วันที่ จันทร์ เมษายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องเล่าก่อนนิทรา กุลธิดาบูติกเฮาส์


ขอน้ำมะนาวโซดาเถอะครับ เหล้าน่ะ ผมเลิกมานาน แค่นึกถึงก็เข็ดจนเสียวสั่นไปหมดล่ะคุณ  เชื่อเถอะอย่าไปดื่มเลยเหล้า เคราะห์กรรมแท้ๆ

เรื่องอะไรหรือครับก็มันนานมาแล้ว

ผมเข้ากรุงเทพมาเตรียมสอบมัคคุเทศน์งานศิลปะ เลือกจองห้องพักได้ที่ถูกใจ ดูจากแผนที่แล้วที่ตั้งของบ้านพักสามชั้นหลังนี้อยู่ใจกลางกรุงเทพพอดี ใกล้กับรถไฟฟ้ามาก คงทำให้ผมไปที่สอบที่สถาบันได้ง่ายๆ ติดๆกันฝั่งตรงข้ามยังดูคล้ายเป็นสวนสาธารณะกว้างใหญ่ ก็สวนลุมนี่แหละคุณ ราคาห้องพักก็ไม่แพงเลย เหมาะกับเงินกระเป๋าและรสนิยม หลังจากได้รับอีเมล์ยืนยันการจองแล้วก็เดินทางมาถึงในวันรุ่งขึ้น

ผมกดรหัสเปิดกุญแจรั้วเหล็กสีน้ำเงิน เข้าไปในบ้านตามคำแนะนำของเจ้าของที่ชื่อ คุณแมกส์ คุณแมกส์สมัยนั้นก็คงยังเด็กๆ รุ่นๆผมนี่แหละ แกเขียนว่า บ้านนี้แกรับมรดกมาจากแม่บุญธรรม ไม่อยากขายแต่อยากเก็บรักษาอนุรักษ์ไว้ หรือจะขายก็อาจในภายหลังเมื่อได้ราคามากกว่านี้ เลยปรับปรุงบ้านเป็นเกสต์เฮาส์ให้คนเช่าไปพลางๆ ถึงแม้ตัวไม่อยู่ ทั้งไม่ว่างมาดูแล เพราะติดเรียนอยู่ต่างประเทศอีกสองสามปี ก็มีแม่บ้านมาทำสะอาดทุกวันช่วงกลางวัน และจ้างคนมาตกแต่งสวนนานๆครั้ง ผมบอกแกว่าไม่มีเครดิตการ์ด ขอยกเว้นเป็นการชำระด้วยเงินสด แกแนะนำให้ฝากไว้กับเด็กแม่บ้านก็ได้เมื่อครบกำหนดย้ายออก และขอให้ได้รับความสะดวกสบายในการพัก

บริเวณบ้านร่มรื่นน่าอยู่ ในตัวบ้านเดินผ่านห้องนั่งเล่น ประดับประดาไปด้วยภาพวาดตามฝาผนัง และติดโคมระย้าสวยหรู ผมขึ้นบันไดไปชั้นสอง เปิดห้องเล็กที่ตามรูปที่จองไว้  ในห้องติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ครบถ้วน มีหน้าต่างเป็นวิวสวนหน้าบ้าน กุญแจลูกบิดวางไว้บนโต๊ะ พร้อมรหัสไวไฟ ผมเห็นที่ชั้นเดียวกันยังมีอีกห้องหนึ่งที่ใหญ่กว่า และประตูปิดสนิท และห้องน้ำรวมที่ดูกว้างขวางสะอาดสะอ้าน

วันนั้นผมไปลงทะเบียนเพื่อสอบ กำหนดวันสอบคืออีกสองวัน

วันแรกที่พักที่นี่ ผมนัดพบเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน เขาพาไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญที่จุดต่างๆ ทั้งวัดวา พิพิฒภัณฑ์ และหอศิลป์ ตกเย็นก็มานั่งพักติวหนังสือเตรียมสอบในสวนลุมอันร่มรื่น เรากินข้าวห่อที่ซื้อมา แล้วแยกย้ายกัน

