วันที่ พุธ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไม่มีชื่อ


 

ก้อนหิน ไม่เคยปรารถนาการเคลื่อนไหว
(ต้นน้ำ...เขาเหมน )

ผีเสื้อต่างหากเล่า ที่ต้องการโบยบิน
(เหตุเกิดบนใยแมงมุมที่หน้าบ้าน)

มีปีกไว้ทำไม หากไม่เชื่อว่าบินได้

ทุกชีวิตต้องการการดูแล
(แมวสองตัว ต่างที่มา แต่โตมาด้วยกัน)

แสงสุดท้าย มักสวยงามเสมอ
(ท้องฟ้าอีสาน)

เพลงประกอบ Manla Glen
(เพลงโหลด นานนิ๊ดดดดด นึง..)

ตั้งใจว่าจะไม่เขียนอะไรให้มากไปกว่านี้ อาบน้ำยามดึกดื่นสดชื่น ความคิดแล่นฉิว ไม่ได้แล่นไปไหน แต่มาแล่นวนอยู่ในภาพที่หยิบมานำเสนอ  ภาพที่แทนความคิดหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เฝ้าวนเวียนลูบคลำมันในห้วงคำนึงอย่างแผ่วเบา คล้ายกลัวมันตื่นมาอาละวาด แล้วกลายเป็นไฟเผาไหม้ตัวเอง

"เราเป็นสัตว์เผ่าพันธุ์ใดกันหนอ"

คนเรา เกิดมา ล้วนรู้สึกร้อนหนาว สุขทุกข์ได้เหมือนกัน แต่กลับรู้สึกต่อร้อนหนาว สุขทุกข์ ได้ไม่เท่ากัน

นี่กระมังคือความแตกต่างของคน

ภาพแรกคือ ต้นน้ำบนเขาเหมน ที่ไหลกระเซ็นเป็นฟองฝอย ตรงนั้น คือบริเวณที่ชาวบ้านเรียกว่า "ลานนกออก" เป็นที่ๆจะมีการก่อสร้างบ้านพัก ต่อเนื่องจากการทำถนนโดยพละการของหน่วยงาน สามสี่หน่วยงาน ที่อ้างว่าเพื่อการดูแลป่าและดูแลนักท่องเที่ยว

ก้อนหิน ไม่เคยปรารถนาการเคลื่อนย้าย .....แต่สักวัน มันอาจพลิกตัวหล่นลงมา

ภาพที่สอง ผีเสื้อเคราะห์ร้ายตัวนั้น  แม้ฉันจะแกะมันออกมาจากใยแมงมุมแล้วก็ตาม แต่ปีกที่ยับเยินแหว่งวิ่น จึงร่วงผลอยลงสู่พื้นดิน อย่างหมดแรง ฉันได้แต่มองดูมัน ในนาทีสุดท้ายที่จากไป

คิดถึงเรื่องของเพื่อนในบล็อก คือเรื่องของกนิษ และจังหวัดระยอง ที่กำลังต่อสู่เพื่อยุติการก่อสร้างโรงงานพลังงานถ่านหิน ที่น่าจะมีคนรู้และตกใจกลัวถึงพิษภัยของมันได้แล้ว ใช่ว่าจะไม่ดีต่อสุขภาพของคนเท่านั้น แต่กับสิ่งแวดล้อมทุกชนิด ทั้งดินน้ำป่า ในระยะยาว.....

แล้วการโต้แย้ง ใช่เหตุผลหรือเปล่า ที่จะเป็นตัวตัดสินว่า สร้างหรือไม่ หรือว่า ผลประโยชน์ ในมือใครสักคนสักกลุ่ม ที่จะตัดสินแทน

ต่างอะไรกับผีเสื้อตัวนั้นเล่า...ประมาทเพียงนิด ตายสถานเดียว ตายอย่างไม่น่าให้อภัยตัวเอง แต่คนที่ฉลาดกว่าผีเสื้อ รู้ซึ้งถึงปัญหา ทำไมไม่ปล่อยให้เขาได้เลือก

บินสิ...บิน เมื่อมีปีกก็ต้องรู้จักบิน อย่ายอมจำนนเพียงเพราะเขาจับเจ้าขังไว้ในกรง จนไม่รู้ว่าปีกมีประโยชน์เพื่ออะไร 

ชีวิต...หากได้รู้ถึงศักยภาพของตนเอง ก็จะรู้ว่าการได้ดูแลคนอื่นนั้น นำมาซึ่งความสุขแก่ตนอย่างไร

แมวสองตัว มีที่มาน่าสงสาร

ตัวดำ ถูกรถชน ท้องแตกกลางถนน ตอนที่ก้มลงหยิบตั้งใจจะเหวี่ยงซากไปให้พ้น แต่มันกลับร้อง "เหมี้ยว" 

อีกตัว เป็นแมวที่หล่นมาจากรถ ไม่บาดเจ็บทางร่างกาย แต่กลัวรถยนต์เป็นที่สุด เขาทั้งคู่ดูแลซึ่งกันและกัน นอนกอดกันแบบนี้เกือบทุกคืน

ชีวิต..การมีใครให้ห่วงหาอาทร นับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่การยึดมั่นกับอารมณ์นั้น ไม่ต่างอะไรกับการหลงใหลในลำแสงสุดท้ายของดวงตะวัน

เพราะไม่ว่าจะสวยงามอย่างไร ในที่สุด มันก็ต้องลับลาไป
เพียงอยู่อย่างเข้าใจในความเป็นจริง
แต่ไม่ใช่อยู่อย่างยอมจำนนต่อความจริง ในสิ่งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม 

ฉันจึงต้องลุกขึ้นมาเขียน

โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net