วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อดีตท้องพระโรงพระเจ้าเสือ ศาลาการเปรียญ วัดใหญ่สุวรรณาราม


          วัดใหญ่สุวรรณาราม กลางเมืองเพชรบุรี เป็นที่ตั้งของศาลาการเปรียญ ที่เคยใช้เป็นตำหนักหรือท้องพระโรงในพระวังหลวงโบราณกรุงศรีอยุธยา ที่เหลือรอดอยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

.

 .

.

              ท้องพระโรงนี้ พระเจ้าเสือ ( สมเด็จพระสรรเพชญที่ 8 ) กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาได้ทรงโปรดให้รื้อถวายแก่พระสังฆราชาแห่งกรุงศรีอยุธยา “สมเด็จพระสุวรรณมุณี หรือสมเด็จเจ้าแตงโม” ในครั้งที่ขอถวายพระพรลากลับบ้านเกิดเพื่อมาปฏิสังขรณ์พระอารามที่เคยอยู่พำนักอาศัยเมื่อวัยเยาว์ครับ

.

.

           บานประตูจำหลักไม้ลายก้านขดม้วน ปลายช่อดอกพุ่มข้าวบิณฑ์และสัตว์หิมพานต์ของศาลาการเปรียญ มีเรื่องเล่าว่ากันว่า ในคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ในปี 2309 กองทัพอังวะได้แยกทัพเข้าตีเมืองเพชรบุรีกองหนึ่ง ชาวบ้านต่างหนีตายไปรวมตัวกันอยู่ในศาลาการเปรียญวัดและปิดประตูลั่นกลองไว้ ทหารพม่าตามเข้าไปไม่ได้ จึงใช้ขวานจามประตูหมายจะพังเข้าไป..... 

.

.
.
             ส่วนเรื่องรางต่อจากนั้น ก็ไม่อาจจะทราบได้จะจบลงอย่างไร หรือจะมีการเจรจาต่อรองกันจนเป็นที่ตกลงแล้วว่า ....ค่าชีวิตของแต่คนละกี่ชั่ง กี่อัฐ.....จนพม่าพอใจ จึงไม่ได้เผาทำลายตำหนักให้เสียหาย 

.

.

           ที่ด้านล่างของบานประตู แกะสลักเป็นภาพป่าโปร่ง ต้นขนุน สับปะรด ที่มีฝูงกระต่ายและฝูงลิงอาศัยอยู่ มีเสือปลาและงู กำลังไล่จับกระต่าย สะท้อนธรรมชาติของภาคกลาง ที่เคยมี “กระต่ายและลิง” อาศัยอยู่ในทุกหนแห่ง 

.


.

.

           ศาลาการเปรียญ ยังมีส่วนประกอบอันที่ทำจากไม้แกะสลัก เช่นลายกระจังหน้าวัว เป็นแถวยาวที่ชายผนังด้านนอก คันทวยนาคกลับ หน้าบันมุขประเจิด คูหาหน้านาง และหลังคามุงกระเบื้องลอนกาบู (กาบกล้วย) ฉาบด้วยปูนกันน้ำฝนรั่ว ที่เป็นรูปแบบและลวดลายศิลปะคลาสลิคของช่างหลวงกรุงศรีอยุธยาในยุครุ่งเรืองอยู่โดยสมบูรณ์แบบ

.

.

            ภายในตำหนักศาลาการเปรียญ ยังมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังไม้ เป็นภาพเดิม ๆ เมืองครั้งที่ยังเป็นท้องพระโรงว่าราชการในพระราชวังหลวงกรุงศรีอยุธยา แต่ภาพก็ลบเลือนไปมาก ทางผนังด้านทิศเหนือ เขียนภาพกลุ่มขุนนาง นักดนตรีในราชสำนัก ที่มานั่งประชุมในท้องพระโรง ส่วนผนังด้านทิศใต้ เขียนรูปการชุมนุมของเหล่าเทพยดา วิทยาธร ฤๅษี คนธรรพ์ สัตว์และชาวต่างประเทศ

.

.

.


          ภาพเหล่านี้ สะท้อนความหมายสมมุติเทพ ที่ให้การประชุมออกว่าราชการของพระมหากษัตริย์ในท้องพระโรง คือการชุมนุมของเหล่าเทพ “เทพชุมนุม” โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นเหมือนดั่งศูนย์กลางแห่งจักรวาล เช่นเขาพระสุเมรุและพระพุทธเจ้าแห่งชมพูทวีปนั่นเองครับ

.

.
.
             เมื่อเราได้จินตนาการ นำภาพของตำหนัก ท้องพระโรงแห่งกรุงศรีอยุธยาที่หลงเหลืออยู่ที่เมืองเพชรบุรีแห่งนี้ กลับไปวางไว้ในจุดต่าง ๆ ของพระราชวังหลวง อย่างตำหนักสวนกระต่าย ศาลาลวด สวนองุ่น ฯลฯ เราก็จะได้เห็นภาพรำลึกแห่งอดีตของกรุงศรีอยุธยาที่สาบสูญไปแล้ว กลับคืนมาสู่ความรุ่งเรืองอีกครั้งครับ 

โดย ศุภศรุต

 

กลับไปที่ www.oknation.net