ถึงแม้จะเคร่งเครียดกับการเตรียมสอบ ผมก็รูสึกมีความสุขมากที่กรุงเทพ ในบ้านนี้ อยู่สบาย พื้นที่สวนถึงมีไม่มาก แต่ก็ตกแต่งครบทั้งไม้น้อยไม้ใหญ่ มีว่านชนิดต่างๆ ปลูกตามกระถางชูใบงามเรียงกันรอบสระน้ำเล็กๆ มีน้ำพุน้อย พ่นเอื่อยๆ อยู่ตรงกลาง น้ำในสระดูใสแม้มีเศษใบไม้ลอยอยู่และที่ทับกันเปื่อยยุ่ยอยู่ก้นบ่อ เห็นปลาหางนกยูงว่ายอยู่ไม่กี่ตัว

ไม้ดอกปลูกทั้งที่ปลูกในกระถางและปลูกลงดินงามสะพรั่ง มีต้นเข็ม ต้นโมก ชวนชม มีต้นหมากเป็นกลุ่มๆ  ต้นไทรหนูยืนตระหง่านกลางสวนนั้นสูงไปถึงเกือบชั้นที่สามของตัวบ้าน รากอากาศต้นไทรห้อยย้อยลงมาบางๆ ให้ความร่มเย็นกับบ้านเป็นอย่างดี มีเสียงนกการ้องแหวกความเงียบมาเป็นระยะๆ ให้ความรู้สึกครึ้มๆ ร่มเย็นกว่าบ้านนอกที่ผมอยู่เองเสียอีก

เวลาหัวค่ำไฟตามหย่อมต่างๆ ในสวนติดขึ้นเองอัตโนมัต ฉายสะท้อนเป็นรัศมีสีเขียวเหลืองไปทั่วบริเวณ ทำให้สังเกตุเห็นรูปปั้นหลายชิ้น ทางด้านหน้าบ้านมีตัวเสือดำยืนตะคุ่มสงบเสงี่ยม บริเวณสระน้ำ มีนกกะเรียนขาวยืนเด่นอยู่เป็นคู่ ที่ม้าหินนั่งเล่นข้างบ้านมีซุ้มอัญชัญรูประฆังคว่ำอยู่เป็นฉากหลัง ส่วนด้านหน้าม้าหินมีรูปปูนปั้นเด่นสะดุดตา แกะสลักเป็นหญิงสาวในชุดเสื้อคลุมแพรพริ้วบางสีขาว มือทั้งสองจับประสานกันไว้ ใบหน้าเรียวได้รูป ผมลงนั่งมองดูรูปปั้น ใบหน้านั้นเรียวได้รูปงดงาม จ้องมองลงมา สีหน้านางเรียบเฉยสงบเสงี่ยม ผมคิดว่าที่มุมปากนางดูจะยิ้มน้อยๆ ช่างงดงามน่าชมนัก

ผมนำผ้าไปซักด้วยเครื่อง อาบน้ำ และจัดการแขวนผ้าที่ราวหลังบ้านเสร็จ กลับเข้าห้องกำลังจะเข้าห้องนอน ก็พบฝรั่งอีกคนที่มาพัก  เขาทักทายกับผมอย่างเป็นกันเอง ว่าชื่อโทมัสมาจากยุโรป อยู่ได้หลายสัปดาห์แล้ว ชอบที่นี่มาก และคิดจะพักต่ออีกเป็นเดือน เขากำลังจะออกไปดินเนอร์ที่แหล่งบันเทิงแถวๆ นั้น

ในห้อง เครื่องแอร์เดินเงียบเย็นสบาย ผมนั่งติวเข้มเตรียมสอบด้วยตนเองอยู่สองถึงสามชั่วโมงจนเริ่มง่วง เดินไปจะปิดผ้าม่าน พอดีมองลงไปเห็นคนหิ้วกระเป๋ากดรหัสผ่านรั้วเข้ามา เป็นฝรั่งอีกคนหนึ่ง ผมเดินลงไปพบและทักทาย เขามาใหม่เช่นเดียวกัน มาจากรัสเซีย และขึ้นไปพักบนห้องชั้นสาม เราไม่พูดอะไรกันมากนักเพราะเห็นว่าเขาเดินทางมาคงจะเหนื่อย

