วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อย่ากลัวจีนนักเลย เขายึดทั้งโลกไปแล้ว


ขำกลิ้ง  แจ็คหม่า บินมาทำ MOU ผมคิดว่าเป็นข่าวที่ดีมากจริงๆ  แต่กลับมีบทความบทวิเคราะห์บ้าบอออกมาแบบแปลกๆ จนกลายเป็นประเด็นบน Social Media  แบบว่า จีนจะยึดทุเรียนไทย   ไม่รู้ว่าคิดได้อย่างไร  อ่านไปแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้  อะไรกันครับ แค่ทุเรียนเอง มันแค่สินค้าตัวแรก เดี่ยว ข้าว  และสินค้าอื่นๆ ก็คงจะมียอดสั่งซื้อจำนวนเข้ามาอีก  จะมีข่าวอะไรออกมาอีกละ  ที่ขำไม่ออกคือ จีนยึดธุรกิจไทยหมด  โธ่  บอกไว้เลยนะ ออเจ้า  ดูหนังประวัติศาสตร์มากไปหรือไม่  กลัวไปหมดเลย กลัวโดนยึด  จริงๆ นะ จีนเขาไม่ได้ตั้งใจจะยึดไทยที่เดียวหรอก เขาจะยึดทั้งโลกเลย  ยึดการค้าขาย  เพราะตอนนี้สินค้าจีนก็ครองส่วนแบ่งตลาดไปเยอะแล้วละ   ใครเถียงว่าไม่จริง มีไหม   คิดดูซิ ยุโรป รวมตัวกันสิบกว่าปีแล้ว สุดท้ายไปไม่รอด  อีกสิบปีหน้าจะเป็นอย่างไร ยังเดาไม่ออกเลย แต่อีกสิบปีข้างหน้าเดาออกไหมว่า จีนจะเป็นอย่างไร   ถ้าจำกันได้ สิบปีที่แล้ว จีนยังโดนล้อเลยว่าสินค้า คุณภาพต่ำ ตอนนี้สินค้าจีนได้ยกระดับขึ้นมาแล้วนะ  มือถือจากเมืองจีน ที่ไม่มีชื่อเสียง ตอนนี้ หัวเหว่ย ราคาสองหมื่นแล้วนะ มีคนซื้อด้วย  บนโลกใบนี้ มือถือเบอร์หนึ่งยังคงเป็น ไอโฟน  ส่วนที่สองและที่สามคือ ซัมซุงกับหัวเหว่ย ตัวเลขห่างกันไม่เกิน 2%  ยี่ห้อดังๆ เช่น โมโต   โนเกีย  โซนี่ หายหมดแล้ว แพ้จีนหมด ใช่หรือไม่   ใครยังจำว่าจีนสินค้าคุณภาพต่ำ คงต้องคิดใหม่ได้แล้วครับ สินค้าจีนไม่ได้ดี ที่สุดในโลก แต่สินค้าจีนไม่แพงที่สุดในโลกก็แล้วกัน  จะเรียกว่าถูกที่สุดในโลกก็น่าจะพูดได้   ตอนนี้มีใครจะปฎิเสธสินค้าจีน ผมว่าคงจะลำบาก เพราะสินค้าเขากลืน ไปเกือบหมดแล้ว  

กรณีทุเรียนผมก็แปลกใจที่คนไทยกลัวอะไรกันนักหนา  พี่แจ็คไปดีลกับมาเลเซีย ก็บ่นว่า ไทยช้า โดนแขกตัดหน้า พอลงนาม ก็กลายเป็นว่า กลัวโดนยึด  แล้วจะเอาอย่างไรดี  รอ รอ รอ  ให้นักวิชาการ นักวิชาโกง ทำวิจัย หลอกกินเงินหลวงก่อนหรือ  ผ่านไปสามปี สรุปว่า ควรทำแต่มีข้อแม้อีกหลายข้อ  นี่แหละคืออะไรที่เราตามคู่แข่งเราไม่ทัน  เพราะเราเข้าตลาดช้าไป หรือก็ไม่กล้าเข้าไปชิงกับเขา รีรอ  ภาษาชาวบ้านเรียกว่า รำมวย  ดีแต่รำไม่ชกสักที 

