วันที่ ศุกร์ เมษายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปริศนาสำริดที่เขาศรีวิชัย ...“จักระ” แห่งพระโพธิสัตว์ ?


           เมื่อราวเดือนพฤษภาคม 2560 ได้มีการขุดพบแผ่นโลหะรูปทรงกลม มี 4 รู บริเวณโบราณสานหมายเลข 12 บริเวณเชิงเขาศรีวิชัยหรือเขาพระนารายณ์ ตำบลศรีวิชัย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 
.

.

.

          ลักษณะเป็นโลหะสำริดรูปร่างกลมแบน ขอบเป็นสันคม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 13.2 เซนติเมตร แกนกลางเป็นดุมกลมเว้าด้านใน ล้อมรอบด้วยกลีบใบไม้ซ้อน มีก้าน 4 ซี่ รูปทรงกระบอกฝนเป็นมุม 8 เหลี่ยม ปลายตกแต่งเป็นลวดบัวหัวเสา ปลายแผ่โค้งเป็นใบขดม้วน โดยรวมแล้วเป็นลักษณะของ “จักร” (Chakra – Cakra) อันเป็นเครื่องมือมงคลที่จะถูกถือโดยเทพเจ้าในคติฮินดูและพระโพธิสัตว์ในคติวัชรยาน 
.
          กล่าวกันว่าจักรสำริดที่ขุดพบจากเข้าศรีวิชัยนั้น ถือเป็นประติมากรรมรูปจักร ที่พบเห็นเป็นครั้งแรกจากการขุดค้นทางโบราณคดีในประเทศไทยเลยครับ 
.

.

           ถึงจะมีความโน้มเอียงจากหลายความคิดเห็นของผู้รู้ในทางวิชาการโบราณคดีเมืองไทยว่า จักรที่พบนั้นควรจะเป็น “จักรสุทรรศนะ” (Sudarshana Chakra) ของพระวิษณุ – พระนารายณ์ ในคติความเชื่อของลัทธิไวษณพนิกาย ตามที่มีหลักฐานปรากฏอยู่เป็นจำนวนมากบริเวณเขาศรีวิชัยแห่งนี้ แต่กระนั้น จักรที่รูปประติมากรรมพระนารายณ์หรือพระวิษณุถืออยู่ในพระหัตถ์บน ที่พบมาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 9 ในคาบสมุทรภาคใต้และในเกาะชวานั้น ก็มักจะทำเป็นแกนตั้งแต่ 8 ซี่ขึ้นไป หรือเป็นแผ่นหินกลมเรียบ ยังไม่เคยปรากฏว่าเป็นจักรที่มีรูปแกน 4 ซี่ ถืออยู่ในพระหัตถ์ของรูปประติมากรรมลอยตัว ที่ทำขึ้นจากหินหรือโลหะในคติไวษณพนิกายแต่อย่างใดครับ 

.

.

           รูปแบบของจักร 4 ซี่ นี้ ปรากฏในงานศิลปะชวา (ศรีวิชัย) ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 – 15 ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันกับจักรสำริดที่พบจากเขาศรีวิชัย ดังรูปสลักพระนางทรุคาในปาง “มหิงษาอสูร – มรรทินี” (Goddess Durga - Mahishasura Mardini) หลายชิ้น ที่พบจากชวากลาง
.
          ทั้งยังปรากฏรูปจักร 4 ซี่ ศิลปะชวาในคติวัชรยาน อย่างภาพสลักนูนต่ำบนผนังอาคารฝั่งทิศเหนือ วิหาร “จันทิเมนดุ” (Candi Mendut) ในภาคกลางของเกาะชวา เป๋นรูปของ “เทวีโพธิสัตว์จุณฑา” (Bodhisattva Devi Cunda) ถือจักรที่มีลักษณะลวดลายการจัดวางองค์ปะกอบที่คล้ายคลึงกันในพระหัตถ์บนฝั่งขวา พระนางจุณฑาเป็นภาพสมมุติ (บุคลาธิษฐาน) ของมนตรา “จุณฑาธาริณี” ในคติของวัชรยานแบบชวาครับ
.

.

.

           ด้านข้างฝั่งขวาเป็น “พระโพธิสัตว์มัญชุศรี” (Manjusri) ส่วนฝั่งซ้ายคือ “พระกษิติครรภโพธิสัตว์” (Khagarbha/ Ksitigarbha) ทั้งสองพระองค์คือพระมหาโพธิสัตว์ในกลุ่มพระอัษฎมหาโพธิสัตว์ ที่แวดล้อมพระมหาไวโรจนะพุทธเจ้า 
.
          ยังปรากฏรูปประติมากรรมขนาดเล็ก ที่ใช้เป็นรูปบุคลาธิษฐานเพื่อการกำหนดจุดหมายในมโนรหัส มีลักษณะคล้ายพระวัชรโพธิสัตว์ (มณฑล) แต่ พระหัตถ์ขวาเปลี่ยนจากการถือวัชระ มาถือจักระ อาจเรียกว่า “พระจักระโพธิสัตว์” (?) ซึ่ง"จักร"ในคติความเชื่อ มีความหมายถึงสติปัญญาที่เฉียบคมในการขจัดอวิชชา เป็นสัญลักษณ์แทนดวงอาทิตย์ (แทนใจ) และดวงจันทร์ (แทนความรู้สึก) ป้องกันภัยอันตราย ความชั่วร้าย และสิ่งอัปมงคลต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต 
.

.
          ซึ่งลักษณะรูปศิลปะของจักรพระโพธิสัตว์ ก็มีความคล้ายคลึงกับจักรสำริดที่พบจากเขาศรีวิชัย เช่นเดียวกันครับ
.
.
           *** ประกอบกับในเดือนกุมภาพันธ์ มีการขุดพบชิ้นส่วนภาพสลักหินนูนต่ำ ขนาดสูง 6.3 เซนติเมตร กว้าง 6.3 เซนติเมตร หนา 1.2 เซนติเมตร จากโบราณสถานเดียวกันกับที่ขุดพบจักรสำริด และมีการศึกษาตีความว่าเป็นภาพของ “พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร มหาการุณิกะ” ในท่าครุ่นคิดพิจารณา แสวงหาทางพ้นทุกข์แก่มวลมนุษย์ 
.

.
           รูปจักรที่มีแกน 4 ซี่ จากเขาศรีวิชัยนี้ จึงควรเป็นจักระของพระโพธิสัตว์ในคติวัชรยานแบบชวา ในยุคราชวงศ์ไศเลนทร์ ราวพุทธศตวรรษที่ 14 – 15 ซึ่งในช่วงเวลานั้นมีความนิยมในการสร้างรูปประติมากรรมแบบลอยตัวด้วยสำริดเป็นจำนวนมากครับ 
.

.

.

.

โดย ศุภศรุต

 

กลับไปที่ www.oknation.net