วันที่ จันทร์ เมษายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิกฤตศรัทธาแฟนบอล BGFC


วิกฤตแฟนบอล BGFC

 

            ห่างหายกันไปนาน สำหรับเรื่องราวที่ไม่ได้มาเล่าสู่กันฟังนะครับ สำหรับแฟนบอล BGFC คงเคยได้ติดตามบทความของผมก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีมาแล้วนะครับ

ปี 2010 คือปีแรกที่ผมเริ่มเชียร์บอล นัดแรกที่เปิดสนามลีโอสเตเดี้ยม ฉลองอัฒจันทร์ใหม่ พบกับเมืองทองยูไนเต็ด มีผู้คนเข้าชมล้นหลาม จากความจุ 13000 ที่นั่ง สถิติที่ถูกบันทึกไว้ คือเต็มทุกที่นั่ง สำหรับปี 2561 นี้ นัดที่มีผู้ชมเยอะที่สุดคือ นัดที่พบกับท่าเรือ จำนวนผู้เข้าชมการแข่งขัน 8,896 คน สถิติผู้ชมมักจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามผลงานของทีมในแต่ละช่วง รวมไปถึง นัดที่มีการแข่งขันในช่วงวันหยุดยาว หรือช่วงวันหยุดเทศกาลมักจะมีผู้ชมน้อย อีกอย่างหนึ่ง ปัจจุบัน การถ่ายทอดสดผ่านสื่อที่ทำได้ดีกว่าในด้านเทคนิค ภาพที่คมชัด ก็เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนดูได้ อย่างไรก็ดี กองเชียร์ของบางกอกกล๊าสเอฟซี ยังพอมีแฟนพันธุ์แท้อยู่ร้อยละ 30 ของจำนวนที่นั่งในสนาม

เหตุผลที่เชียร์บางกอกกล๊าสคือ ใกล้บ้าน และถือว่าในฐานะเป็นเจ้าบ้าน

ตั้งแต่นั้นมาผมก็เฝ้าวนเวียนเข้าออกสนามลีโอสเตเดี้ยมมาตลอดรวมเป็นระยะเวลาก็ 8 ปี ดีดัก ดูกันจนแก่เฒ่าหัวหงอกกันเลยทีเดียวครับ รวมทั้งเพื่อน ๆ ก็เป็นไปตาม ๆ กัน

สนาม- ทีมบางกอกกล๊าสก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ สนามลีโอสเตเดี้ยมก็เปลี่ยนจากสนามเล็ก ๆ มีความจุไม่กีพันที่นั่ง ค่อย ๆ ปรับปรุงมาจนเป็นสภาพปัจจุบัน และปีนี้ 2018 ก็เปลี่ยนจากหญ้าเทียมมาเป็นหญ้าจริงเป็นปีแรก

ตราสโมสร - ปี 2018 นอกจากจะเปลี่ยนพื้นสนามให้เป็นหญ้าจริงแล้ว ยังเปลี่ยนตราสโมสรที่เป็นรูปกระต่ายบนพื้นสีเหลือง เปลี่ยนมาเป็นกระต่ายแก้วในพื้นที่น้ำเงิน

สีประจำสโมสร - ปี 2018 นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพครั้งยิ่งใหญ่ เพราะนอกจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีการเปลี่ยนสีชุดเหย้าเยือน สีประจำสโมสร จาก เขียวขาว มาเป็นสีน้ำเงิน แต่ชุดแข่งออกโทนสีฟ้ามากกว่า

อันดับผลงาน – BGFC ตั้งแต่ปี 2009 มีอันดับดีที่สุดคือ อันดับ 3 ในปี 2552 และ 2559 ส่วนผลงานแย่ที่สุดคือ อันดับ 10 ในปี 2557 แข่ง 38 นัด ชนะ 14 เสมอ 7 แพ้ 17

หัวหน้าผู้ฝึกสอน - ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา (2549-2561) ใช้ผู้ฝึกสอนไปแล้วทั้งหมด 17 คน ยังไม่มีใครพาทีมขึ้นสู่อันดับ 1 ของลีคสูงสุดของไทยได้ คนปัจจุบันที่กำลังต่อสู้กับแรงเสียดทานก็คือ น้าอ่ำ “อำนาจ แก้วเขียว”และในวันนี้ถูกเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เป็น โค้ชจุ่น อนุรักษ์ ศรีเกิด

นักเตะ - มีการเปลี่ยนแปลงนักเตะอยู่เป็นเนือง ๆ แบบทำให้แฟนบอลใจสลายหรือช๊อคกันไปตาม ๆ กันก็หลายราย ในปี 2018 BGFC ตัดสินใจซื้อนักเตะหนุ่มทีกลายมาเป็นหัวหอกของทีมได้แก่ นิว ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ หนุ่มมากความสามารถ ฉลาดและมีไหวพริบในการเล่นเป็นที่สุด มีความขยัน มีพละกำลัง นับได้ว่าเป็นคนที่พยุงทีมไว้ด้วยภาระอันหนักหนาสาหัส ณ ปัจจุบันนี้  การเปลี่ยนแปลงนักเตะของทีมนั้นเป็นอำนาจของทางผู้บริหารทีม (หรือใครก็ไม่ทราบได้) แฟนบอลอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ก็ไม่อาจทราบแนวทาง นโยบาย สาเหตุของการโยกย้ายเปลี่ยนแปลง คงจะมีแต่คำถามในใจว่า ทำไม ๆๆๆ ผมเองก็ไม่มีคำตอบครับ บางทีเราอาจจะไม่ต้องการคำตอบนั้นก็ได้ เพราะมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร

