วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แมนแมนวันสงกรานต์


ยุคนี้เป็นยุคที่อยู่ยากนะ ผมว่า

มันเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็วของเทคโนโลยี ซึ่งสร้างความโกลาหลพอสมควรให้กับสังคม โดยเฉพาะสังคมที่กึ่งปิดกึ่งเปิดอย่างสังคมไทย ที่บางส่วนอนุรักษ์นิยมสุด ขนาดแนะนำให้ไปอ่านหนังสือจินดามณี. ขณะที่คนรุ่นใหม่อยู่กับสื่อโซเชียล วิจารณ์ได้ทุกเรื่อง ต้อนรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ชอบสิ่งใหม่ๆ และมุ่งหามาตรฐานทางด้านสังคมใหม่ๆ

อนุรักษ์นิยมวิ่งเข้าหาอดีต ขณะที่เสรีนิยมวิ่งเข้าหาสิ่งใหม่ๆ หรือไม่ก็อาจอยากย้อนยุคในบางครั้ง แต่ก็เพื่อความแปลกใหม่มากกว่าที่อยากให้บ้านเมืองถอยกลับไปเหมือนสมัยอยุธยา.

ทั้งอนุรักษ์นิยมและเสรีนิยมต่างสร้างกรอบความคิดคนละแบบในการดูโลก. จึงไม่แปลกเลยว่า การวิวาทะย่อมเกิดขึ้นได้. และรัฐไม่ควรที่จะเข้ามาแทรกแซงให้วุ่นวาย. สังคมที่ก้าวหน้าได้ ต้องเป็นสังคมที่เปิดโอกาสให้คนถกเถียง ให้ทดลอง และเรียนรู้จากความผิดพลาด

ว่ากันว่า ความก้าวหน้าเกิดจากความผิดพลาด มากกว่าการทำอะไรที่ถูกต้องไปหมด. น่าเสียดายที่สังคมไทยเป็นสังคมที่ชอบจับผิด. ที่น่ากลัวคือคนไทยชอบจับผิดบนพื้นฐานความเชื่อส่วนบุคคล มากกว่าที่จะพิสูจน์ด้วยหลักคิดหรือหลักฐานตามวิทยาศาสตร์. พูดในอีกแง่หนึ่งคือ. เราอยู่ในสังคมแห่งความเชื่อส่วนบุคคล มากกว่าหลักคิดใดหลักคิดหนึ่ง

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของสิทธิมนุษยชน. รัฐไทยในปัจจุบันมักบอกว่า ให้ความสำคัญต่อหลักสิทธิมนุษยชน ส่วนการกระทำของรัฐ เราก็เห็นอยู่แล้ว รัฐบาลชุดนี้อ้างแต่กฎหมาย ทั้งที่กฎหมายที่ว่านั้นมันขัดต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานตามหลักสากล. พูดง่ายๆคือกฎหมายที่ไม่ชอบธรรม ไม่เป็นที่ยอมรับตามหลักคิดสากล แต่รัฐไทยไม่สน เพราะอ้างความมั่นคงเป็นอันดับหนึ่ง

ประเด็นคำถามคือ ความมั่นคงที่ว่านั้น มันตกเป็นประโยชน์ของประเทศชาติ หรือต่อการอยู่รอดปลอดภัยของรัฐบาลเอง. ยกตัวอย่าง คนอยากเลือกตั้ง เขาออกมาทวงสัญญาจากลุงตู่เองหนึ่ง เรามีรัฐธรรมนูญเป็นตัวเป็นตนแล้วอีกหนึ่ง. โรดแม็ปที่รัฐบาลพูดเองเลื่อนเองไปเรื่อยอีกหนึ่ง. การกระทำของรัฐเองที่ทำให้ประชาชนไม่เชื่ออีกแล้วว่า รัฐเองจะทำในสิ่งที่ตนพูดจริงหรือไม่อีกหนึ่ง

ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลเพียงพอหรือไม่ ที่ประชาชนมีสิทธิออกมาทวงถามสัญญาคืนความสุขให้กับประชาชน อย่างในเพลงที่นายกแต่งเองเออเอง จนคนเลิกเชื่อกันไปหมดแล้ว. พลอยดึงให้เรทติ้งเพลงต่อๆมาตกต่ำลงอย่างมาก เพราะการกลืนน้ำลายตนเองของนายกเป็นสาเหตุหลัก

ดังนั้นจึงเกิดคำถามว่า ที่แท้รัฐบาลใช้หลักคิดอะไรในการนำประเทศไปสู่การเลือกตั้ง คืนอำนาจให้ประชาชนเสียที. หากท่านตะบี้ตะบันเอาความั่นคง (แปลว่าทุกคนต้องคิดเหมือนท่าน จึงจะมั่นคง) มาเป็นหลักในการเลื่อนไม่เลื่อนโรดแม็ป เราคงจะอยู่กันแบบนี้อีกยาววว

ทำให้ผมอดที่จะกล่าวหาท่านนายกไม่ได้ว่า ที่แท้ท่านใช้หลักกูมากกว่าหลักการใดๆในสากลโลกของประชาธิปไตยหรือเปล่า. หรือท่านอาจอยากใช้การปกครองแบบพรรคเดียวแบบจีน หรือท่านอยากที่จะต่ออายุตำแหน่งท่านแบบประธานาธิบดีสีจิ้งผิน หรือท่านอยากอยู่ต่อแบบเผด็จการทหารแบบพม่า หรือแท้ที่จริงแล้วท่านรักความเป็นประชาธิปไตย จนต้องทำลายมันลงไป เพื่อสร้างประชาธิปตยที่แท้จริง ตามหลักคิดของท่านเพียงคนเดียวหรือกลุ่มเดียว บอกมาให้ชัดเลยครับ

ทั้งหมดนี้ก็อยู่ที่ใจนายกเองว่าจะเอายังไง. ประชาชนอย่างผมที่มีจุดยืนแบบประชาธิปไตยจะได้ทำใจ. จะได้ไม่ต้องใช้สื่อโซเชียลแสดงความคิดเห็นแบบเสียงนกเสียงกา ให้เป็นที่รำคาญใจของท่าน

อยากบอกประชาชนหรือยังครับท่านนายก ว่าท่านอยากได้อะไรกันแน่

ประชาชนจะได้ไม่ต้องออกมาเรียกร้องให้เลือกตั้ง จะได้ไม่เสียเวลาทำมาหากินและยอมรับความฝืดเคืองในยุคทหารครองเมืองอย่างในปัจจุบัน

แมนแมนกันเลย ดีไหมท่าน

โดย ปากไก่

 

กลับไปที่ www.oknation.net