วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์


นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา พร้อมคณะรัฐมนตรีลงพื้นตรวจราชการจังหวัดสุรินทร์

 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อดูพื้นที่เพื่อก่อสร้างด่านชายแดนช่องจอมพร้อมการก่อสร้างให้เป็นด่านศุลกากรที่ได้มาตรฐาน และเป็นเมืองการค้าชายแดน (Border Town) เพื่อที่จะพัฒนาเป็นประตูการค้าสู่ประเทศอาเซียน โดยในปี 2560 มีการค้าระหว่างไทยกับกัมพูชามูลค่ากว่า 3,400 ล้านบาท คาดว่าอีก 5 ปี จะมีการค้าสูงถึง 10,000 ล้านบาทต่อปี จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาด่านศุลกากรช่องจอมและด่านพรหมแดนช่องจอมแห่งใหม่ เพื่อรองรับให้จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองการค้าชายแดนสำคัญเชื่อมโยงกับราชอาณาจักรกัมพูชา และเป็นเส้นทางสำคัญเชื่อมโยงกับ AEC ไปยังกัมพูชา ลาว เวียดนาม จีน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาคอีสานใต้

  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะพิจารณาพัฒนาด่านถาวรช่องจอมในเรื่องความมั่นคง ความคุ้มค่าการลงทุนด้านเศรษฐกิจ โดยต้องมีแผนแม่บทและงบประมาณเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพเริ่มจากระยะที่ 1 และพัฒนาจนกระทั่งประสบผลสำเร็จ    จากนั้น นายกรัฐมนตรี พบปะกลุ่มแม่บ้านสตรีอำเภอกาบเชิง ที่สวมใส่ชุดผ้าไหมสุรินทร์ รอต้อนรับนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ นายกรัฐมนตรีกล่าวปราศรัยขอให้ประชาชนร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ โดยรัฐบาลจะดูแลเศรษฐกิจให้ดียิ่งขึ้น ช่วยเหลือส่งเสริมโครงการ SMEs สหกรณ์วิสาหกิจชุมชน ด้านการเกษตร การลดต้นทุนการผลิต ระบบชลประทานที่มีความสำคัญต่อการเพาะปลูกข้าวอินทรีย์  

  ช่วงเวลา 11.30 นากรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเยี่ยมชมหมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอโบราณบ้านท่าสว่างหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมือง จังสุรินทร์ และเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้การทอผ้าไหมบ้านจันทรโสมาที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสุรินทร์ 

   พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะเยี่ยมชมหมู่บ้านท่าสว่าง หมู่ 1 ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีการอนุรักษ์ศิลปะการทอผ้าไหมชั้นสูง และได้รับเลือกให้เป็นผู้ผลิตผ้าไหมที่ระลึกแก่ผู้นำต่างประเทศที่เข้าร่วมประชุมเอเปก ครั้งที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม ปี 2003 โดยมีช้างแฝดคู่แรกของโลก พลายทองคำ และพลายทองแท่ง มารอต้อนรับนายกรัฐมนตรี โดยร่วมมอบกระเช้าดอกไม้ต้อนรับก่อนจะชูงวดเป็นรูปหัวใจมอบแก่นายกรัฐมนตรี  จากนั้นนายกรัฐมนตรี และคณะได้เข้าเยี่ยมชมผลงานผ้าไหมของกลุ่มแม่บ้านพญารามเยี่ยมชมผลงานของวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เยี่ยมชมผลงานของสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ทัพไทย จำกัด บ้านทัพไทย ก่อนจะเดินทางเข้าไปในหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวบ้านท่าสว่าง โดยจะมีผ้าไหมที่ทอยาวที่สุดจำนวน 4 ผืน ซึ่งทอดเป็นแนวยาวทำเป็นแนวหลังคายาวตลอดถนนเส้นทางที่นายกรัฐมนตรีเดินเยี่ยมชมหมู่บ้านผ้าไหมท่าสว่าง พร้อมพบปะกับพี่น้องประชาชนที่มาต้อนรับสองฝั่งถนน และได้ร่วมร้องเพลง "สู้เพื่อแผ่นดิน"ร่วมกันนักเรียนโรงเรียนบ้านกาเกาะระโยง จากนั้นเยี่ยมชมการทอผ้าไหมยกทองแบบโบราณที่ใช้ในราชสำนัก ของบ้านจันทร์โสมา(บ้าน อ.วีระธรรม) เป็นการทอด้วยกี่ 1,416 ตะกอ เป็นที่รู้จักทั่วไปทั้งในประเทศและทั่วโลก  เนื่องเคยสร้างผลงานอันโดดเด่นเพื่อจัดทำเสื้อให้แก่ผู้นำของประเทศต่างๆในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปก เมื่อปี พ.ศ.2456 และจัดทำผ้าคลุมไหล่ถวายแด่ ประมุกของประเทศต่างๆในวาระโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ ครบ 60 ปี ซึ่งห้วงเวลานั้นกำลังมีการทอผ้าไหมยกทองโบราณที่มีลูกค้าสั่งออเดอร์มาอย่างต่อเนื่อง และมีราคาสูงถึงผืนละ 3 แสนบาทอีกด้วย

สำหรับหมู่บ้านท่าสว่าง มีครัวเรือนทั้งสิ้น 184 ครัวเรือน อาชีพหลักคือการเกษตร อาชีพรองคือ ทอผ้าไหม โดยเฉพาะฝีมือการทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย และที่สำคัญได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ทอผ้าไหมยกทองโบราณเพื่อมอบให้ผู้นำเอเปก เมื่อปี 2546   พลโทธรากร  ธรรมาินทร แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะและ นายอรรถพร  สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการทั้งภาครัฐและเอกชน และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก โดยมี พลตรี พิเชษฐ์  อาจฤทธิรงค์  ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย นายกรัฐมนตรีและคณะในครั้งนี้ ทำให้ทุกภาคส่วนและประชาชนที่มาร่วมต้อนรับได้รับความสะดวกสบาย และมีความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง

โดย เด็ดสารตี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net