คืนนั้นนอนหลับอุ่นสบายบนที่นอนนุ่ม ถึงแม้รู้สึกตัวตอนกลางดึกเพราะเสียงฝนตก และคล้ายเสียงคนคุยกันจากชั้นบน และหน้าต่างหรือประตูที่ปิดกระแทกดังก็ไม่รบกวนผมแต่อย่างใด เพราะเหนื่อยล้ามาพอสมควร

เช้าวันต่อมา ผมลงมาชงกาแฟดื่ม เห็นผ้าที่ตากไว้แห้งสนิทดีก็เก็บออกจากราว คิดว่าฝนเมื่อคืนคงไม่มาก ขณะเตรียมตัวจะออกไปพบเพื่อนคนเดียวกันนั้นอีกเช่นเคย โทมัสก็เดินเข้ามาหน้าตื่นบอกว่าลืมกระเป๋าแล้วเข้าไปเอากระเป๋าสัมภาระของเขาสองสามใบ รีบจับมืออำลาไปอย่างเร่งด่วน ฝรั่งนี่ท่าทางจะบ๊องๆ อาจไปเที่ยวทั้งคืนแล้วเมา ยังบอกเมื่อวานอยู่เลยจะอยู่ยาวไปเรื่อยๆ

ผมกลับมาบ้านค่ำ เห็นลานบ้าน สวนหย่อม และในตัวบ้านมีการปัดกวาดสะอาดเรียบร้อยเช่นเคย แม่บ้านคงมาทุกวันในเวลาที่แขกที่พักออกไปทำธุระนอกบ้าน

ผมว่าจะนอนเร็วๆ พักผ่อนให้เต็มอิ่มก่อนที่ต้องตื่นไปสอบเช้ามากๆ ในวันพรุ่งนี้ แต่ไม่ง่วงเลย คงเป็นเพราะความเครียดที่จะสอบ เมื่อไม่รู้จะทำอะไร ผมก็ลงไปเดินเล่นในสวนหย่อม ที่นี้อากาศปลอดโปร่งและมีลมพัด เสียงเรไรดังมาถี่ๆ จากแถวโคนต้นไทร

ผมเดินไปรอบๆ ไปหยุดอยู่ที่รูปปั้นสาวผ้าแพร ผมนั่งลงมองเธอ พิจารณาความประณีตละเอียดของฝีมือแกะสลัก ดูอ่อนช้อยกลมกลึงสมส่วนแทบไม่มีที่ติ ที่ชายเสื้อปูนปั้น ยังมีรอยมีดสลัก เป็นตัวอักษร เค ที และ ลงท้ายเป็นเหมือนลายเซ็นอักษรตัวเดียว พี

ผมคิดว่าอาจเป็นชื่อนางล่ะมั้ง แล้วก็เดาไปว่าอาจคล้ายๆ ชื่อกุลธิดา เหมือนชื่อที่พักนี้  ส่วนพีก็อาจเป็นชื่อช่างปั้น

อย่างไรก็ตามรูปของนางยิ่งดูก็ยิ่งมีเสน่ห์ตรึงตา เธอจ้บจ้องมาด้วยสายตาราวกับมีชีวิต ผมมองนางแล้วตั้งจิตว่า ขอให้ความงามที่บังเกิดแก่ผมและความศรัทธาที่ผมมีแก่รูปปั้น ช่วยให้ผมสอบผ่านได้ด้วยดี

นั่งอยู่นานจนรู้สึกขาแขนเริ่มชา ดูเวลาก็เลยเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว ผมลุกแทบไม่ขึ้นเพราะขาเข่าอ่อนเป็นเหน็บชา กลับขึ้นไปบนห้อง

ง่วงกำลังดี ก็ได้ยินเสียงคนเดินกระซิบคุยกันขึ้นบันไดมา พอเปิดประตูออกดู เห็นชายหนุ่มแต่งตัวดีประคองหญิงสาวเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน ทรวดทรงเอวองเธอดูอ้อนแอ้นไม่เบา เสียงพูดเป็นภาษาไทย พวกเขาไม่เห็นผม และผมก็ไม่คิดจะรบกวน คงเป็นลูกค้าชาวไทยมาพัก

