วันที่ พุธ พฤษภาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เพลินพู่กันจีน : สำเร็จกระบวน เพียงหนึ่งลมหายใจ


โดย: MGR Online

 

 

ชา จื่อ กัง (沙志鋼)ผู้เชี่ยวชาญปราณเต๋า (ภาพจาก www.drsha.com)
 
ชา จื่อ กัง (沙志鋼) ผู้เชี่ยวชาญปราณเต๋า
(ภาพจาก www.drsha.com)

 
 
โดยจากการศึกษาของจาง ยู่หวน และ เคนโรส (A Brief History of Qi, Zhang Yu Huan and Ken Rose) ผู้ค้นคว้าเรื่องพลังปราณ ผ่านงานศิลปะเกือบทุกยุคของประเทศจีนในอดีต พบว่า
 
ศิลปิน ตลอดจนนักประวัติศาสตร์ศิลป์และนักวิจารณ์ ต่างยอมรับว่า "ชี่" หรือ "พลังปราณ" คือองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในศิลปะจีน ซึ่งผู้สนใจเดินทางสายนี้ควรพัฒนาศึกษา

ศิลปะจีนเน้นการแสดงออกของการเคลื่อนไหวและพลัง อันเป็นพลัง หรือพลวัตรสำคัญที่เกิดขึ้นจากความเป็นหนึ่งเดียวของ ภาวะคู่ตรงข้าม อาทิ ความเต็มกับความว่าง, มีกับไม่มี, ความสงบกับความเคลื่อนไหว, ความใหญ่โต กับเล็กจ้อยจนมองไม่เห็น, การรวมกลุ่มและการกระจายออก, รูปแบบกับไร้รูปแบบ ฯลฯ

ภาพวาดของจีนคือการแสดงออกของภาวะเหล่านี้ (นอกเหนือไปจากการถ่ายทอดสิ่งที่ตาเนื้อเห็น) แนวคิดนี้ ยังได้รับการยอมรับในแง่ของปรัชญาจีนอย่างหยินและหยาง ผ่านองค์ประกอบสีดำและสีขาว ความมืดมิดและความสว่างจ้า ความเป็นรูปธรรมและนามธรรม ลายเส้นภาพ ลักษณะตัวอักษร
 
ความเป็นสองขั้วฯ นี้ จะกลมกลืนได้ ล้วนต้องประกอบขึ้นผ่านสมาธิ ปราณ ทั้งของจิตรกร และลมหายใจที่เคลื่อนอยู่ในธรรมชาติ ขุนเขา สายน้ำ การสัมผัสได้ถึงพลังปราณของกวีนี้ คือประโยชน์จากสุนทรียศาสตร์ วัฒนธรรมจีนเบื้องต้น ที่นำไปสู่ความเข้าใจบูรณาการจักรวาลและชีวิต

ตลอดยุคสมัยที่ผ่านๆ มา ศิลปินจีนพยายามแสดงออกถึงธรรมชาติแห่งชีวิต ผ่านชีวิตและงานของพวกเขา โดยใช้สติปัญญาเพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลกธรรมชาติ และภาวะการรับรู้ของตน มาเป็นเชื้อพลังการแสดงออกของศิลปะ ความมีชีวิตชีวา อารมณ์ความรู้สึกของแต่ละคน

ความกลมกลืนกับพลังแห่งธรรมชาติ นี้ สะท้อนในวลีเก่าแก่ "一气呵成" (อี่ชี่เฮ้อเฉิง) แปลว่า "สำเร็จกระบวน เพียงหนึ่งลมหายใจ" ซึ่งอุปมาความสัมพันธ์ของจิตกับกาย เคลื่อนไหวไหลลื่นตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนฯ ในรวดเดียว ไม่สะดุดหยุด วลีนี้ถูกนำมาใช้ในการประพันธ์ วรรณกรรมและงานศิลปะของจีนเสมอ

การวิจารณ์ พลังปราณ ยังปรากฏในหนังสือคลาสสิกขงจื้อ "บันทึกขนบจารีต" (礼记/ Book of Rites, 770-476 ก่อนคริสตศักราช) ในบทว่าด้วย ดนตรี ที่กล่าวว่า

"บทกวีคือการแสดงออกของเจตจำนง ส่วนบทเพลงคือการขับเสียง ขณะที่การร่ายรำ คือการถ่ายทอดอารมณ์ด้วยกายเคลื่อนไหว ทั้งสามลักษณะนี้ มีต้นกำเนิดมาจากหัวใจ ความรู้สึกภายใน เป็นการเปลี่ยนผ่านพลังปราณ ถ่ายทอดไปสู่ภาวะจิตวิญญาณ ความยอดเยี่ยมศิลปะเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับการประสานกลมกลืนโดยปราศจากความเสแสร้ง ขัดแย้ง"

พลังปราณ ยังได้รับการกล่าวถึงอีก โดย จ้ง หรง (鍾嶸; ราวปี ค.ศ. 468-518) นักวิชาการชั้นนำในกวีนิพนธ์ดั้งเดิมของจีน ผู้มีชีวิตใน ยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้ ผลงานเขียนของเขาคือ บทวิจารณ์บทกวี "ชื้อผิง" (詩評) ซึ่งต่อมาได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น "詩品" ในสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ
 
หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือเล่มแรกที่วิเคราะห์วิจารณ์ สุนทรียศาสตร์จีน นำเสนอทฤษฎีบทกวีที่ลึกซึ้ง ซึ่งเชื่อมกับแนวคิดหลักของเต๋า "ชี่" (气)


งานนิทรรศการลายมือพู่กันเต๋า โดย ชา จื่อ กัง (沙志鋼)ผู้เชี่ยวชาญปราณเต๋า นิทรรศการจัดโดย สถาบันการศึกษาแห่งชาติของจิตรกรรมและสมาคมศิลปินเฮยหลงเจียง เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2017 (ภาพจาก www.drsha.com)
 
 
งานนิทรรศการลายมือพู่กันเต๋า โดย ชา จื่อ กัง (沙志鋼) ผู้เชี่ยวชาญปราณเต๋า นิทรรศการจัดโดย สถาบันการศึกษาแห่งชาติของจิตรกรรมและสมาคมศิลปินเฮยหลงเจียง เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2017 (ภาพจาก www.drsha.com)
 
 
 
ขอบคุณ MGR Online - drsha.com
 
 
สิริสวัสดิ์วุธวารค่ะ

โดย vinitvadee

 

กลับไปที่ www.oknation.net