วันที่ พุธ เมษายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ออเจ้าหลอกผมอีกแล้วหรือขอรับ


กระผมถูกออเจ้าหลอกมาแล้วสี่ปี เพิ่งจะตื่นรู้มาเมื่อไม่กี่วันมานี้ นึกแล้วอยากจะเขกกบาลตัวกระผมเองยิ่งนัก. ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ก็ถือเสียว่า ประชาชนรู้ไม่เท่าทันนักการเมืองสีเทา ฟอกตัวเองมาเป็นหัวหน้าม็อบ ปิดบ้านปิดเมือง จับมือกับนักการเมืองในคราบสีเขียวสร้างความฝัน “ประชาธิปไตยที่แท้จริง” ด้วยการทำลาย “ประชาธิปไตย” ที่มีอยู่ในขณะนั้น

วาทกรรมประชาธิปไตยที่แท้จริงก็เหมือนกับบอกกระผมว่า คนดีที่มีอยู่นั้นใช้ไม่ได้ ต้องปฏิรูปให้เป็นคนดีที่แท้จริง ทำให้กระผมเคลิ้มไปกับถ้อยคำจนลืมตรรกะไปเสียสนิท (ออเจ้าแน่มาก)

คนดีก็คือคนดี ไม่มี “คนดีที่แท้จริง”. เราอาจมีคนดีแบบเก๊ๆได้ ก็พวกสร้างวาทะกรรมประเภทปฏิรูปตำรวจ เลือกผู้ว่าทั่วประเทศ แล้วหนีไปบวชหลังจากได้สมอารมณ์หมาย แล้วตีมึนๆเนียนๆ เชียร์รัฐประหารที่ไม่ได้สนองอะไรให้กับสิ่งที่เรียกร้อง แถมยังจะตั้งพรรคการเมืองมาช่วยสืบทอดอำนาจต่อ บอกว่ายัง “ปฏิรูป”ไม่เสร็จ ทั้งๆที่ตลอดสี่ปี ไม่มีการปฏิรูปอะไรเลย นอกจากกระชับอำนาจผ่านโรดแม็ปไปวันๆ

ประชาธิปไตยก็คิอประชาธิปไตย กระผมไม่เชื่อหรอกว่าจะมีประชาธิปไตยที่แท้จริง ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ทั้งหมดที่ว่านี้เป็นเพียงการสร้างวาทกรรมให้ประชาชนหลงฝันหวาน ประเภทเดียวกับวาทกรรม “ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” ในยุคคอมมิวนิสต์เกลื่อนเมือง

ยังไงๆประชาชนก็ต้องถูกปกครอง ไม่ว่าจะใช้การปกครองแบบไหนก็ตาม. เราก็ยังต้องมี “รัฐบาล” ที่ประชาชนต้องให้ความร่วมมือ มิฉะนั้นบ้านเมืองก็ไม่ใช่บ้านเมือง กลายมาเป็นรัฐที่ล้มเหลว

สิ่งที่แตกต่างจากระบอบการปกครองอื่นๆคือ รัฐบาลประชาธิปไตยต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครอง ด้วยการให้เสรี ให้พื้นที่ต่อผู้เห็นต่าง รวมทั้งการยอมรับการตรวจสอบจากภาคประชาชน ระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบเดียวที่มีสัญญาประชาคมระหว่างรัฐกับประชาชนว่า รัฐบาลต้องเป็นของประชาชน (ผ่านการเลือกตั้ง) เพื่อประชาชน (คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่) และโดยประชาชน (สนับสนุนหรือไม่สนับสนุนพรรคการเมือง)
(หมายเหตุ: นอกจากที่ว่านี้ ยังมีเรื่องของ สิทธิมนุษยชน การบังคับใช้กฎหมายที่รวดเร็วและเท่าเทียมกัน เป็นต้น)

รัฐบาลใดที่ดำเนินนโยบายผิดพลาด สร้างความเสียหายให้กับประเทศ รัฐบาลนั้นย่อมเสียความไว้วางใจจากประชาชน ต้องถอยออกจากอำนาจการปกครอง คืนอำนาจกลับไปให้ประชาชนตัดสินใจโดยผ่านการเลือกตั้ง เพื่อเลือกผู้ปกครองคนใหม่ ที่วันๆไม่ทวงบุญคุณจากประชาชน และทำงานให้กับประชาชน

การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจ ที่ใดมีอำนาจ ที่นั่นย่อมมีการฉ้อฉล. ประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองเดียว ที่เปิดกว้างให้มีการตรวจสอบรัฐบาลโดยประชาชนมากที่สุด ยิ่งรัฐบาลพยายามปกปิด หรือใช้อำนาจในการบิดเบือนความฉ้อฉลมากเท่าไหร่. รัฐบาลชุดนั้นก็ยิ่งเสียความไว้วางใจจากประชาชนมากขึ้นเท่านั้น ในที่สุดก็อยู่ไม่ได้ และต้องล้มหายตายจากไป

ออเจ้าชอบขู่กระผมว่า รัฐบาลประชาธิปไตยวุ่นวาย มีการซื้อเสียง มีการประท้วง มีการโกงกิน แต่ออเจ้าคงลืมไปว่า รัฐประหารกดเสรีทางความคิด การประท้วงจะเกิดได้อย่างไร ใครเริ่มคิดต่างก็โดนกดจนหัวติดเข่าไปแล้ว. ส่วนเรื่องซื้อเสียงก็คงไม่เกิด เพราะออเจ้าใช้ระบอบปืนเป็นใหญ่ ลงทุนน้อยได้ผลมาก ไม่ต้องเสียสตางค์สักบาท เพราะใช้ภาษีประชาชนซื้ออาวุธ มาใช้กับประชาชนเอง ส่วนเรื่องการโกงกิน ออเจ้าคงพูดไม่ได้เต็มปากแล้วกระมัง ยุคของออเจ้าช่างโปร่งใสจนต่อผุดทั่วบ้านทั่วเมือง

ออเจ้าบอกกระผมว่า ตนเองและพรรคพวกไม่ใช่นักการเมือง. กระผมเชื่ออย่างสุดลิ่มทิ่มประตู เพราะออเจ้าไม่เคยแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองเลย. วาทกรรมนาฬิกายืมเพื่อน จนเกิดการเลียนแบบว่า เงินเป็นของเพื่อน ปืนไม่ใช่ของผม เป็นของเพื่อน ประชาชนอย่างกระผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า เรือดำน้ำ รถไฟความเร็วสูงและอื่นๆที่ซื้อกันอย่างสนุกสนาน ซื้อเพราะความเป็นเพื่อน มากกว่าผลประโยชน์ของชาติหรือเปล่า

ออเข้าขอรับ กระผมอาจเป็นคนโง่ แต่วันหนึ่งกระผมเชื่อว่า กระผมเรียนรู้ได้ ถึงวันนั้นแล้ว ออเจ้ายังจะหลอกกระผมด้วยอะไรต่อดีขอรับ

หรือกระผมต้องกลับไปอ่าน "จินดามณี" จริงๆ อย่างที่ออกเจ้าแนะนำไว้

โดย ปากไก่

 

กลับไปที่ www.oknation.net