จากนั้นก็เข้านอนหลับสบาย ทั้งคืนฝันเห็นใบหน้ากับรอยยิ้มจางๆ พิมพ์เดียวกับรูปปั้นที่ในสวน มองลงมา ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย แล้วเสียงดังปัง จึงลืมตาตื่นขึ้น เป็นเวลาเช้าแล้ว ผมต้องรีบแต่งตัวไปสอบเพราะกลัวสาย

การสอบมีทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย ผมมีสมาธิในการทำข้อสอบได้ดี สามารถตอบคำถามข้อเขียน และบรรยายรายละเอียดประวัติและงานศิลปะต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน

เมื่อสอบเสร็จผมแน่ใจว่าจะได้รับเรียกมาสัมภาษณ์ เพื่อบรรจุรับงานในเร็วๆนี้ ผมยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณพ่อแม่ครูบาอาจารย์และรวมถึงรูปปั้นหญิงงามนั้นด้วย

ช่วงเย็นผมไปเดินเล่นกับเพื่อนตามศูนย์การค้าและทานอาหารด้วยกันนานจนค่ำ ถึงกลับมาที่พัก

ผมต่อเน็ตหาตั๋วเครื่องบินกลับได้เป็นช่วงเช้าของพรุ่งนี้ นึกได้ว่าค่าที่พักที่ต้องจ่ายสามคืนนั้นจะต้องให้กับแม่บ้าน แต่คงไม่พบเธอเพราะผมต้องไปเช้ามืด ผมเมล์ไปถามคุณแมกส์ว่าจะให้วางไว้ที่ที่โต๊ะอ่านหนังสือหรือตรงไหนดี ไม่นานแมกส์ตอบว่า ช่วยนำไปสอดไว้ใต้ประตูห้องใหญ่ชั้นสามนะครับ ห้องส่วนตัวคุณแม่ผมเอง ส่วนห้องเล็กนั้นเปิดให้แขกมาพัก

ผมสงสัยเลยตอบแกว่า ผมทราบแล้วมีคนรัสเซียมา คงเป็นห้องเล็ก แต่ยังมีอีกคู่หนึ่งชาวไทยนะครับ เมื่อคืนผมเห็นว่าไปชั้นสามเหมือนกัน

รออยู่นานกว่าแมกส์บอกว่า ไม่มีนะคุณ เอ  พวกนี้ เดินหลงโรงแรมเข้ามาหรือเปล่า แม่บ้านผมไม่เห็นเขียนอะไรบอกมา เอางี้ได้ไหม คุณลองช่วยไปสำรวจดู ผมปิดเอาไว้เป็นส่วนตัว ถ้ามีคนให้ช่วยบอกผมหน่อย จะแจ้งให้เข้าย้ายออกไป ผมก็งงว่ามีใครไปบอกรหัสให้เขาเข้าประตูรั้วมาได้

ถึงจะดึกแล้วแต่ผมก็ไม่ง่วง ก็ดีแล้ว ผมจะได้ไม่ต้องนอน แล้วจะได้ไปแต่เช้ามืด ไม่ต้องกลัวตกเครื่อง

ผมขึ้นไปชั้นสาม มีห้องเล็กห้องใหญ่อย่างที่นึกไว้ ลองเคาะห้องใหญ่ดูหลายทีก็ไม่มีใคร ถ้าเคาะห้องเล็กของคนรัสเซียยามดึกก็ไม่น่าจะเหมาะ ผมลองเปิดลูกบิดห้องใหญ่ปรากฎว่าไม่ได้ล็อค แสงไฟเปิดสลัวๆอยู่ เดินเข้าไปและปิดประตูห้อง