ผมอ่านเจอ แจ็คบ่นว่า ไทยนะนครหลวงFacebook  แต่สิงค์โปร์ ได้ผลประโยชน์ไป คนไทยเล่น Facebook ติดอันดับ TOP 5 เลยนะ  แต่สิงค์โปร์มีประชากรแค่ ห้าล้านคน กลับได้ประโยชน์ อันนี้มันโดนใจผมจริงๆ ที่เรื่องแบบนี้ไม่มีใครออกมาบ่น  ดีแต่สนใจเรื่องทุเรียน   เพื่อนผมได้มรดกจากพ่อแม่ทำไว้ให้ มีส่วนทุเรียนที่จันทบุรี ตอนนี้รวยครับ  รวยเพราะเขาเอาทุเรียนไปต่อยอด ส่งขายยุโรป  แบบลองผิดลองถูก เอาทุเรียนไปอบแห้งแล้ว ชุบช็อคโคแลค ฝรั่งชอบ ออกแนวฟองดู ขายดีมาก ตอนนี้ไม่ได้ทำอะไรเลย หัดขับปอร์เช่ เตรียมเข้าตลาดหุ้น  ของแบบนี้ต้องมีฝีมือและโชคครับ  ดิ้นรนเท่านั้นถึงจะรวย  ใครจะบอกว่าจีนมายึดสวนทุเรียน ผมว่าโลกเขาแคบมากเลย  เขาคงไม่เคยซื้อของออนไลน์แน่ๆ  เลยไม่ทราบว่า สมัยนี้เขาค้าขายกันทางไหน

ผมเห็นเด็กรุ่นใหม่อายุไม่เกิน สี่สิบ จำนวนมาก วันๆ ก็เล่นไลน์ เล่นเฟส  ค้าขายกัน แบบว่าไม่ยอมกินเงินเดือนประจำ จับของขายกันเป็นว่าเล่น กำไรพออยู่ได้ เลี้ยงครอบครัวได้ แต่เพื่อนผมบางคน พ่อแม่ทำธุรกิจทิ้งไว้ให้ บ่นเสมอ เศรษฐกิจไม่ได้ ค้าขายยาก ก็ท่านเล่นขายของเดิมๆ ไม่ได้ ออนไลน์ หรือแตกธุรกิจเลยนี่   บ่นตลอด แต่เห็นลูกหลายท่านก็ส่งไปเรียนต่างประเทศกัน  ไหนบ่นว่า เศรษฐกิจไม่ได้ ทำไมมีเงินละครับ ไปเรียนเมืองนอกนะ ต้องมีเงินหลักล้านเลยนะ   กลับมาเรื่อง แจ็คดีกว่า  

เราลองคิดดูชิว่า หากแจ็คมาไทย ไม่ตั้ง ฮับที่ไทย  ไปตั้งที่ประเทศอื่น เราจะเสียหายขนาดไหน นี่นะบุญแล้วละ ที่เขามาตั้ง “ฮับ” ที่เรา  หลายคนไม่เข้าใจ “ฮับ” เลย  สำนักงานใหญ่ หลายคนคงเข้าใจ  แต่ฮับคือ สาขาที่เล็กกว่าสำนักงานใหญ่เท่านั้น และทำหน้าที่ดูแล สาขาย่อยๆ อีกมากมาย เพื่อลดภาระให้สำนักงานใหญ่   ดังนั้น ฮับ จึงมีบทบาทมากต่อ สาขาย่อยๆ  พอจะตามผมทันไหมนี่   ที่ผมยกตัวอย่างเป็นสาขา แบบธนาคารเพราะว่า น่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่า  เมื่อมีฮับ การจ้างงานก็จะตามมา ธุรกรรมก็จะตามมาเช่น การขนส่ง การใช้เครื่องมือสื่อสารทันสมัย เรียกว่าสำนักงานใหญ่มีอะไร ฮับก็จะต้องมีบ้าง แต่ไม่เยอะเท่าสำนักงานใหญ่  คนทำธุรกิจน่าจะทราบดีว่าฮับมีบทบาทสูงมาก   