มาวันนี้ ฤดูกาล 2018 ทำการแข่งขันกันไปแล้ว 13 นัด บางกอกกล๊าสเอฟซี โชว์ผลงานได้อย่างไม่ประทับใจแฟนบอลเอาเสียเลย ชนะ 3 เสมอ 3 แพ้ 7 อยู่ในลำดับที่ 15 จาก 18 ทีม ซึ่งยังเหลืออีก 20 นัด ก็ยังมีโอกาสที่จะฟื้นชีพกลับมาอยู่ในอันดับต้น ๆ ของตารางอย่างที่เคยเป็นได้ แต่นั้นจะต้องหยุดความพ่ายแพ้ของทีมลงอย่างสิ้นเชิง และจะต้องกระหายแต่ชัยชนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะอันดับแรก ต้องหนีโซนตกชั้นให้ได้ก่อน ซึ่งผมคิดว่า ทางฝ่ายบริหารจัดการทีม คงจะทราบและหนักใจพอสมควร

            โดยส่วนตัวแล้ว ไม่มีความคิดเห็น และไม่ตำหนิติติงใด ๆ ทั้งนั้นเกี่ยวกับการทำทีม เพราะผมไม่มีส่วนได้เสียอะไรกับสโมสร แม้ในการเชียร์การชมการแข่งขัน จะสบถคำอะไรออกมาบ้าง ก็แค่ระบายอารมณ์ออกมาเท่านั้น การดำเนินการเกี่ยวกับทีมและสโมสรนั้น เป็นสิทธิและหน้าที่ของผู้บริหาร ไม่ได้เป็นหน้าที่อะไรของผมทั้งนั้น ผมเป็นคนเชียร์เป็นคนดู ผมก็จะเชียร์กันไปจนแก่เฒ่า เชียร์ไปจนกว่าไม่มีคำว่า BGFC หรือ ตายกันไปข้างหนึ่ง เพราะเราเลือกที่จะเชียร์ เลือกที่จะชอบ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องทิ้งและชิงชัง เพียงแต่ว่า ผู้บริหารและทีมงาน โปรดเข้าใจและแคร์ความรู้สึก ความศรัทธาของแฟนบอลที่ผมคาดว่าคงจะเป็นเช่นเดียวกับผมนี้ไว้บ้างก็ดีนะครับ ไม่มีอะไรซื้อใจแฟนบอลได้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนใจความรู้สึกชื่นชอบต่อทีมได้ สำหรับแฟนพันธุ์แท้อย่างเรา ๆ มีแค่ความปรารถนาดี บ่น ๆ ระบายกันไปให้ฟังบ้าง แต่ลึก ๆ แล้ว ผมเชื่อว่าแฟนบอลทุกคนก็หวังที่จะเห็นทีมที่ตนรักประสบความสำเร็จ และยินดีไปกับมัน ไม่มีใครยินดีไปกับความล่มสลายและความตกต่ำของทีมหรอกครับ เราจึงพร้อมเสมอที่จะเป็นกำลังใจให้กับทีม BGFC

        ในยามที่ทีมแพ้ แฟนบอลต่างก็เสียใจและเศร้า แต่หลังจากนั้น ผมก็ยังเฝ้ารอคอยวันแข่งในนัดต่อไปที่จะมาถึง เพื่อชมและเชียร์อยู่เสมอ ไม่ได้คิดจะห่างหายจากไปเลย

            ผมคิดเอาเองว่า กีฬาฟุตบอลที่เป็นกีฬายอดนิยมของคนในดาวโลกดวงนี้ มันเป็นการต่อสู้ที่นอกเหนือจากพละกำลังของนักเตะในทีม สภาวะจิตใจ สภาพร่างกาย เทคติคต่าง ๆ แล้ว มันยังเป็นสิ่งที่แฝงไปด้วยการบริหารงานบุคคลของคนในทีม และกองเชียร์อีกด้วย มันยากกันตรงนี้แหละครับ การที่จะหล่อหลอมคนให้เป็นพลังหนึ่งเดียว หรือเป็นพลังที่เหนียวแน่นนั้น ต้องใช้เวลา ใช้จิตวิทยา ให้วิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management -HRM) ให้เป็น ทุนมนุษย์ (Human Capital)  การดึงศักยภาพของคนในทีมออกมาใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด และการบริหารทีม เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก และละเอียดอ่อน ส่วนการบริหารแฟนบอลนั้นยังอยู่ห่างออกมาจากแกนกลางของทีม  ทีมที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น พวกเขาต้องมีพลังศรัทธาอันแรงกล้า มีความผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น มีความกลมเกลียวกัน ผมเพิ่งดูหนังของ เปเล่ ที่ได้แชมป์โลกปี 1958 ที่สวีเดน บราซิลถูกตราหน้าว่ามีนักเตะที่เล่นตามสไตล์ของตัวเอง จนนัดชิง นักเตะเริ่มลังเลขาดความมั่นใจ แต่สุดท้ายโค้ชก็ได้ให้กำลังใจ จนสามารถเล่นตามแบบของตัวเองและเอาชนะคู่แข่งขันมาได้

            ไม่รู้หนทางข้างหน้าของทีม BGFC จะเป็นอย่างไร แต่การที่จะตกต่ำดำดิ่งมากไปกว่านี้คงจะไม่ได้อีกแล้ว ต้องหาทางปีนป่ายขึ้นไปสู่เป้าหมายให้ได้ในที่สุด

            ขอบคุณนักเตะในทีมที่ยังคงมุ่งมั่นกันทุกคน

            ขอบคุณแฟนบอลที่รัก BGFC ทุกท่าน

        ขอบคุณที่ยังมีทีม BGFC ให้เชียร์กันต่อไป

 

 

 

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net