ห้องนี้กว้างใหญ่ ไม่พบใคร ห้องนี้คงจะสวยที่สุด ตู้เตียงเป็นไม้สักฉลุลายแบบสมัยเก่า ที่นอนปูไว้ด้วยผ้าและผ้าห่มพับไว้เรียบร้อย มีฝุ่นนิดหน่อยตามพื้น แม่บ้านคงมาทำสะอาดนานๆครั้ง บานกระจกเงาขนาดใหญ่ติดอยู่ที่ผนังฝั่งหนึ่ง บานหน้าต่างติดผ้าม่านไว้ ทางฝั่งระเบียงบ้าน มองไปก็ไม่เห็นมีใคร โต๊ะแต่งตัวมีเครื่องสำอางประเภทต่างๆ วางเรียงเป็นระเบียบ ถัดไปเป็นหิ้งยาว ที่ประดับด้วยขวดเหล้าและไวน์ชนิดต่างๆ หลายขวด และแก้วคว่ำเรียงกันอยู่บนหิ้งกระจกใสด้านบน ผมเห็นขวดเหล้าหลากหลาย บ้างก็เปิดแล้วและบ้างก็ยังใหม่ ผมถือวิสาสะคว้าแก้วผลึกมาแก้วหนึ่ง ลองรินบรั่นดีที่เปิดอยู่แล้วมาลองชิมดูสักหน่อย กะว่าเดี๋ยวจะเขียนรายงานแมกส์ว่าไม่มีคน แต่ห้องไม่ล็อค แล้วจะเอาเงินสดวางหรือเสียบไว้ที่ไหนสักแห่ง

บรั่นดีมีกลิ่นและรสชาติไม่เลว จิบต่อมา ตาผมมองไปเห็นรูปวาดเหนือหิ้งแก้ว

พอเงยขึ้นดูเท่านั้นผมก็แน่ใจว่าที่เห็นนั้น ไม่ผิดไปจากนางในฝันผู้นั้นแน่นอน โอ  เธอช่างสวยสง่า เธอนั่งในท่าไขว่ห้างและยิ้มร่า ตัวภาพและกรอบถึงจะเก่าไปบ้างและแม้บางส่วนของภาพยังดูเขียนไม่เสร็จครบถ้วน แต่ความมีชีวิตชีวายังเปี่ยมประกายออกมาครบถ้วน ผมมองและลูบคลำภาพอยู่นานและจิบเหล้าไปอีกค่อนแก้ว

มาออกจากภวังค์ตอนได้ยินเสียงคนเดินมา ผมทั้งตกใจและไม่แน่ใจว่าใครจะมา เป็นคู่หนุ่มสาวนั้นหรืออาจเป็นพวกโจร ผมรีบหลบเข้าซอกทึบข้างตู้เสื้อผ้า ถือแก้วเหล้าค้างไว้ในมือ ใจเต้นระรัว

ห้องเปิดเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มรูปงาม เขาอุ้มหญิงสาวไว้บนอ้อมอกที่บานกระจกเงาผมเห็นถนัดตา เขาวางร่างสาวลงบนเตียงแล้วก้มลงจุมพิต

พวกเขาต่อล้อต่อกระซิกกันสองสามคำแต่ผมกำลังอยู่ในอารมณ์ที่อยากจะออกไปให้พ้นๆ และก็จะบอกให้พวกเขารู้ว่ามาผิดโรงแรม แต่มือยังถือแก้วเหล้าอยู่ น่าอายจริงที่มาแอบดื่มเหล้าที่ไม่รู้เป็นของคนแปลกหน้าผู้นี้หรือไม่ ขณะกำลังจะหาที่วางแก้ว ผมก็ต้องหยุดชะงัก ที่ตาเห็นในกระจกเงา ใบหน้าหญิงสาวเป็นเหมือนนางในรูปไม่ผิดเพี้ยน

กุล เรามาต่อกันเถอะ เธอลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้ตามคำขอของชายหนุ่ม