สิงค์โปร์ ประเทศที่เคยเป็นแหล่งสวรรค์ของนักช๊อปปิ้ง  เปิดเผยแล้วละว่า  คนมาเที่ยวน้อยลง เพราะสามารถสั่งซื้อของออนไลน์ได้  ไม่ต้องมาสิงค์โปร์อีกแล้ว เห็นไหมครับ  ออนไลน์มันมีความสำคัญมากเลย  แล้วความคิดที่จะพัฒนาการตลาดออนไลน์เองละ  ทำได้ครับ แต่ทำได้ไม่ดีกว่า แจ็คหม่า เจ้าของอาลีบาบา หรือ อีกเจ้าที่ชื่อ อเมซอน แน่นอน   อย่าหลงประเด็นเลยครับ  การค้าขายต่อไปนี้ใครมี Network  มากได้เปรียบครับ  สมัยก่อนเราค้าขายกันแบบผ่านคนกลาง   คนกลางรวย กำไรเยอะ  คนกลางจะปกปิด ต้นต่อสินค้าเสมอ ไม่บอกหรอกว่านำเข้ามาจากประเทศอะไร  ต่อมามี Discount Store แบบว่าเอาเงินล้านมาขอซื้อสินค้า กดราคาสุดๆ  พวกเราจึงได้ซื้อสินค้าราคาถูก จำได้ไหม  น้ำอัดลมถูกกว่าเดิมมากในห้างสรรพสินค้าบางแห่ง   และแล้วอะไรก็เปลี่ยนไป จากเอาเงินสดมาซื้อเยอะๆ เอาส่วนลด กลายมาเป็น การสั่งซื้อ ออนไลน์ ทั่วโลก เอาคำสั่งซื้อมาตีหัว ผู้ผลิต   

ใครคิดไม่ออกคิดถึง สินค้าใน 7  ที่ผู้ผลิตต้องการจะขายของใน 7 ให้ได้ เพราะดีลกันเสร็จ ได้คำสั่งซื้อจำนวนมากทันที จาก 70 กว่าจังหวัด ทั่วประเทศไทย ดีกว่าไปนั่งทำตลาดเองทีละจังหวัด   นี่ก็แนวคิดเดียวกับแจ็คหม่านั้นแหละ    นี่เริ่มแค่ทุเรียนเดี๋ยวก็มีสินค้าตัวอื่นตามมาอีกเยอะรับรอง วงจรการค้าจะเปลี่ยนไป  ปัญหาเดิมๆ จะหมดไป จะมีปัญหาใหม่ๆ มาแทนที่   สินค้าขายไม่หมดหาตลาดไม่ได้ คงไม่มีอีกต่อไป จะมีก็แต่ยอดซื้อจำนวนมาก กับราคาที่ถูกมากๆ  

อย่าลืมครับ แจ็คนะ คือเจ้ามือ เอาสินค้ามาขายจากหลายแห่งทั่วโลก  เจ้ามือมักจะได้เปรียบ  แต่ลูกมือนะเสียเปรียบบ้าง   แต่ใครไม่มีเจ้ามือนะซิ  ลำบากแน่ๆ จะมาค้าขายช้า ๆ  แบบเดิมคงอดตาย  ผมจำได้ตอนที่บ้านเรายังมีแต่ ระบบ 2G รมต. บางคนยังบ่นว่าใช้ระบบเดิมไปก่อนเถอะ  มันใช้ได้   ไม่ต้องลงทุน โทษนะครับ  เต่าล้านปีแล้วละ พอมี 3G 4G  ระบบสื่อสารก็เปลี่ยนไปรวดเร็วมากเลย ธนาคารคือตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุด  โอนเงินผ่านมือถือกันเป็นว่าเล่น  แบบนี้มันเป็นเรื่องของ Vision แล้วละครับ   โลกเราใบเล็กลง การติดต่อสื่อสารง่ายขึ้นเยอะ  ตอนนี้ใครอยากได้อะไรก็สามารถหาได้ในตลาดออนไลน์ ผมยังหาของเจอตั้งหลายอย่างเลย  แถมยังส่งถึงบ้าน  แล้วร้านค้า ห้างสรรพสินค้าที่ต้องเปิดแอร์รอ เปิดไฟรอ  ต้นทุนแพงกว่าเยอะ จะอยู่รอดสักกี่ปีครับ  การตลาดเก่งแต่ต้นทุนเพิ่ม กำไรมันก็หด  ไปไม่รอดครับ  เชื่อผมเถอะ  บนโลกใบนี้เขาแข่งกันด้วยต้นทุนแล้วครับ ใครต้นทุนต่ำ กำไรมากกว่า  ดู E book  ครับ ไม่ต้องซื้อกระดาษจากเมืองนอกมาผลิตหนังสือ ยังไงก็กำไรมากกว่าหนังสือจริงไหมครับ 

รูปจาก bloomberg 

 

โดย 4BANK

 

กลับไปที่ www.oknation.net