาะ เด็กเรียนเก่ง ประสบการณ์สุดโหด ชีวิต บอย โกสิยพงษ์


ทำงานอยู่วงการศึกษามาหลายปี

ช่วงนี้เพิ่งได้มีส่วนร่วมปลุกกระแส "การปฏิรูปการศึกษา" ผ่านการชวนคนดังมานั่งคุยชีวิตวัยเรียน

เทปแรก เป็นของคุณบอย โกสิยพงษ์ ผู้บริหารค่ายเพลง LOVEiS Entertainment

ในหัวข้อว่า "เราจะเอาปลาไปแข่งปีนต้นไม้กับลิงได้จริงหรือ?

เมื่อการศึกษาไทยยกย่องเฉพาะเด็กเรียนเก่ง"

ใครสนใจฟัง Facebook Live คลิกลิ้งค์นี้ https://www.facebook.com/TEPThaiEDU/videos/515124385555409/

ใครไม่สนใจก็ตามอ่านกับเราต่อไป

 

 

ชีวิตของคุณบอยทำให้เราตั้งคำถามถึงสิ่งที่พ่อแม่เราพร่ำสอน

"เรียนเก่งวันนี้ = ประสบความสำเร็จในชีวิตในวันหน้า"

แล้วทำไมชีวิตคุณบอยไม่เป็นแบบนั้น??

 

“ตอนเด็กๆผมเรียนไม่รู้เรื่อง จบ ม.3 โรงเรียนเชิญออก เพราะคะแนนห่วยมาก

ไปเรียนอเมริกาได้แค่เดือนเดียว อยู่ไม่ได้

กลับมาไทย แต่หาโรงเรียนเข้าไม่ได้ เพราะคะแนนห่วยมาก

จนได้ไปเข้าโรงเรียนอินเตอร์แห่งหนึ่งที่ญาติรู้จัก

ตอนนั้นผมจบ ม.3 แล้ว แต่ความรู้ผมเท่ากับเด็ก ป.5

คุณครูกลัวผมจะมีปมด้อย เลยให้ผมอยู่ ม.1 ซึ่งผมสอบตก ม.1 อยู่ 3 ปีซ้อน

ผมคิดว่าตัวเองโง่ พี่น้องคนอื่นเรียนได้เกียรตินิยมหมด

ผมกับพี่น้อง คือ หน้ามือกับหลังเท้า”

 

จากเด็กห่วยสมองทึบ แต่เพราะคุณพ่อคุณแม่เชื่อมั่นในศักยภาพ และส่งเสริมให้ทำในสิ่งที่ชอบ

คุณบอยจึงได้ไปเรียนต่อด้านดนตรีที่สหรัฐอเมริกา และได้สร้างปรากฎการณ์ให้กับประวัติการเรียนของตัวเอง

"ผมไปเรียนด้านดนตรีที่อเมริกา ได้เกรด A ทุกตัว มีเพียงตัวเดียวได้ A-

เมื่อเราเจอของที่ชอบ เราจะไม่เบื่อเลย

ผมไม่อยากจะนอน อยากจะทำมันไปเรื่อยๆ

และตั้งแต่ที่ผมเรียนจบจากอเมริกา ผมยังไม่เคยหยุดเรียนเรื่องดนตรีเลย

ผมยังอ่านหนังสือ ท่องตามเว็ปต่างๆ เรียนคอร์สตาม internet"

 

สรุปคุณบอย "สมองทึบ" หรือ

โรงเรียน "ไร้ความสามารถ" ในการพัฒนาศักยภาพอันหลากหลายของเด็ก กันแน่??

แต่บทความนี้ไม่ได้ต้องการกล่าวโทษโรงเรียนแต่อย่างใด

 

เพียงแต่ต้องการจะตั้งคำถามว่า แล้วเราจะอยู่กับข้อจำกัดนี้อย่างไรดี?

 

ซึ่งคุณบอยเห็นว่า สำหรับตัวเด็กเอง สำคัญคือ…เราต้องเชื่อว่า “เราไม่โง่”

“เราไปโรงเรียนเพราะเราไม่รู้ว่าเราจะชอบอะไร

โรงเรียนคือที่ที่คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรไปเจอกัน

แล้วถ้าเราเจอสิ่งที่เราชอบ ซึ่งโรงเรียนมีสอน ก็ไปเรียนในกรอบที่โรงเรียนมี

แต่ถ้าไม่เจอ เราก็ต้องเข้าใจว่าความรู้มันมีหลายด้าน ไม่ได้มีแค่ที่โรงเรียนมอบให้”

 

สำหรับเด็กที่ไม่ได้มีความชอบชัดเจนดังเช่นคุณบอย คุณบอยแนะนำให้เปิดใจกว้างๆ

“ถ้าเด็กหาตัวเองตัวเองไม่เจอ มันอาจจะเป็นเพราะเราถูกกระแสสังคมสร้างกรอบตั้งแต่เด็กๆ

ว่าอันนี้ทำไปแล้วไม่ได้อะไร อันนี้ทำไปแล้วก็จะไม่มีกิน”

 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ คุณบอยได้ฝากข้อคิดเห็นในการสนับสนุนให้ศักยภาพของลูก ดังนี้

1. เคารพความชอบของลูก

พ่อแม่ต้องไม่ยัดเยียดความชอบของเราใส่ลูก แต่ต้องช่วยลูกค้นหาความชอบ และส่งเสริมในทางนั้น

“พ่อแม่มักบอกผมเสมอว่า เรียนอะไรก็ได้ แต่ขอให้เป็นสิ่งที่รัก

ถ้าเรียนแล้วไม่รัก อย่าไปเรียน เสียเวลา เสียเงิน

หมือนเวลาปรุงก๋วยเตี๋ยว ให้ปรุงก๋วยเตี๋ยวรสชาติที่เราอยากกิน ไม่ใช่ที่ถูกปากพ่อแม่”

 

2. เชื่อในตัวลูก

“พ่อผมเค้าชอบมาอยู่กับผมสองคน แล้วบอกว่า

บอย คือ ความหวังของพ่อ พ่อมั่นใจว่าบอยทำสำเร็จแน่ๆเลย

ผมไม่รู้พ่อพูดไปอย่างนั้นหรือเปล่า แต่คำพูดนั้นทำให้ผมมีพลังมากๆ

ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมต้องทำสิ่งที่ผมรักให้สำเร็จให้ได้”

 

3. รับผิดชอบในตัวลูก

"พ่อแม่ฝากอนาคตของลูกไว้ที่โรงเรียนมากเกินไป

โรงเรียนมีหน้าที่ของเค้าที่จะดูแลลูกของเราในระดับหนึ่ง

แต่พ่อแม่ต้องรู้ว่าลูกเราเหมาะกับการเรียนแบบไหน"

 

คุณบอยยืนยันใน Facebook Live ชัดเจนว่า 

เด็กทุกคนต้องหา "สิ่งที่ชอบทำ" ให้เจอ 

เพราะสิ่งเดียวที่ AI มันสู่มนุษย์ไม่ได้ คือ มันไม่มี passion

โดย Dollaya

 

กลับไปที่ www.oknation.net