ท่านั่งไขว่ห้างของเธอ และยิ้มกว้างนั้นผมเพิ่งเห็นถนัดตาตอนจิบเหล้าเมื่อครู่นี้เอง ตอนนี้ด้านตรงข้าม มีขาตั้งกรอบรูป มีผู้วาดเป็นชายรูปงามผู้นั้น เขาและเธอคุยและหยอกล้อกันไปสักพัก ผมได้ยินเธอคนงามเรียกเขาว่า ปริน  ฝนฟ้าคำรามและสาดเสียงมาจากซอกหน้าต่าง แล้วไม่นาน พวกเขาเลิกวาดรูปเหมือน ปรินคว้าเธอมากอดจูบกันจนผมแทบตาค้าง เธอผละออกจากอ้อมกอดเขาแล้วกระชับเสื้อผ้า หันไปหยิบขวดไวน์บนโต๊ะ ขวดนั้นเปิดไว้วางอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อใดผมไม่ทราบ เธอรินใส่แก้วสองใบ ยื่นให้ปริน เขาชนแก้วกันแล้วดื่ม นั่งลงโอบคุยกันไปบนที่นอน ตอนนี้ผมเริ่มได้สติกำลังจะขัดการสนทนา และแล้ว...

ปรินไอขึ้นดังๆ หายใจหอบถี่ๆ เขายกมือกุมหน้าอกตัวเอง เขาเป็นอะไร  ผมตกใจมาก แต่เธอยังคงนั่งมองอย่างเงียบงัน ยกมือลูบผมและไหล่ชายหนุ่มอย่างกับเห็นเป็นเรื่องปกติเช่นเห็นคนมีอาการกำเริบ เธอเดินไปเปิดหน้าต่าง เสียงฝนซู่ดังขึ้น เธอเหลียวมามองปริน ที่บัดนี้ ล้มหงายนิ่งสนิท เอ่ยว่า “ปรินจ๋า…อย่าจากฉันไปเลย” แล้วพูดอะไรกับเขาคำสองคำ ผมนั้นฟังไม่รู้เรื่องแล้ว เธอยกแก้วไวน์ดื่มอีกอึกหนึ่ง ภาพในกระจกเงาเห็นชัดๆว่าเธอกำลังจะก้าวข้ามออกทางหน้าต่าง

ผมถลันพรวดออกจากข้างตู้ทันที ร้องเรียกคุณ  อย่า…! ”   เธอมองหันมาสบตาผมที่ตัวกระจก ได้ยินเสียงหน้าต่างถูกลมพัดปิดดังปัง ผมหันไปที่ตัวหน้าต่างจริงๆ แล้วก็ตะลึงงัน

ผมไม่เห็นมีอะไรหรือมีใคร หน้าต่างมีผ้าม่านรูดปิดไว้ บนเตียงจัดไว้เรียบร้อยอย่างเดิม ทุกอย่างเงียบสนิท เสียงฝนซู่ซ่าไม่มีเลย มีแต่เสียงซี่ๆ เบาๆ ผมไม่อายเลยที่ปัสสาวะไหลออกมา รีบวิ่งไปที่ประตูคว้าลูกบิดได้ก็เปิด แต่เปิดไม่ได้ ผมร้องเสียงหลง

ไม่ทราบนานเท่าใด ผมได้ยินเสียงเคาะประตู ผมรู้สึกตัวตื่น เปิดประตู คราวนี้เห็นคนรัสเซียหน้าตางัวเงียมาถามว่าเป็นอะไรหรือ ผมนึกขึ้นได้ว่าคืนนี้ ทำไมมานอนกับพื้นในห้องนี้ ก็รีบกดล็อคลูกบิดปิดประตู เอาเงินในกระเป๋าเสื้อที่เตรียมไว้ตามจำนวนสอดเข้าไป กล่าวขอบคุณชาวรัสเซียผู้นั้น แล้วไม่รอช้า วิ่งลงไปห้องนอน คว้ากระเป๋าวิ่งออกจากบ้านไปเปิดประตูรั้ว ผมไม่ลืมปิดประตูให้เรียบร้อยตามกฎ

ขณะนั้นยังเช้ามืด แต่สายตาผมมองตรงเข้าไปพบกับรูปปั้นในสวน ผมเบือนหน้าเงยหนีขึ้น พบว่าเหนือขึ้นไปบนชั้นสาม ตรงกับบานหน้าต่างนั้นที่ปิดสนิท

โดย subnaidin

 

กลับไปที่ www.oknation.net