วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วัฒนธรรมไทย ( ออเจ้า มาแล้ว ไปแล้ว ไปไหนต่อ)


กว่าที่จะกล้าเขียนวิจารณ์เรื่องการแต่งชุดไทย ที่รัฐบาลมีนโยบายออกมาให้ข้าราชการต้องแต่ง ชุดไทย ถ้าจำไม่ผิดให้แต่งสัปดาห์ละหนึ่งวัน  ก็ต้องรอให้กระแส  ออเจ้า เบาบางลงก่อน  มิฉะนั้นคงเจอก้อนหินมาเป็นระลอก

ซึ่งคิดว่า ทุกอย่างเกิดและดับ  กระแสเรื่องการแต่งกายนี้ คงซาลง  ตามลักษณะนิสัยของสังคมไทย ที่ชอบแห่ตามกัน

ไม่ได้คัดค้านหรือท้วงติงอะไรเกี่ยวกับการแต่งกายชุดไทย  ก็ดีสำหรับคนที่พร้อม ไม่ต้องห้อยโหนบริการของขนส่งมวลชน 

แต่อยากจะให้มองในอีกมิติหนึ่งของคำว่า วัฒนธรรม  มันมีความหมายมากกว่าการที่มาแต่งชุดไทยกัน

ไปค้นหาดูคำว่า วัฒนธรรม  ก็มีคำจำกัดความหลากหลายอยู่  แต่ที่สะดุดตาคือ  การจัดประเภทของวัฒนธรรม ตาม พรบ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๔๘๕ เขาจัดเอาไว้ทั้งหมด ๔ ประเภท   ผมนำมาสรุปออกเป็นสองหมวดใหญ่ๆ คือ วัตถุ และ ที่ไม่ใช่วัตถุ  อาจกล่าวอีกนัยว่า  เป็น  รูป และนาม

ประเภทที่๑ คติธรรม  เป็นหลักการดำเนินชีวิต ที่ทำตนให้เป็นคนดี  ไม่เบียดเบียนผู้อื่นด้วย กาย วาจา  เน้นที่จิตใจที่ได้รับการขัดแต่ง  มีความโอบอ้อมอารี  หลักการสำคัญได้รับอิทธิพลมาจากศาสนา

ประเภทที่๒เนติธรรม  เป็นหลักการเกี่ยวข้องกับกฎหมาย และการจัดระเบียบชีวิตตนเองรวมทั้งผู้อื่น  ไม่ทำสิ่งที่ละเมิดกฎหมาย  เช่นเรื่องที่คิดว่าเล็กน้อย  การทิ้งขยะในที่สาธารณะ 

 ให้ความร่วมมือกับรัฐ ไม่หลีกเลี่ยงการ เสียภาษีอากร   นอกจากการไม่ละเมิดต่อกฎหมายที่รัฐกำหนด ยังไม่ละเมิดจารีตประเพณีที่คนส่วนใหญ่รับรอง  เช่น  กฎหมายกำหนดให้พ่อแม่มีหน้าที่เลี้ยงดูบุตร  แต่ไม่มีกฎหมายที่บังคับว่าให้บุตรต้องเลี้ยงดูพ่อแม่  แต่ผู้ใดที่เป็นบุตรทอดทิ้งพ่อแม่ไม่ดูแล  สังคมก็พากันตำหนิ  ดังนี้เป็นต้น

ประเภทที่๓ สหธรรม  วัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับมารยาท และพฤติกรรมที่แสดงออก  ผู้น้อยเคารพผู้ใหญ่  บุตรธิดาเคารพพ่อแม่  การเคารพคือการแสดงออกถึงความงดงาม  ส่วนจะเชื่อหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง   การไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น  เช่น ไม่แทรกแซงคิวกัน     ไปลามาไหว้   พูดจากันด้วยปิยะวาจา

ประเภทที่๔ วัตถุธรรม  วัตถุสิ่งของที่แสดงออกถึงวิถีชีวิตที่เคยเป็นมา ซึ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย  ดังเช่น อาคารบ้านเรือน  เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ  การแต่งกาย  รวมความคือสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมา

สามประเภทแรก  เป็นวัฒนธรรมที่ไม่ใช่วัตถุ  ประเภทที่ สี่จึงเป็นวัฒนธรรมที่เป็นวัตถุ

กระแสการแต่งกายแบบออเจ้า จึงเป็นเพียง วัฒนธรรมที่เป็นวัตถุ 

สิ่งที่หยิบยกมาเป็นประเด็นเขียนนี้ คือต้องการชี้ให้เห็นว่า  กระทรวงวัฒนธรรมก็ดี รัฐบาลก็ดี  ยังมองคำว่าวัฒนธรรมไทย เพียงแค่มิติทางวัตถุเท่านั้น  แต่ วัฒนธรรมเชิงนามธรรม ที่เกี่ยวข้องกับจิตใจและพฤติกรรมของคนในชาติกับไม่ได้รับการส่งเสริมเท่าที่ควร  เราไม่มีการปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่วัยเด็ก เรามองเพียงส่วนที่เป็นผิวๆของวัตถุ  ให้คนในชาติมาแต่งชุดไทย  แสดงเรือนไทย กินของไทยๆ   แต่พฤติกรรมที่ทิ้งขยะไม่เป็นที่  ไม่เคารพสิทธิผู้อื่น  กิริยาทางกายทางวาจาไม่งาม ไม่รับผิดชอบต่อสังคม  กลับเพิกเฉย ไม่มีการปลูกฝังเรื่องเหล่านี้

เขียนเรื่องนี้จบ  ทำให้นึกถึง ต้นไม้ขึ้นมา  รากต้นไม้เรามองไม่เห็น  เราเห็นแต่กิ่งใบดอก  แต่สิ่งที่สำคัญคือรากที่ทำหน้าที่หาอาหารมาเลี้ยงต่างหาก  วัฒนธรรมทางวัตถุก็เช่นกัน  เป็นสิ่งที่เห็นฉับพลันทางตา  แต่วัฒนธรรมทางด้านจิตใจ เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาสร้างขึ้นมา  ท้ายสุดก็กลับมาที่ คนของรัฐ ยังถนัดอยู่กับการปลูกผักชีสร้างภาพ

 

 

โดย สมชัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net